xs
xsm
sm
md
lg

"เปแอสเช" แห่งเอเชีย ส่องโปรไฟล์ “ยะโฮร์” เสือลูกหนังจอมมั่งมี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ยะโฮร์ ยอดทีมแห่งมาเลเซีย
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 - เข้าสู่ศักราชใหม่ 2019 วงการฟุตบอลไทยลีกมีเรื่องฮือฮาเมื่อ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศปล่อยตัว ดิโอโก้ ดาวยิงฝีเท้าพระกาฬให้แก่ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม สโมสรลูกหนังชื่อดังของ มาเลเซีย ด้วยค่าตัวคาดว่าอยู่ที่ 50 ล้านบาท แม้จะเกิดคำถามในใจแฟนบอลว่าการย้ายทีมของดาวเตะชื่อดังนั้นมาจากความเต็มใจหรือไม่ แต่สิ่งน่าสนใจคือทีมที่ซื้อเจ้าตัวไปมีดีกรี ชื่อชั้น ศักยภาพฝีเท้าและการเงินไม่ธรรมดา จนถูกสถาปนาจากสื่อว่าพวกเขาคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แห่งเอเชีย ก็ว่าได้

ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม คือชื่อของสโมสรฟุตบอลอันดับ 1 ของวงการฟุตบอลมาเลเซีย เวลานี้ บริหารงานโดย ตุนกู อิสมาอิล สุลต่าน อิบราฮิม สุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์ สโมสรแห่งนี้มีประวัติการเดินทางมายาวนานนับตั้งแต่ก่อตั้งเป็นทีมอาชีพเมื่อปี 1972 ก่อนจะขยับขยายทีม เปลี่ยนสปอนเซอร์ เปลี่ยนชื่อแซ่จาก ยะโฮร์ เอฟซี มาเป็นชื่อที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และกำลังวาดลวดลายอยู่ในศึก มาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก ลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศ

เป็นธรรมดาของสโมสรฟุตบอลทุกทีม ใครอยากประสบความสำเร็จก็ต้องเริ่มต้นไต่เต้าจากลีกล่างขึ้นมาเรื่อยๆ ยะโฮร์ พยายามไต่บันไดจากลีก เปอร์ดาน่า 2 อันเป็นลีกต่ำสุดของประเทศ ขยับขึ้นมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ขึ้นมาอยู่ลีกสูงสุดในปี 2005 แต่กว่าจะได้สัมผัสถ้วยรางวัลแบบเป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องรออยู่หลายปีจนมาถึงปี 2014 เมื่อพลพรรค ยะโฮร์ ประเดิมคว้าแชมป์ลีกสำเร็จ และผูกขาดถ้วยใบนี้แบบต่อเนื่องจนทำสถิติได้แชมป์ 5 ฤดูกาลรวดในปี 2014-2018

ห้วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดของพวกเขาคือปี 2015 ยะโฮร์ ภายใต้การนำของ มาริโอ โกเมซ กุนซือชาวอาร์เจนติน่า ประสบความสำเร็จหยิบแชมป์ เอเอฟซี คัพ จากชัยชนะเหนือ อิสติโคล 1-0 นัดชิงชนะเลิศ ทีมกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วเอเชีย ก่อนที่ปี 2016 จะพาทีมกวาด 3 แชมป์ประกอบด้วย มาเลเซีย ซูเปอร์ ลีก ด้วยสถิติไร้พ่ายทั้งฤดูกาล ต่อด้วย แชริตี้ คัพ และ เอฟเอ คัพ โดยมี ฆอร์เก เปเรย์ร่า ดิยาซ กับ ฮวน มาร์ติน ลูเซโร่ สองหัวหอกจากอาร์เจนติน่า กระทุ้งไปคนละ 18 และ 16 ประตู เป็นดาวซัลโวประจำทีม

เมื่อถ้วยแชมป์เข้าตู้โชว์มากขึ้นพร้อมเงินรางวัลมากมาย สปอนเซอร์มากหน้าหลายตาก็ไม่ลังเลที่จะขอเข้ามาสนับสนุน ปัจจุบัน ยะโฮร์ สวมเสื้อแข่งสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของ “เซาเธิร์น ไทเกอร์” ที่ผลิตโดย ไนกี้ แบรนด์กีฬาระดับโลก แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขแต่สื่อทุกสำนักรายงานตรงกันว่า ยะโฮร์ ได้เงินค่าสัญญามากที่สุดเท่าที่สโมสรใดในประเทศ ไม่เพียงเท่านั้น ยะโฮร์ ยังมีแบ็คอัพดีเมื่อสุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์ มอบเงินสนับสนุนอีกทาง ทำให้พวกเขามีเงินทุนไปดำเนินธุรกิจมากมายหลายหลาก

เมื่อทุนมาพร้อมกับความสำเร็จ ยะโฮร์ ก็ไม่รอช้าเอาเงินกว่า 2,400 ล้านบาท ไปพัฒนาสนามเหย้าของตัวเองให้ดีขึ้นและจุคนได้มากขึ้น จนในที่สุด ตัน ศรี ฮาสซาน ยูนอส รังเหย้าของพวกเขาก็กลายเป็นสังเวียนมาตรฐานชั้นแนวหน้าที่วงการฟุตบอลเอเชียยอมรับ พร้อมด้วยเก้าอี้ที่จุผู้ชมได้มากถึง 30,000 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่หยุดแค่นั้นเมื่อกำลังสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ที่ชื่อ สุลต่าน อิบราฮิม ลาร์คิน สเตเดียม ที่จุได้ 40,000 ที่นั่ง และใช้เงินกว่า 1,630 ล้านบาท ซึ่งใกล้เสร็จเต็มที

มาที่การเสริมทัพนักเตะ เมื่อมีเงินในคลังให้ใช้มากมาย ยะโฮร์ ก็พร้อมทุ่มให้กับนักเตะที่พวกเขาสนใจแบบไม่ลังเล นอกจาก ดิโอโก้ ที่จ่ายให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ราว 50 ล้านบาท ก็ยังมี เมาริซิโอ ดอส ซานโตส กองหลังดีกรีเคยเล่นให้กับ ลาซิโอ ทีมใหญ่แห่งสังเวียน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ อารอน ญีเกซ ปีกจอมเก๋าอดีตเด็กปั้นจาก บาเลนเซีย โดยรวมดีลทั้งหมดคาดว่าทะลุ 150 ล้านบาท ส่วนดาวซัลโวของปีที่แล้วอย่าง กอนซาโล คาเบรร่า ก็ยังอยู่ เรียกว่าแน่นปึ้กทุกจุด

สำหรับ ยะโฮร์ ปีนี้นอกจากแชมป์ลีกในบ้านที่ต้องป้องกัน พวกเขายังมีรายการ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ถ้วยเดียวที่ยังไม่เคยได้เป็นความท้าทายที่รออยู่ แถมปีนี้มาดีเพราะเข้ามาเล่นรอบแบ่งกลุ่มเลย ไม่ต้องเพลย์ออฟเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ดูจากความพร้อมทั้งขุมกำลัง เงินทุน และสนามเหย้าที่ได้มาตรฐานสากล เรียกว่าตอนนี้ ยะโฮร์ พร้อมแล้วที่จะยกสถานะตัวเองเป็นหนึ่งในสโมสรแถวหน้าของเอเชีย ประหนึ่งว่าตนคือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สาขาเอเชีย แต่ผลงานปีนี้จะจบลงแบบไหนต้องรอดู
สุลต่านแห่งรัฐยะโฮร์ ผู้อยู่เบื้องหลังสโมสร
แชมป์ลีก 5 สมัยติดกัน
ถ้วย เอเอฟซี คัพ ปี 2015
ดิโอโก้ ดาวยิงตัวใหม่ที่ซื้อมาจากบุรีรัมย์
รังเหย้าความจุ 30,000 ที่นั่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...