xs
xsm
sm
md
lg

“บราซิล” จัดจ้านกว่า “เบลเยี่ยม” “จอมโหด” เช็กฟิต “คาวานี่” อัดกลาง 5 คนหยุด “ตราไก่”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

อาซาร์ นำ เบลเยียม ดวลเกมรุกกับ บราซิล / เนย์มาร์ ยิงไป 2 ตุง แต่โดนวิจารณ์เรื่องล้มง่าย
เอเยนซี - ศึกฟุตบอลโลก 2018 พัก 2 วันกลับมาโม่แข้งกันต่อรอบ 8 ทีมสุดท้ายเริ่มวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ที่เรียกได้ว่าน่าดูสุดๆ สำหรับบอลถูกคู่ดวลความคมกันระหว่าง บราซิล กับ เบลเยี่ยม ขณะที่ ฝรั่งเศส จะทำอย่างไรเพื่อเจาะเกมรับของ อุรุกวัย

อุรุกวัย พบ ฝรั่งเศส ณ นิซนี่ นอฟโกรอด สเตเดี้ยม

เป็นการเจอกันของ 2 ชาติที่เคยเป็นแชมป์โลก โดย อุรุกวัย ทำได้ 2 สมัยปี 1930 กับ 1950 ส่วน ฝรั่งเศส เกิดขึ้นเมื่อปี 1998

อุรุกวัย แข็งแกร่งจริงๆ ในฟุตบอลโลกหนี้ โดยชนะ 4 นัดรวดแถมเสียไปแค่ประตูเดียว ล่าสุดคือรอบ 16 ทีมสุดท้ายชนะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับผองเพื่อน โปรตุเกส 2-1 จุดแข็งก็คือคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ดิเอโก้ โกดิน ผสานลูกเก๋ากับดาวรุ่งอย่าง โฮเซ่ ฮิมิเนซ ซึ่งทั้งคู่สังกัดเดียวกันคือ แอตเลติโก้ มาดริด จึงเรียกได้ว่าสอดประสานได้อย่างรู้ใจกันสุดๆ

ซึ่งทั้ง โกดิน และ ฮิมิเนซ ต้องหยุด อองตวน กรีซมันน์ แนวรุก ฝรั่งเศส เพื่อนร่วมค่าย แอต มาดริด ดังนั้นก็น่าจะรู้ทางกันไม่มากก็น้อย

กระนั้นก็ตามคนที่ อุรุกวัย ต้องระวังสุดๆ คือ คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ กองหน้าดาวรุ่งวัย 19 ปีของ ฝรั่งเศส ที่ซัด 2 ประตูรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ชนะ อาร์เจนติน่า 4-3 ทำให้กลายเป็นแข้งทีนเอจที่ยิง 2 ประตูภายในเกมเดียว หลังจาก เปเล่ ทำเอาไว้เมื่อปี 1958 หรือเมื่อ 60 ปีก่อน นอกจากนั้น "ตราไก่" ยังมีอาวุธอื่นๆ ทั้ง อุสมาน เด็มเบเล่ กับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

อุรุกวัย ทางด้าน เอดินสัน คาวานี่ เจ็บเกมที่ยิง 2 ประตูชนะ โปรตุเกส 2-1 โดยถูกเปลี่ยนออกก่อนหมดเวลา 16 ทีม หากเกมนี้ไม่พร้อม หลุยส์ ซัวเรซ จะยืนเป็นหน้าเป้า พร้อมทำให้ระบบของทีมแน่นขึ้นไปอีก เพราะจะเล่นกลาง 5 คนเติม คริสเตียน โรดริเกวซ, นาฮิตัน นานเดซ, โรดริโก้ เบนตานกูร์, มาเทียส เวซิโน่ และ ลูคัส ตอร์เรร่า

ฝรั่งเศส มีแนวรุกหลากหลายต้องดูว่าจะมีไอเดียเจาะ อุรุกวัย เข้าหรือไม่ ส่วนแนวรับ "ตราไก่" สิ่งที่ต้องห่วงคือแบ๊กที่มีแค่ แบงฌาแมง ปาวาร์ กับ ลูกัส เอร์นานเดซ ส่วน แบงฌาแมง เมนดี้ กับ ฌิบริล ซิดิเบ้ เจ็บทั้งหมด

บราซิล พบ เบลเยี่ยม ณ คาซาน อารีน่า

ถือเป็นคู่ในฝันก็ว่าได้ เพราะ เบลเยี่ยม นัดอัดแน่นไปด้วยแข้งทักษะสูงบนภาคพื้นยุโรป เจอกับต้นตำรับเทคนิคอย่าง บราซิล ซึ่งเส้นทางการเข้ารอบของทั้งคู่สวนทางกัน แชมป์โลก 5 สมัยยิ่งเล่นยิ่งดียิ่งมั่นใจรอบ 16 ทีมสุดท้ายชนะ เม็กซิโก 2-0 ขณะที่ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" อยู่สายที่ไม่แข็งนักก่อนเล่นผิดฟอร์มพลิกชนะ ญี่ปุ่น 3-2 จากประตูนาที 90+4 แถมตกเป็นรองไปก่อน 2 ลูกด้วย

เบลเยี่ยม นั้นไร้ปัญหาในการจัดทัพ นำโดย โรเมลู ลูกากู ที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูนัดล่าสุดยิงไม่ได้ แค่ก็ข้ามหลอกสวยจน นาเซอร์ ชาดลี่ ซัดชัยเหนือ ญี่ปุ่น รวมถึง เอเดน อาซาร์ กับ เควิน เดอ บรอยน์ แต่ โรเบอร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือชาวสเปน รวมถึงลูกทีมต้องตั้งสติโดยด่วนพร้อมพิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้นในเกมพบแข้ง "ซามูไร"

บราซิล นัดนี้ไร้ คาเซมิโร่ ที่ติดโทษแบน ทำให้ เฟอร์นานดินโญ่ จะถูกส่งลงมาเก็บกวาดก่อนถึงแบ๊กโฟร์ร่วมกับ เปาลินโญ่ แนวรุกเป็น 4 ประตู เนย์มาร์ ที่ยิงไป 2 ประตู แต่ไม่ใช่จ้องจะยิงอย่างเดียวแอสซิสต์สก็ได้ด้วย แต่ว่าล่าสุดถูกวิจารณ์เรื่องขาอ่อนและเล่นละครตบตาเก่ง ที่เหลือก็ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, วิลเลี่ยน และ กาเบรียล เชซุส

ส่วนกองหลังของ บราซิล ยังเจ็บต่อไปไม่น่าพร้อมทั้ง มาร์เซโล กับ ดานิโล 2 ฟูลแบ๊กรวมถึง ดั๊กลาส คอสต้า แนวรุก

สถิติที่ผ่านมาทั้งคู่เจอกันล่าสุดคือเมื่อปี 2002 รอบ 16 ทีมสุดท้ายตอนนั้น บราซิล เอาชนะ เบลเยียม 2-0 จาก ริวัลโด้ กับ โรนัลโด้ ก่อนก้าวไปถึงบั้นปลายที่คว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ
เอ็มบัปเป้ ความเร็วจัดจ้านยากจะหยุด
คาวานี่ มีปัญหาอาการบาดเจ็บเล็กน้อย
โปรแกรม 4 คู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเตะ 6-7 ก.ค.นี้