เอเยนซี - ศึกฟุตบอลโลก 2018 ดำเนินมาถึงนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มเริ่มวันที่ 25 มิถุนายนนี้ โดยกลุ่ม เอ รัสเซีย กับ อุรุกวัย ตีตั๋วน็อคเอาท์แน่นอนแล้ว เหลือวัดกันว่าใครจะเป็นแชมป์กลุ่ม เพื่อไปพบกับกลุ่ม บี ที่ สเปน, โปรตุเกส และ อิหร่าน ยังมีลุ้นเข้ารอบทั้งหมด
กลุ่ม บี
กลุ่มนี้ถือว่าสนุกเพราะมีลุ้นเข้ารอบ 3 คือทีม สเปน กับ โปรตุเกส ที่มี 4 แต้มเท่ากันกับ อิหร่าน ที่มี 3 แต้ม ขณะที่ โมร็อกโก แพ้รวดตกรอบไปแล้ว โดยทั้งหมดเตะพร้อมกันตอนตี 1 ตามเวลาประเทศไทย
เริ่มที่ สเปน แชมป์ปี 2010 แม้ว่าจะได้เจอกับ โมร็อกโก ที่แพ้รวด เตะกันที่ คาลินินกราด สเตเดี้ยม แต่ก็ไม่น่าจะใช่งานง่าย เพราะ 2 นัดที่ผ่านมา "ราชสีห์แห่งแอตลาส" เหมือนไร้โชค โดยนัดแรกแพ้ อิหร่าน 0-1 เนื่องจาก อาซิซ บูฮัดดูซ ยิงประตูตัวเองนาที 90+5 ตามด้วยแพ้ โปรตุเกส 0-1 แต่รูปเกมไม่ได้เป็นรองแถมมีลุ้นยิงมากกว่าด้วยซ้ำ
สเปน ภายใต้การคุมทัพของ เฟร์นานโด เอียร์โร่ ที่เข้ามากุมบังเหียนได้ 2 นัดเสมอ โปรตุเกส 3-3 กับชนะ อิหร่าน 1-0 พร้อมยืดสถิติไม่แพ้ออกไป 22 นัดติดต่อกันนับตั้งแต่แพ้ อิตาลี ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูโร 2016 แมตช์นี้โจทย์ง่ายกว่าคือขอแค่เสมอ โมร็อกโก ก็จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย
2 นัดที่ผ่านมา เอียร์โร่ ปรับทีมทั้งหมด เกมนี้ก็น่าจะมีการปรับมาเล่น 4-4-2 โดยอาจจะพัก อันเดรส อิเนียสต้า กองกลางที่วัย 34 ปีแล้ว รวมถึง เซร์คิโอ บุสเกตส์ มิดฟิลด์วัย 29 ปี เพื่อเก็บความสดเอาไว้บู๊รอบน็อกเอาท์ พร้อมส่ง โกเก้ กับ ติอาโก้ อัลคานทาร่า ลงมายืนตรงกลาง ส่วนหน้าที่ปั้นเกมเป็น ดาบิด ซิลบา กับ อิสโก้ เพื่อป้อนบอลให้ ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าที่ยิงไปแล้ว 3 ประตู คอยประสานงานกับ ยาโก้ อัสปาส ที่น่าจะได้ยืดเส้นยืดสายในฐานะตัวจริง
ส่วน โมร็อกโก การกลับมาเล่นฟุตบอลโลกรอบ 20 ปีต้องกลับบ้านแต่หัววัน โดยภายใต้การคุมทัพของ เออร์เว่ เรนาร์ด คงมีการปรับทัพบ้าง แต่ต้องยึดชุดใหญ่อย่าง เมห์ดี้ เบนาเตีย, อาชราฟ ฮาคิมี่, ยูเนส เบลฮานดี้ กับ นูเรดดิน อัมราบัต เพราะต้องการกู้หน้าการแพ้ 3 นัดรวดนั้นคงไม่สู้ดีนัก
อีกคู่เตะกันที่ มอร์โดเวีย อารีน่า ถือเป็นไฮไลท์เลย อิหร่าน ต้องชนะสถานเดียวเพื่อเข้ารอบ แต่ถ้าเสมอต้องลุ้นให้ สเปน แพ้ด้วยสกอร์หลายลูกแก่ โมร็อกโก ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก ขณะที่ โปรตุเกส ผลเจ๊าเป็นอย่างน้อยก็เพียงพอแล้ว
อิหร่าน นัดแรกพกดวงมาเต็มๆ ชนะ โมร็อกโก 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ บูฮัดดูซ นาที 90+5 ส่วนัดที่ 2 แพ้ สเปน แต่สกอร์แค่ 0-1 เท่านั้น ทำให้กุนซืออย่าง คาร์ลอส เครอซ ลุ้นพาทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โดยต้องหักกับชาติตัวเองที่เคยคุมปี 1991-93 กับ 2008-10 ซึ่งก็คือ โปรตุเกส เพื่อชี้ชะตาเข้ารอบจะยึดระบบเดิมคือ 4-5-1 ที่เกือบเอา สเปน ได้อยู่ หลังจากนัดแรกใช้ระบบ 3-4-3
ทางด้าน โปรตุเกส แชมป์ยูโร 2016 นัดแรกเสมอ สเปน 3-3 จากความยอดเยี่ยมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่แบกทีมทำแฮตทริก ส่วนนัดสองที่ชนะ โมร็อกโก 1-0 ด้วยรูปเกมที่สู้ไม่ได้ก็เป็นกองหน้า รีล มาดริด ที่ซัดตั้งแต่ต้นเกม รวมแล้วกดไป 4 ประตูคั่วรองเท้าทองคำอยู่ในขณะนี้
เฟอร์นานโด ซานโต๊ส กุนซือ โปรตุเกส คงปรับทัพอีกครั้ง เพราะ เจา มูรินโญ่ กองกลางที่ได้ออกสตาร์ท 2 เกมแรกป่วยวืดซ้อม ทำให้อาจจะหุบ เจา มาริโอ มายืนตรงกลางคู่กับ วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ส่วนอีก 2 ตำแหน่งที่เหมือนยังไม่อาจหาตัวจริงได้ก็คือปีกซ้ายกับคู่หูของ โรนัลโด้ โดย 2 เกมที่ผ่านมาใช้ กอนคาโล่ กูเอเดส แต่ยังเล่นไม่น่าประทับใจ โดยมี เอเดรียน ซิลวา คอยสอดแทรก


