xs
sm
md
lg

ฟุตบอลโลกหนนี้ เชียร์ "อีจิพท์" กันแน่เลย / กษิติ กมลนาวิน ราชวังสัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

โมฮะเหม็ด ซาละฮ์ (Mohamed Salah)
EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน ราชวังสัน

ผมบอกจริงๆว่า ที่ผ่านมาไม่เคยให้ความสนใจกับ ทีมชาติอีจิพท์ เลย แม้ว่าจะมีผลงานอยู่ในระดับต้นๆของ ทวีปอัฟริกา นั่นอาจไม่แตกต่างจากแฟนบอลหลายๆคน แต่ในปัจจุบัน คงต้องเฝ้าติดตามผลงานของ เดอะ ฟาโรห์ส (The Pharaohs) อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่กำลังจะมาถึง เนื่องจาก อีจิพท์ มี โมฮะเหม็ด ซาละฮ์ (Mohamed Salah) กองหน้าวัย 25 ปีที่สร้างความฮือฮาอย่างโดดเด่นเหลือเกินในการเล่นให้กับ ลิเว่อร์พูล จนนำทีมไปไกลถึงเข้าชิงชนะเลิศ ยูเอ๊ฟฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017-18

ฟีฟ่า กำหนดให้แต่ละทีมใน ฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ต้องส่งรายชื่อนักเตะเบื้องต้น 30-35 รายในช่วงวันที่ 21 ถึง 27 พฤษภาคมนี้ ยกเว้น คนที่ต้องลงแข่ง ยูเอ๊ฟฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งช่วงนี้แต่ละชาติก็เริ่มทยอยประกาศตัวนักเตะของตนเองออกมากันแล้ว โดย อีจิพท์ ประกาศออกมา 29 คนและมี โมฮะเหม็ด ซาละฮ์ เป็นกองหน้าหัวใจของทีมตามคาด

อีจิพท์ เคยเล่นฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 1934 ที่ อิตาลี เป็นเจ้าภาพ ยุคนั้นจัดระบบแข่งแบบ น้อค-เอ๊าท์ อีจิพท์ เจอ ฮังการี แพ้ไป 2-4 นัดเดียวได้กลับบ้านเลย ฟุตบอลโลก หนต่อมาต้องรอกว่าครึ่งศตวรรษ พอดี อิตาลี เป็นเจ้าภาพอีกหนในปี 1990 อีจิพท์ ถูกจับสลากให้อยู่ร่วมสายกับ อังกฤษ อายร์แลนด์ และ เนเธ่อร์แลนด์ส อันนี้ไม่ต้องเดาครับ จบที่ตำแหน่งบ๊วยของกลุ่ม ตกรอบแรก สำหรับฟุตบอลโลก 2018 นับเป็นหนที่ 3 คราวนี้ อีจิพท์ ได้อยู่กลุ่ม A ร่วมกับ รัสเซีย เจ้าภาพ ซาอูดี อาระเบีย และ อูรูกวัย ซึ่งน่าจะมีลุ้นไปไกลกว่ารอบแรก

แต่หากนับผลงานในระดับทวีปแล้ว นับว่า อีจิพท์ โดดเด่นทีเดียว ครองแช้มพ์ อัฟริกา คัพ อ๊อฟ เนเชิ่นส์ (Africa Cup of Nations) ถึง 7 หน และครั้งล่าสุดที่ กาบ็อง เป็นเจ้าภาพในปี 2017 ก็คว้ารองแช้มพ์ โดย ซาละฮ์ ได้รับเลือกติดทีมประจำทัวร์นาเม้นท์ด้วย

ตอนที่ ซาละฮ์ ค้าแข้งอยู่กับ เชลซี นั้น ค่อนข้างล้มเหลวทีเดียว ถูกปล่อยยืมไปเล่นใน อิตาลี เริ่มจาก ฟิออเร็นตีน่า ต่อด้วย โรม่า แต่ดันโชว์ฟอร์มที่นั่นจน ทีมหมาป่า ต้องขอซื้อขาด และเมื่อต้นฤดูกาล 2017-18 ลิเว่อร์พูล ตัดสินใจยื่นข้อเสนอขอซื้อในราคาที่แพงมากนับเป็นสถิติของสโมสร ซึ่งจะว่าไปแล้ว เรื่องสถิติการซื้อตัวนักเตะที่ ลิเว่อร์พูล ทำฮือฮา เอาที่เด่นๆนะครับ ขอซื้อ ร้อบบี้ คีน (Robbie Keane) จาก ท้อทแน่ม ฮ้อทสเปอร์ ฤดูกาล 2008-9 ด้วยราคา 24 ล้าน ยูโร ลูอิส ซูอาเร้ซ (Luis Suarez) ย้ายจาก อัยยักซ์ อัมสเตอร์ดัม ในเดือนมกราคม 2011 ด้วยราคา 26.5 ล้าน ยูโร

แพงกว่านั้นคือ ซื้อ แฟรนานโด ตอรเร้ส (Fernando Torres) จาก อั๊ตเลติโก มาดริด ในฤดูกาล 2007-8 ราคา 38 ล้าน ยูโร โรแบรโต ฟีรมีโน (Roberto Firmino) ถูกซื้อจาก ฮ้อฟเฟ็นฮายม์ ฤดูกาล 2015-16 ในราคา 41 ล้าน ยูโร ส่วน ซาดิโอ มาเน (Sadio Mané) นั้นซื้อมาจาก เซ้าธ์แฮมเติ้น ฤดูกาล 2016-17 ในราคม 41.2 ล้าน ยูโร และที่เคยซื้อแพงที่สุดคือ แอนดี้ คาโรล (Andy Carroll) จาก นิวค้าสเซิ่ล ในเดือนมกราคม 2011 ในราคา 49 ล้าน ยูโร

โมฮะเหม็ด ซาละฮ์ เซ็นสัญญาค้าแข้งกับ ลิเว่อร์พูล ระยะเวลา 5 ปี จะไปสิ้นสุดสัญญาในเดือนมิถุนายน 2022 โน่น โดยมีค่าโอนย้ายเบื้องต้น 42 ล้าน ยูโร และอาจเพิ่มเป็น 50 ล้าน ยูโร สำหรับส่วนตัวนั้น ซาละฮ์ จะได้รับรายได้สัปดาห์ละ 4.5 ล้าน บาท

ผลงานของ ซาละฮ์ นับว่าคุ้มค่ากับเงินที่สโมสรจ่ายไป เขายิงได้ 32 ประตูใน เพรอมิเอ ลีก เป็นดาวซัลโวประจำฤดูกาล ได้รางวัลรองเท้าทอง ได้รับเลือกเป็นนักเตะของทีมแห่งปีของ เพรอมิเอ ลีก (PFA Team of the Year for the Premier League) เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี (PFA Players' Player of the Year award) รวมทั้งรางวัลอื่นๆอีกมากมาย และนี่กำลังจะนำทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูเอ๊ฟฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2017-18 กับ เรอัล มาดริด ที่เคยเจอกันมาแล้วในนัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 1980-81 ซึ่ง ลิเว่อร์พูล เป็นฝ่ายชนะ 1-0 คนตามเชียร์ เดอะ ฟาโรห์ส กันมากก็เพราะ ซาละฮ์ นี่แหละ ยิ่งถ้า ลิเว่อร์พูล ได้แช้มพ์ถ้วยนี้ แฟนบอล ทีมชาติอีจิพท์ ใน ฟุตบอลโลก 2018 จะมาอีกเยอะทีเดียวครับ