คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลตรีนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”
ในห้องอาหารของคลับเฮาส์เดิม
“วันนี้ทำไมไม่กินไข่ดาว?” พี่หมอถามด้วยความแปลกใจอย่างยิ่งที่มองเห็นจานเปล่าที่ใส่ไข่ดาวแยกจากจานข้าวกะเพราไก่อาหารโปรดที่เจ้าเด็กอ้วนสั่งกินประจำ
“ก็เก่งเป็นแผลที่ขา กลัวแผลเป็นมันปูดน่ะครับพี่หมอ!”
“อ๋อ! งั้นเอ็งสั่งไข่พะโล้มาเพิ่มอีกถ้วยเลย!”
“จริงอ่ะ! พี่หมอ”
ผลการสำรวจด้านสุขภาพเกี่ยวกับการดูแลรักษาบาดแผลทั่วๆไปในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ทั่วทุกภาค 501 คน เมื่อ ต.ต.2559 พบว่า ร้อยละ 60 มีความเชื่อผิดๆว่า การรับประทานไข่ทำให้แผลปูด และเป็นแผลเป็นใหญ่ ผู้หญิงจะเชื่อมากกว่าผู้ชาย ส่วนใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป และระดับการศึกษาต่ำจะมีความเชื่อเรื่องนี้สูง
สำหรับหัวใจสำคัญของการดูแลบาดแผลทุกชนิด ไม่ว่าแผลถลอก แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลผ่าตัด มี 2 ประการคือ การรักษาความสะอาดแผลป้องกันการติดเชื้อและการบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น โดยสารอาหารที่ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ได้แก่ โปรตีน ซึ่งมีอยู่ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ รวมถึงถั่วเหลือง เป็นต้น โปรตีนจะช่วยสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้เซลล์ประสานยึดติดเป็นเนื้อเดียวกัน วิตามินซีซึ่งมีมากในผลไม้สดทุกชนิด และยังพบไนผักต่างๆ ทำหน้าที่สร้างผนังเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยมีความแข็งแรง และไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ และยังช่วยให้เลือดไหนเวียนดีขึ้น บาดแผลจึงหายเร็วขึ้น ดังนั้น ไข่จึงไม่ใช่อาหารแสลงหรืออาหารต้องห้ามอย่างที่เข้าใจกันแต่อย่างใด
ส่วนแผลเป็นที่ปูดโตไม่ได้เกี่ยวกับการกินไข่แต่อย่างใด แต่เป็นธรรมชาติของเนื้อหนังของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ในการดูแลบาดแผลทั่วไป ขอแนะนำให้ทำความสะอาดบาดแผลทุกวัน อย่าให้แผลสกปรกหรือเปียกน้ำ เพราะอาจทำให้แผลเกิดการอักเสบได้ และควรสังเกตลักษณะบาดแผล หากแผลปวด บวมแดง ร้อน สีของบาดแผลเปลี่ยนไป มีหนอง ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาต่อไป
“งั้นเก่งขอบัวลอยไข่หวานตบท้ายอีกถ้วยน่ะครับ...!!”
* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *


