xs
xsm
sm
md
lg

ทำน้ำหนักหรือรีดน้ำหนัก / ลักษมณ์ นันทิวัชรินทร์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คอลัมน์ “ริงไซด์ ไฟต์คลับ” โดย “ลักษมณ์ นันทิวัชรินทร์”

สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวน่าเศร้าเมื่อเด็กหนุ่มชาวสก็อตแลนด์ “จอร์แดน โดนัลด์” ที่หลงรักศิลปะการต่อสู้ เทิดทูนการต่อสู้แบบมวยไทย และกำลังทำตามความฝันด้วยการมาฝึกซ้อมรวมทั้งขึ้นชกมวยไทยในประเทศต้นตำรับอย่างไทยแลนด์แดนสยามนี่เอง ถูกพบว่าเสียชีวิตคาชุดรีดน้ำหนัก ในละแวกค่ายมวยที่โคราชบ้านเฮา ในช่วงบ่ายๆ วันอาทิตย์ โดยในข่าวบอกว่าเด็กหนุ่มรายนี้ที่แฟนมวยรู้จักกันดีในนาม “จอร์แดน ลำน้ำมูลมวยไทย” หรือฉายา “จอมเซิ้ง” มีโปรแกรมขึ้นฟาดปากกับนักชกเขมรในวันอาทิตย์ที่ 26 ที่ผ่านมานี่แหละ แต่วันเสาร์ยังน้ำหนักเกินอยู่ร่วม 3 กิโลกรัม เลยออกไปวิ่งรีดน้ำหนักโดยออกจากค่ายไปช่วงก่อนเที่ยงวันเสาร์ ใส่ชุดรีดเหงื่อเต็มยศ และหายไปไม่กลับมาค่ายทั้งคืน จนพบเป็นศพไปแล้วตอนบ่ายวันอาทิตย์อย่างที่ว่านี่แหละ

อ่านข่าวนี้แล้วก็เศร้าใจที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินตามฝัน รวมทั้งมีแววจะทำได้ดีด้วยเพราะทางค่ายแจ้งว่าค่าตัวเคยได้ถึงหลักแสนแล้ว แต่ต้องมาเสียชีวิตในที่ห่างไกลจากบ้านและญาติพี่น้องอย่างน่าเสียดาย แล้วก็ทำให้มาคิดถึงการทำน้ำหนักในวงการต่อสู้บ้านเรา เราเห็นข่าวบ่อยๆ ไปเรื่องนักมวยไทยไม่ว่าจะขึ้นชกแบบมวยไทย มวยสากลอาชีพ หรือสารพัดกีฬาการต่อสู้ที่แบ่งรุ่นตามน้ำหนักตัว ที่จะพยายามบีบน้ำหนักเพื่อขึ้นชกในรุ่นที่เล็กกว่า ด้วยความเชื่อว่าทำให้ได้เปรียบรูปร่าง แล้วก็ปล่อยน้ำหนักมาเกินไว้ก่อน มาโหมลดเอาช่วงใกล้ๆ วันขึ้นสู้ ด้วยความเชื่อ (อีกเหมือนกัน) ว่าทำให้ได้ใหญ่ ได้เปรียบ และเราก็เห็นตัวอย่างมากมายที่ทำน้ำหนักไม่ได้ อย่างที่เรียกกันว่า “ตกตาชั่ง” หรือพยายามรีดจนได้แล้วก็ขึ้นเวทีแบบหมดสภาพเพราะฟื้นตัวไม่ทัน เรื่องนี้ “พยัคฆ์มาด” สามารถ พยัคฆ์อรุณ ยอดมวยระดับตำนานรู้ดี

ตอนนี้ในวงการกีฬาระดับโลกเริ่มมีความตื่นตัวและพยายามที่จะให้นักสู้ทั้งหลายขึ้นสู้โดยไม่ต้องทรมานกับการรีดน้ำหนักกันมากเกินไป ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างมาก รายการศิลปะการต่อสู้แบบผสมชื่อดังของเอเชียเราอย่าง One FC ประกาศกติกามาก่อนหน้านี้แล้วว่านักสู้จะต้องขึ้นสู้ในรุ่นที่ทำน้ำหนักได้แบบปกติ สบายๆ แบบที่เรียกว่า Walking Weight คือน้ำหนักที่ใช้ชีวิตปกติ ทำเอานักสู้หลายคนขยับรุ่นกันเป็นแถว อย่าง “วันชิน” ชนนภัทร วิรัชชัย ก็ขยับมารุ่นไลท์เวท ไม่ต้องห่วงกับการทำน้ำหนัก แถมรูปร่างก็ไม่ได้เสียเปรียบนักสู้รายอื่นสักนิด แต่ก็จะดูไม่เฟิร์มไปหน่อยเท่านั้น

ในวงการมวยโลกก็เริ่มมีความพยายามที่จะควบคุมการทำน้ำหนักตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้นักมวยต้องชั่งน้ำหนักก่อนวันชก 3 วันบ้าง 7 วันบ้าง โดยกำหนดว่าการชั่งครั้งนั้นๆ ต้องมีน้ำหนักเกินพิกัดได้ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ เพื่อให้นักมวยคุมน้ำหนักมาตลอด และการลดน้ำหนักช่วงท้ายๆ ก่อนชั่งน้ำหนักอย่างเป็นทางการ เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป แถมเช้าวันชกยังต้องชั่งน้ำหนักอีกทีด้วยว่าเกินพิกัดรุ่นได้ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ (ส่วนใหญ่ประมาณ 10 ปอนด์) เพื่อป้องกันการปล่อยน้ำหนักมากเกินไปแบบพรวดพราดซึ่งทำให้ร่างกายรับภาระไม่ไหว และจะเกิดอันตราย ดังนั้นข่าวมวยสมัยก่อนที่เราเคยเห็นกันว่านักชกไทยรีดน้ำหนักจนทำพิกัดได้ 112 ปอนด์ หรือ 115 ปอนด์ แต่ก่อนชกน้ำหนักพุ่งขึ้นไปถึง 126 ปอนด์บ้าง 130 ปอนด์บ้าง ตอนนี้ก็จะไม่ได้แล้ว เพราะการปล่อยน้ำหนักแบบนี้ร่างกายไม่คุ้นเคย จะเป็นอันตรายมากกว่าซะอีก

ก็หวังว่ากรณีของยอดมวยหนุ่มชาวสก็อตรายนี้จะเป็นอุทธาหรณ์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับมามองดูมาตรฐานการสร้างนักกีฬาของเราบ้างนะครับ กีฬาการต่อสู้ต้องเอาหยาดเหงื่อแรงงานและเลือดเข้าแลกอยู่แล้ว อย่าให้ต้องเสี่ยงชีวิตกับการทำน้ำหนักแบบบ้านๆ แบบนี้อีกเลย

* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...