xs
xsm
sm
md
lg

สื่อนอกยก “ซิโก้” กุนซือดีสุดอาเซียน ชี้อนาคตมีคนต้องขอโทษที่ล่วงเกิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


จอห์น เดอร์เดน สื่อมวลชนชาวอังกฤษ แห่ง “ฟ็อกซ์สปอร์ตเอเชีย” เขียนคอลัมน์ ร่ายยาวถึงการปลด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ว่า เป็นโค้ชผู้ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาเซียน แต่กลับถูกตำหนิเมื่อนำทีมไปพ่ายทีมหัวแถวของเอเชีย ชี้ เปรียบเหมือนนำทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก แต่แพ้ เชลซี, แมนฯ ซิตี ก็กลายเป็นเหยื่อของความสำเร็จ และอนาคตอาจมีคนต้องขอโทษที่เคยล่วงเกิน

โดย เดอร์เดน เขียนคอลัมน์ของตนลงใน “ฟ็อกซ์สปอร์ตเอเชีย” เนื้อหายกย่องความสำเร็จของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่พาทีมคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัย และนำทีมเข้าสู่เอเชียนคัพ รวมทั้งเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย แต่กลับถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลังพ่าย 6 นัด จาก 7 เกม

การเป็นโค้ชฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จที่สุดในอาเซียน จบสิ้นลงเร็วเหลือเกิน

ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ “ซิโก้” เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมีประเด็นเรื่องการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ที่ลงแข่งขันไปแล้ว 5 นัด เก็บได้ 1 คะแนน จากแชมป์เอเชีย อย่าง ออสเตรเลีย ซึ่งผลการแข่งขันเกมนั้นเป็นเหมือนกำลังใจอันฮึกเหิมให้สู้ต่ออีก 5 นัดที่เหลือในรอบแบ่งกลุ่ม

“เป้าหมายของเราไม่ใช่การผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย หากแต่เป็นการพัฒนาอีก 5 นัดต่อไป ซึ่งต้องดีขึ้นกว่า 5 นัดแรกที่ลงเล่นไปแล้ว” ซิโก้ กล่าว

แต่มันไม่ได้เกิดขึ้น เพราะ 2 นัดหลังสุดของทีมชาติไทยนั้นน่าผิดหวัง เปิดบ้านแพ้ ซาอุดิอาระเบีย 0-3 ต่อด้วยบุกไปแพ้ ญี่ปุ่น 4-0 ทั้งที่จากฟอร์มในสนามการโดนยิงประตูขนาดนั้นถือว่าเลวร้ายเกินไป แต่ความจริงคือการพ่ายแพ้ในนัดที่ 5 และ 6 ของทีมชาติไทย จาก 7 นัดที่ลงสนาม

ความพ่ายแพ้คราวนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หยิบจับมาเป็นเรื่องสำคัญ โดยกล่าวว่า “เราควรพอใจกับการได้แชมป์ ซูซูกิ คัพ และ ซีเกมส์ ทว่า เมื่อไปเจอกับทีมชั้นนำของทวีปเอเชีย แล้วแพ้ 3-0, 4-0 เรายังคิดว่ามันน่าพอใจหรือ คนอื่นอาจไม่เป็นไร แต่ผมอาย ผมรับผลงานแบบนี้ไม่ได้”

เมื่อเจ้านายของคุณเริ่มพูดอะไรแบบนี้ออกมา นั่นหมายความว่า “ผัดไทย” ถูกปรุงเสร็จแล้ว และหมายถึงเวลาต้องอำลาตำแหน่งนี้เสียที

ผมเคยคุยกับ พล.ต.อ.สมยศ ระหว่างมื้อเที่ยงเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว ไม่กี่วันก่อนที่เขาจะได้รับความไว้วางใจจากการเลือกตั้งเป็นนายสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เห็นได้ชัดว่าเขายิ้ม และหัวเราะบ่อย ดูแล้วเป็นคนทะเยอทะยาน และเด็ดขาด ซึ่งคงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในวงการตำรวจไทยไม่ได้ หากขาดสิ่งเหล่านี้ เขาบอกว่าต้องการประสบความสำเร็จระดับทวีปเอเชีย

แม้จะพ่ายแพ้ 6 นัด จาก 7 เกม ความผิดหวังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ปฏิเสธผลงานของ “ซิโก้” ไม่ได้ เขาเป็นตำนานของทีมชาติเมื่อครั้งเป็นผู้เล่น และน่าจะเป็นตำนานโค้ชทีมชาติ ในเร็ววันนี้

การได้ 1 คะแนน จาก 7 นัด เป็นเรื่องที่แย่มาก แต่กลับกันหากไม่ลืมทีมชาติไทย แพ้ ซาอุดีอาระเบีย 1-0 ในนัดแรก จากการเสียจุดโทษที่ไม่น่าจะต้องเสีย หากว่าทีมชาติไทย มีแต้มมากกว่านี้อีกนิด หรือยิงประตูได้มากกว่านี้ บางทีผลลัพธ์อาจไม่เป็นเช่นนี้

แน่นอนว่า ทีมชาติไทย มาอยู่ในจุดที่ดีเกินกว่าทีมระดับอาเซียนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่พอจะเอาชนะทีมใหญ่ในทวีปเอเชียได้ ความพ่ายแพ้จึงเกิดขึ้น นี่คือ บันไดไต่เต้าไปสู่ระดับฟุตบอลที่สูงกว่า เป็นช่วงเวลาที่ทีมชาติไทยต้องเจอ เมื่ออยู่ร่วมกับทีมหัวแถวของทวีป มันหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ไม่ได้

ความสำเร็จของ “ซิโก้” ล้วนมีมากมาย ตั้งแต่คุมทีมปี 2013 เขาเป็นคนสร้างทีมให้มีความโดดเด่น มีการส่งบอลที่เร็ว การเคลื่อนที่ซึ่งเหนือกว่าทีมในอาเซียนด้วยกัน เขาทำให้ผู้เล่นไทยยกระดับขึ้น และยังสนับสนุนให้นักเตะเหล่านี้ย้ายไปเล่นในต่างแดน “เราพยายามค้นคว้าหาแแท็กติกส์ใหม่ๆ ที่น่าจะเหมาะสม แต่ทุกอย่างก็ต้องมีเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงด้วย”

การคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2 สมัยของ “ซิโก้” มันอาจเป็นความสำเร็จที่มากอยู่ แต่อดีตที่ผ่านมาทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี ก็เคยพอใจที่การอยู่กลางตารางพรีเมียร์ลีกเช่นกัน การที่พาทีมชาติไทยเข้ารอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก และนำทีมไปเอเชียนคัพ กลับถูกหลงลืมเมื่อเกิดความพ่ายแพ้ เหมือนเช่นที่โค้ชบางทีมพาทีมเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก คือความสำเร็จอันยอดเยี่ยม แต่กลับโดนต่อว่าทั้งที่แพ้ทีมอย่าง เชลซี หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี มันไม่ต่างอะไรกับผลงานของ “ซิโก้”

หากอนาคตทีมชาติไทย แข็งแกร่งขึ้น และเอาชนะทีมยักษ์ใหญ่ของทวีปเอเชียได้ รวมถึงการผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ วันนั้นทุกคนจะขอบคุณ “ซิโก้” และใครบางคนอาจต้องกล่าวคำขอโทษที่ล่วงเกินต่อ “ซิโก้” เช่นกัน