xs
xsm
sm
md
lg

ฟุตบอลโลก 2026 มันจะเป็นยังไงกัน / กษิติ กมลนาวิน ราชวังสัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


EYE ON SPORTS โดย กษิติ กมลนาวิน ราชวังสัน

ผลดีที่แฟนบอลชาวไทยต้องนึกถึงเป็นอย่างแรกเมื่อมีการเพิ่มจำนวนทีมเข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย จาก 32 ทีมเป็น 48 ทีม มันก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้ ทีมชาติไทย ได้คืบคลานเข้าใกล้ความจริงในการชิงสิทธิ์ไปเตะกับเขามากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะคาดการณ์ว่าโควต้าที่ทาง ทวีปเอเชีย จะได้รับน่าจะเป็น 8.5 ทีม

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ได้ลงมติเอกฉันท์ให้มีการเพิ่มจำนวนทีมสำหรับ ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งเผยถึงรูปแบบการแข่งขันด้วยว่า ในรอบแรกจะมีการแบ่งเป็น 16 กลุ่มๆละ 3 ทีม พบกันเองในกลุ่ม แล้วนำเอา 2 อันดับแรกเข้ารอบต่อไป ซึ่งจะมี 32 ทีม เริ่มเล่นใน ระบบน้อค-เอ๊าท์ ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

การขยายจำนวนทีมทำให้ต้องเพิ่มจำนวนเกม กลุ่มสโมสรในทวีปยุโรปที่รวมตัวกันเรียกว่า European Club Association (ECA) บ่นว่า รับไม่ได้จริงๆ เกมมันเยอะจัด บางคนให้ความเห็นว่า นักเตะบักโกรกแน่ ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารูปแบบนี้จะทำให้เกิดเกมการแข่งขันถึง 80 นัด ต่างจากที่เคยมีเพียง 64 นัดตอนมี 32 ทีม แต่เมื่อคิดดูแล้วมันสามารถจัดแข่งกันให้จบได้ภายใน 32 วัน และแต่ละทีมนั้น ถ้าไม่ชิงตกรอบไปก่อนก็ต้องแข่งอย่างมากที่สุดไม่เกิน 7 เกม นั่นมันก็เท่าๆกับของเดิม ถึงกระนั้น บางคนยังให้ทัศนะว่า มันย่อมจะมีคู่ห่วยๆเกิดขึ้น คู่ที่ไม่น่าสนใจบานเบอะ ซึ่งนั่นก็จะทำให้คุณค่าของการแข่งขันเสื่อมถอยด้อยค่าลง

ผมมองว่าปัญหาที่สำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนก็คือ ระบบกลุ่มละ 3 ทีมที่จะมีการแข่งขันทั้งสิ้น 3 นัดนี้ เมื่อการแข่งขัน 2 นัดผ่านไป ถ้าคู่สุดท้ายดันเป็น 2 ทีมที่ขอผลเพียงแค่เสมอก็จูงมือเข้ารอบไปด้วยกันทั้งคู่ มันก็ย่อมเปิดทางให้ทั้ง 2 ทีมสมยอมกัน เป็นการหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ เล่นไม่ต้องเต็มกำลัง เหมือนแค่ซ้อมเบาๆ ใบเหลืองใบแดงก็ไม่ต้องสะสมให้ถูกแบนในนัดต่อไป แล้วอย่างนี้มันก็จะมีเกมที่จืดชืดนับสิบเกม แตกต่างจากระบบกลุ่มละ 4 ทีมที่เขาให้นัดสุดท้ายของทุกทีมในกลุ่มลงเตะพร้อมกัน ดังนั้นฟุตบอลโลก 2026 อาจต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษหลังผลจบลงด้วยการเสมอ ตามข้อเสนอของประธานฟีฟา

สำหรับกระบวนการในการเลือกชาติเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 นั้น เดิมมีกำหนดเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2015 แต่เผอิญมีกรณีทุจริตในองค์กรเสียก่อน ทำให้ต้องเลื่อนมาเริ่มกระบวนการกันใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2016 แล้วจะไปลงคะแนนโหวทเพื่อเลือกกันขั้นสุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2020

ทาง ฟีฟ่า มีหลักเกณฑ์เอาไว้ว่า ทวีปไหนมีชาติสมาชิกที่เพิ่งเป็นเจ้าภาพใน 2 หนก่อนหน้าปี 2026 ก็ห้ามชาติในทวีปนั้นมาชิงสิทธิ์ นั่นคือ ทวีปยุโรป ที่มี รัสเซีย เป็นเจ้าภาพในปี 2018 และ ทวีปเอเชีย ที่มี กาตาร์ เป็นเจ้าภาพในปี 2022 ต่างก็หมดสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม สภาฟีฟ่า ยังมีอำนาจอนุมัติให้ชาติสมาชิกในทวีปที่เป็นเจ้าภาพครั้งรองสุดท้าย อันนี้หมายถึงทวีปยุโรป สามารถชิงสิทธิ์ได้ในกรณีที่ชาติที่ขอชิงสิทธิ์ที่มีอยู่ทั้งหมดดันขาดคุณสมบัติ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเท้คนิคหรือทางด้านการเงิน

นอกจากนั้น คราวนี้ ฟีฟ่า กลับมาอนุญาตให้มีการจับมือร่วมกันเป็นเจ้าภาพได้ หลังจากที่เคยสาปส่งไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในปี 2002 และอันนี้ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องร่วมกันเพียง 2 ชาติ อาจมาเป็นฝูงก็ย่อมได้ ทั้งนี้ ฟีฟ่า จะพิจารณาเป็นกรณีไป

สรุปว่า ทวีปที่สามารถเข้าชิงสิทธิ์เป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2026 ก็เหลือ ทวีปอเมริกาเหนือ กลาง และแคริบเบี้ยน (CONCACAF) ทวีปอัฟริกา (CAF) ทวีปอเมริกาใต้ (CONMEBOL) และ ทวีปโอเชินเนีย (OFC) รวมทั้ง อาจกลายเป็น ทวีปยุโรป (UEFA) ในกรณีที่ทั้ง 4 ทวีปที่กล่าวมาดันขาดคุณสมบัติ

กระบวนการคัดเลือกเริ่มขึ้นแล้ว ผมว่า หลายชาติอาจได้แค่ฝัน เพราะยังไงสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2026 ก็ต้องเป็นของ สหรัฐอเมริกา ที่แห้วมาจากการเข้าชิงสิทธิ์ปี 2022 และใช้อิทธิพลจับทุจริตจนเป็นเรื่องให้ ตาแก่ โชเซ้ฟ บลัทเท่อร์ ต้องร่วงจากตำแหน่ง ซึ่งคราวนี้ อเมริกา ควง เมฮีโก กับ แคนาดา รวมเป็น 3 ชาติเข้ามาทวงสิทธิ์ แล้วมันจะผิดไปจากนี้ได้ยังไงครับ

* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!* * *


กำลังโหลดความคิดเห็น