xs
xsm
sm
md
lg

“ฮอนด้า” ขอเวลา 5 ปี บิดไทยสร้างชื่ออีกครั้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ทัพซิ่ง เอ.พี.ฮอนด้า ยุคใหม่
ASTV ผู้จัดการรายวัน – สุดสัปดาห์นี้ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โรด เรซซิง จะกลับมาลุยกันต่อช่วงครึ่งฤดูกาลหลังที่เหลืออีก 3 สนาม โดยเป็นคิวของสนาม ช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ รับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพสังเวียนที่ 4 ท่ามกลางนักแข่งฝีมือฉกาจจากเอเชีย ตบเท้าลงชิงชัย ไม่เว้น เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิง ไทยแลนด์ ที่ส่งนักบิดสายเลือดไทยลงบู๊ทั้ง 3 รุ่น และเป็นที่น่าจับตามองเพราะต่างมีผลงานยอดเยี่ยมติดอยู่หัวแถวในขณะนี้

การดวลความเร็วสนามที่จังหวัดบุรีรัมย์ จะมีขึ้นวันที่ 28-30 สิงหาคม นี้ โดยหนึ่งไฮไลท์ที่ชาวมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยไม่ควรละสายตาคือการลงสนามของทัพนักบิดทีม เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิง ไทยแลนด์ ตัวแทนของประเทศไทยที่มากันครบครันทั้งรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี., เอเชีย โปรดักชัน 250 ซีซี. และรุ่นเล็ก เอเชีย ดรีม คัพ โดยแต่ละรุ่นทีมซิ่งค่ายปีกนกมีผลงานเข้าตากรรมการยิ่งโดยเกาะอยู่หัวตารางจาก 3 สนามที่ผ่านมา จนมีลุ้นได้หยิบแชมป์เอเชียในปีนี้

เริ่มที่รุ่นใหญ่สุด 600 ซีซี นำทีมโดย “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ น้องชายร่วมสายเลือดของ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ผลงานครึ่งฤดูกาลแรกอยู่อันดับ 7 ของตาราง มี 45 แต้ม ไล่ผู้นำอยู่ 36 แต้ม ถือว่ายังมีโอกาสแซงอยู่หากประเดิมขึ้นโพเดียมต่อเนื่อง ขณะที่สนามนี้ยังจะได้ต้อนรับการกลับมาของ “ซูเปอร์บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท ที่หายหน้าหายตาจากแทร็กไประยะหนึ่งเพราะบาดเจ็บจากอุบัติเหตุชนเพื่อนร่วมอาชีพที่ อินโดนีเซีย จนต้องผ่าตัดที่มือขวาก่อนเร่งทำกายภาพบำบัดและกลับมาขี่ได้ตามเดิม

รองลงมา เอเชีย โปรดักชัน 250 ซีซี. ถือว่ามีลุ้นเมื่อ “สแตม” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ เก็บชัยเป็นกอบเป็นกำจนนำเป็นจ่าฝูงมี 106 แต้ม ตามด้วยอีก 2 หน่อ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ กับ “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล อยู่ที่ 3 มี 69 แต้ม และที่ 4 มี 58 แต้ม ส่วนรุ่น เอเชีย ดรีม คัพ ที่ใช้รถ ฮอนด้า CBR 250R ลงแข่งขันน่าสนใจยิ่งเพราะมีชื่อ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช สาวไทยหนึ่งเดียวของเวทีนี้ โกยแชมป์ทุกสนามไม่แพ้ชายอกสามศอกเป็นจ่าฝูงมี 111.5 แต้ม กับน้องใหม่ “แมน” วรพรต เนียมสุคนธ์สกุล ที่เพิ่งได้ชิมลางครั้งแรก

โดย นาย อารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด พูดถึงการส่งนักบิดลงชิงแชมป์ในบ้านของตัวเองสุดสัปดาห์นี้ว่า “สนามนี้นักแข่งของเราทุกคนทำการบ้านมาพอสมควรและได้เปรียบคือมาซ้อมก่อนทีมอื่นเพราะเป็นโฮมเรซบ้านเราเอง รุ่นที่ยากสุดคือ 600 ซีซี มีนักบิดค่ายใหญ่ๆลงแข่งขันเพียบทั้ง ฮอนด้า, ยามาฮ่า, คาวาซากิ แถมมีคนที่เคยขึ้นโพเดียม โมโตทู มาแล้ว คิดว่าไม่ง่ายแต่เราก็มั่นใจในศักยภาพของ โฟลท และ บอล ที่ตอนนี้หายดีเป็นปกติแล้ว”

“ขณะที่รุ่น 250 ซีซี. ทุกคนฝีมือไม่เป็นรองใครเลยทั้ง อภิวัฒน์, นครินทร์ และ วรพงศ์ ผมมั่นใจว่าต้องมีใครคนใดคนหนึ่งได้ขึ้นโพเดียมแน่นอน ส่วนรุ่น ดรีม คัพ นี่น่าสนใจเพราะตอนนี้เรามี มุกข์ลดา เป็นผู้นำอยู่ ฝีมือตอนนี้พัฒนาขึ้นมาก เพราะเริ่มเน้นเก็บแต้มขึ้นโพเดียมอย่างต่อเนื่องไม่ใช่ขี่เอามันเหมือนแต่ก่อน ซึ่งผมคิดว่าสนามนี้ทุกรุ่นของเรามีสิทธิ์เป็นผู้ชนะทั้งหมด เพราะนักบิดของเรามีทั้งฝีมือ, โอกาส และความมั่นใจ” บิ๊กใหญ่จาก ฮอนด้า กล่าว

สำหรับ เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิง ไทยแลนด์ ผลงานครึ่งฤดูกาลแรกโดดเด่นยิ่ง ส่วนหนึ่งนอกจากฝีมือนักแข่งที่เก็บประสบการณ์จากเวทีต่างๆจนสุกงอม ยังได้ มาโกโตะ ทามาดะ อดีตนักบิดเวที โมโตจีพี ชาวญี่ปุ่น มาเป็นกุนซือช่วยยกระดับผลงาน ซึ่ง “เจ้าบอล” พูดถึงการร่วมงานกับสเปเชียลโค้ชรายนี้ว่า “สำหรับผม โค้ช ทามาดะ เป็นคนที่มีความสามารถและประสบการณ์สูงมาก เขาจะคอยแนะนำพวกเราตลอดเวลาลงสนามทั้งการเข้าโค้งและจังหวะเร่ง-ผ่อนเครื่องชนิดมองตาเปล่าก็บอกได้เลยจนเรามีผลงานดีขึ้นต่อเนื่อง”

ทั้งหมดถือเป็นแผนการที่ทีมบิดค่ายปีกนกและ “เสี่ยอารักษ์” วางไว้แล้วถึงการสร้างทีมนักบิดสายเลือดใหม่ของไทย กอดคอกันยึดตำแหน่งแถวหน้าของวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับเอเชีย ก่อนต่อยอดกลับสู่เวทีระดับโลกอีกครั้ง ซึ่งนายใหญ่ของ เอ.พี.ฮอนด้า ประกาศพร้อมเปิดโอกาสและผลักดันนักแข่งทุกคนไปสู่ทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นหากมีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะรายของ “น้องมุกข์” ที่เตรียมส่งไปแข่งขันรายการระดับ CEV โมโตทรี จูเนียร์ ที่สเปน หากมีแชมป์เอเชียติดมือในปีนี้

“ตอนนี้ทีม ฮอนด้า เลือกที่จะถอยกลับมานับหนึ่งกันใหม่ เพื่อสร้างนักบิดของเราให้แข็งแกร่งพอที่จะไต่เต้าไปลงแข่งระดับโลกได้ รวมถึงทีมช่างของเราด้วยเพราะหากวันใดวันหนึ่งเรามีทีมของตัวเองในรายการใหญ่ก็จะช่วยได้มากในเรื่องการเซ็ตรถให้เหมาะสมกับนักขี่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสื่อสารกับทีมช่างต่างชาติเหมือนแต่ก่อน ซึ่งผมคิดว่าต่อให้ต้องใช้เวลาถึง 5 ปี ก็ไม่สายเกินไปที่เราจะกลับไปสร้างชื่อเวทีโลกอีกครั้ง” นาย อารักษ์ ทิ้งท้าย

* * *คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า “MGR SPORT” รับข่าวสารแวดวงกีฬาชนิดเกาะติดขอบสนามคลิกที่นี่เลย!!***


บอล สลัดเดี้ยงคืนแทร็ก
ทามาดะ กุนซือคนสำคัญ
มุกข์ มีแววสู่เวทีโลก
กำลังโหลดความคิดเห็น...