xs
xsm
sm
md
lg

“กิเลน-เซราะกราว” ปัจจัยสู่แชมป์ / ชมณัฐ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

คอลัมน์ “TIMEOUT” โดย “ชมณัฐ”

คงไม่ผิดนักหากบอกว่าศึกลูกหนังโตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013 เหลือเพียงม้า 2 ตัวเท่านั้น ที่ห้ำหั่นชิงชัยกันเพื่อตำแหน่งแชมป์ โดยเป็นหน้าเดิมที่เป็นเต็งจ๋ามาตั้งแต่ต้นซีซันอย่างแชมป์เก่า “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทองฯ ยูไนเต็ด และผู้ท้าชิง “เซราะกราว” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องจับตาดูว่าช่วงโค้งสุดท้ายทีมใดจะคงเส้นคงวากว่ากันและปัจจัยใดที่จะทำให้เกิดการผลิกโผได้

เอสซีจี เมืองทองฯ โดนหักแต้มเกมที่ชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี ที่เป็นปัญหาเหลือเพียง 54 แต้ม และส่งให้อันดับ 2 อย่าง บุรีรัมย์ ที่มี 55 แต้ม จาก 23 นัด พลิกแซง โดยเหลือเกมในมือ 9 นัดเท่ากันทั้งคู่ ก่อนแมตช์วันที่ 31 สิงหาคมและ 1 กันยายนนี้

โดย “กิเลนผยอง” จะได้เปรียบเรื่องการเล่นในบ้านมากกว่า แบ่งเป็น เหย้า 5 (ชลบุรี เอฟซี, ทีโอที เอสซี, สุพรรณบุรี เอฟซี, บางกอกกล๊าส เอฟซี, ชัยนาท เอฟซี) เยือน 4 (อินทรีเพื่อนตำรวจ, สมุทรสงคราม เอฟซี, โอสถสภา เอ็ม150 สระบุรี, บีอีซี เทโรศาสน) ขณะที่ “ปราสาทสายฟ้า” จะต้องไปเยือนถึง 5 เกม (โอสถสภาฯ, ชัยนาท เอฟซี, อาร์มี่ ยูไนเต็ด, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี, แบงค็อก ยูไนเต็ด, ) และเหย้า 4 (บีอีซี เทโรฯ, ชลบุรี, พัทยา ยูไนเต็ด, ทีโอที)

แต่หากวิเคราะห์โปรแกรมกันแล้ว อดีตแชมป์เก่า 3 สมัยนั้นหนักกว่า โดยตัวแปรสำคัญอยู่ที่การเปิดรัง เอสซีจี สเตเดียม ต้อนรับ สุพรรณบุรี กับ บางกอกกล๊าส 2 ทีมที่กำลังฟอร์มแรง เนื่องจากในเลกแรกทั้งคู่สร้างความปราชัยให้ทัพกิเลน ได้ 1-3 และ 0-1 ตามลำดับ รวมถึงเกมเยือน โอสถสภาฯ ก็ไม่ใช่งานหมูเช่นกันหลังทำได้แค่เสมอ 1-1 ในครึ่งซีซันแรกที่บ้านตัวเอง

ส่วนแชมป์เก่าปี 2011 นั้น คู่แข่งในคิวที่เหลือไม่น่าจะเป็นงานยาก เคยปราบมาได้เกือบหมดแล้วในเลกแรก มีเพียงแค่ บีอีซี เทโรฯ กับ ทีโอที เท่านั้นที่สะดุดเสมอในการออกไปเยือน แต่ครั้งนี้ได้เล่นในถิ่น ไอ-โมบาย สเตเดียม คงไม่พลาด 3 แต้ม

และตัวแปรสำคัญที่ทั้งคู่จะต้องเจอก็คือ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 3 ที่เหมือนจะยกธงขาวในการล่าแชมป์แล้วเพราะมีเพียงแค่ 46 คะแนน แต่ศักดิ์ศรียังค้ำคอ ไม่ว่าอย่างไรก็สู้สุดใจแน่นอน และมีสิทธิ์ที่ทีมใดทีมหนึ่งจะเพลี่ยงพล้ำให้

ถัดมาที่ในส่วนของขุมกำลังต้องบอกว่า บุรีรัมย์ ตัดสินใจถูกที่ตัดชื่อของ คาร์เมโล กอนซาเลซ มิดฟิลด์ตัวเก่งออกจากรายการเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เนื่องจากในรอบก่อนหน้านี้แข้งสแปนิช วัย 29 ปี แผลงฤทธิ์ไม่ออกเมื่อเจอความเคี่ยวและการบีบพื้นที่เร็วในระดับถ้วยเอเชีย แต่เมื่อเจอทีมระดับไทยลีกที่ความเคี่ยวน้อยกว่า และมีพื้นที่ให้ได้วาดลวดลายมากกว่า จึงเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าตัวโชว์ศักยภาพได้เต็มที่ โดยตำแหน่งดาวซัลโว 20 ประตู เป็นเครื่องการันตีอย่างดี รวมถึงการที่ได้แข้งพรสววรค์อย่าง “เจ้าโน๊ต” จักรพันธ์ แก้วพรม หายจากการเจ็บยาวกลับมาเสริมแดนกลางด้วยเช่นกัน จึงไม่เป็นปัญหาที่จะต้องกรำศึกหลายถ้วยพร้อมกัน

ด้าน เอสซีจี เมืองทองฯ หลังจากที่ได้ เรเน เดอซาเยียร์ เข้ามาคุมทัพ ทีมเริ่มแสดงให้เห็นถึงความกระหายในชัยชนะมากขึ้น ปัง ซุน ควาน ตอบคำถามแล้วว่าประสบการณ์ที่ผ่านลีกระดับท็อปของเอเชียมา สามารถช่วยทีมได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง เอดิวัลโด เฮอร์โมซา ที่ฟอร์มดีวันดีคืน กลับมาเป็นกำลังหนุนให้กับ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา หอกเบอร์ 1 ที่เริ่มคืนฟอร์มกลับมายิงกระจายอีกครั้งรวมแล้ว 11 ประตู

ต้องบอกว่าทั้งสองทีมต่างพร้อมในทุกๆด้าน เบียดกันคะแนนนต่อคะแนน ขึ้นอยู่ที่ใครจะสะดุดพลาดเองมากกว่า เผลอๆไทยลีกปีนี้อาจมีดรามาให้แฟนบอลได้ติดตามจนกระทั่งนัดสุดท้ายของฤดูกาลเลียทีเดียว
กำลังโหลดความคิดเห็น