ASTVผู้จัดการรายวัน-รถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก หรือ “ฟอร์มูลา วัน” นับเป็นเป้าหมายสูงสุดของบรรดานักขับทางเรียบทั่วโลก ซึ่งแม้ว่าเวลานี้จะยังไม่มีผู้นั่งใน “คอกพิตต์” จากประเทศไทย แต่จุดเริ่มต้นเล็กของหนุ่มน้อยวัยเพียง 16 ปีลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ แซนดี สตูวิค ที่ได้ไปโลดแล่นอยู่ในศึกฟอร์มูลา เรโนลต์ ยูโรคัพ 2011 อาจหมายถึงความหวังที่จะเห็นธงไตรรงค์ไปโบกสะบัดบนแทร็กเอฟวันในอนาคตก็เป็นได้
เส้นทางของนักขับทั่วโลกก่อนจะก้าวไปถึงระดับฟอร์มูลา วัน ซึ่งถือเป็นการแข่งขันรถแข่งล้อเปิดที่เร็วที่สุดในโลก ต้องเริ่มจากการแข่งขันรถคาร์ทในวัยเด็ก จากนั้นจะต้องบ่มเพาะประสบการณ์ในกาารแข่งขันระดับนานาชาติให้ได้มากที่สุด ก่อนจะต้องหาลู่ทางเข้าไปแข่งขันในทวีปยุโรปและไต่เต้าจากการแข่งขันฟอร์มูลา ทรี ,ฟอร์มูลา เรโนลต์ 3.5 ลิตร ไปจนถึงระดับจีพี 2 ซึ่งนับเป็นเวทีที่ทีมแข่งเอฟวันจะส่งแมวมองมาดึงตัวไปร่วมทีม
ซึ่งหากเปรียบฟอร์มูลา วัน เป็นการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย คงพอกล่าวได้ว่าเจ้าหนูนักซิ่งตัวแทนประเทศไทย ดีกรีแชมป์เอเชียน ฟอร์มูลา เรโนลต์ 2010 จากฤดูกาลที่ผ่านมา ยังถือเป็นนักเรียนในระดับประถมเท่านั้น และยังต้องฝันฝ่าอุปสรรคหลายด่านกว่าจะไปถึงเป้าหมายสูงสุด แต่ก็นับได้ว่าแซนดี้ กำลังเดินมาถูกทางบนสายอาชีพนักแข่ง
หลังสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์เอเชีย นักซิ่งลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ สามารถขยับเข้าสู่การแข่งขันในภาคพื้นยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการเข้าร่วมสังกัดทีมคีโอ เรซซิง ทีมแข่งของเดนมาร์ก และลงแข่งขันฟอร์มูลา เรโนลต์ ยูโรคัพ ตลอดฤดูกาล 2011 ซึ่งแม้ว่าผลงานในช่วง 8 สนามแรกจะยังไม่เป็นไปตามเป้าแต่เจ้าตัวยังยืนยันที่จะเก็บแต้มให้ได้ทั้งหมดในอีก 6 สนามที่เหลือ
โดยแซนดี้ เผยถึงภาพรวมจาก 8 สนามแรกบนเวทียุโรปกับศึกฟอร์มูลา เรโนลต์ ยูโรคัพ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรว่า "ผมเองยังไม่พอใจกับผลงานของตัวเอง บางสนามเรามีโอกาสขึ้นไปถึงท็อป 5 แต่ก็ต้องเจอกับปัญหาบางอย่าง ขณะที่การเซ็ตอัพรถก็ยังทำได้ไม่ดีในหลายๆสนาม อย่างไรก็ดีผมยังไม่หมดหวังและจะต้องผลงานติดท็อป 10 และเก็บแต้มให้ได้ในอีก 6 เรซที่เหลือ"
นอกจากนี้อีกหนึ่งปัจจัยของการก้าวสู่นักขับระดับท็อป คือเรื่องของงบประมาณ โดย MGR SPORT สืบทราบมาว่าในหนึ่งฤดูกาลของฟอร์มูลา เรโนลต์ ยูโรคัพ นักแข่งแตะละคนจะต้องมีงบประมาณในการทำทีมร่วม 20 ล้านบาท ซึ่งนอกจากเม็ดเงินที่ได้จากผู้สนับสนุนอย่างสิงห์ คอร์เปอเรชัน และเดอะ พิซซา คอมปานี แล้ว อีกหนึ่งบุคคลที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือ มาร์ติน สตูวิค คุณพ่อสายเลือดนักขับชาวนอร์เวย์ของแซนดี้นั่นเอง
โดยมาร์ติน ที่สนับสนุนลูกชายในด้านกีฬาแข่งรถมาตั้งแต่ขับรถคาร์ทในวัยเพียง 4 ขวบ เผยผ่าน MGR SPORT ว่า "แซนดี้หลงรักในกีฬาความเร็วมาตั้งแต่เด็ก ส่วนผมเองในฐานะพ่อ ก็อยากจะสนับสนุนในสิ่งที่ลูกรัก ก็ไม่ได้คิดว่ามันจะนำเราไปสู่อะไร และตอนนี้ผมเชื่อได้ว่าแซนดี้มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะก้าวไปเป็นนักแข่งไทยที่ขึ้นไปในระดับฟอร์มูลา วันได้ในอนาคต
นอกจากนี้คุณพ่อหัวใจเรซซิงได้เผยถึงเป้าหมายของลูกชายตัวเองในปีนี้ว่า "ปีแรกของแซนดี้ในยุโรปถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ด้วย เขาเองต้องเรียนรู้ทุกอย่างทั้งสนามและรถที่ซับซ้อนกว่าเดิม ขณะที่คู่แข่งก็เป็นคู่ต่อสู้ในระดับโลก เป้าหมายปีนี้จึงอยู่ที่ท้อป 10 และตอนนี้ก็ได้มีการวางแผนการทดสอบในช่วงหน้าหนาวปี 2012 ไว้แล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการที่จะไต่ขึ้นชิงระดับแชมป์ในปีหน้าต่อไป"
หากไล่ดูดีกรีของการแข่งขันฟอร์มูลา เรโนลต์ ยูโรคัพ จัดได้ว่ารายการดังกล่าวเคยเป็นเวทีแจ้งเกิดของนักขับดังมากมาย อาทิ คิมี ไรค์โคเนน,เฟลิเป มาสซา ,รวมถึงคามูอิ โคบายาชิ ฉะนั้นบางทีความมุ่งมั่นของแซนดี สตูวิค อาจผลัดดันให้เขาไปสู่จุดสูงสุดของนักขับด้วยการได้ร่วมทีมแข่งฟอร์มูลา วัน ในเร็ววันนี้ก็เป็นได้


