xs
xsm
sm
md
lg

10 แมตช์สุดประทับใจของ “เดวิด เบ็คแฮม”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ขณะที่เส้นทางการค้าแข้งของ “เดวิด เบ็คแฮม” มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ในเมืองลุงแซม ยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือก้อย เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมา เขาเป็นนักเตะคนหนึ่งที่ประสบสำเร็จมากที่สุดโดยเฉพาะในระดับสโมสรและระดับประเทศ ว่าแล้วก็ลองย้อนกลับไปดูเกมที่เรียกได้ว่าเป็น 10 แมตช์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมิดฟิลด์พ่อลูกสามจากการรวบรวมของเว็บไซต์ soccernet.com สักหน่อยดีกว่า

1. อังกฤษ 2 กรีซ 2 (6 ตุลาคม 2001)
เป็นแมตช์ที่อังกฤษต้องการ 1 แต้ม เพื่อการันตีว่า ตัวเองจะสามารถไปเวิลด์ คัพ 2002 ที่เกาหลีและญี่ปุ่นร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพราะผลอีกคู่ ซึ่งก็คือ ฟินแลนด์กับเยอรมันนั้นออกมาเสมอกัน โดยในเกมนี้อังกฤษโดนนำไปถึงสองครั้งสองครา และก็เป็น เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่สามารถตีเสมอได้ในครั้งแรก ในขณะที่เบ็คแฮม รับบทฮีโร่ ยิงฟรีคิกช่วยทีมตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บพาอังกฤษเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ

2. บาเยิร์น มิวนิค 1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 (26 พฤษภาคม 1999)
เป็นเกมที่แฟนผีแดงหลายคนยังจำกันติดตา ในแมตซ์ชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งในตอนนั้นดูเหมือนว่า ยูไนเต็ดจะกำลังย่ำแย่ เนื่องจากในเกมขาดกำลังหลักอย่าง รอย คีน และ พอล สโคลส์ ซึ่งน้อยครั้งที่จะได้เห็นเบ็คแฮม มายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ในเกมนี้ เขาต้องมารับบทบาทดังกล่าว ถ้วยแชมป์ถูกผูกด้วยริบบิ้นด้วยสีของทีมบาเยิร์น มิวนิคไปเรียบร้อยแล้ว และไม่มีที่ท่าว่าแมนฯยู จะสามารถพลิกเกมกลับมาได้ ทว่าในช่วงท้ายเกมปาฏิหาริย์ก็บังเกิด เมื่อเบ็คแฮม เปิดลูกเตะมุมมาให้เท็ดดี้ เชอริงแฮม ยิงตีเสมอ 1-1 และถัดมาไม่กี่นาทีในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เบ็คแฮม ก็เป็นผู้เตะมุมให้โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สังหารประตูชัยให้แมนฯยู พลิกกลับมาชนะบาเยิร์น มิวนิค 2-1 คว้าแชมป์เจ้าแห่งยุโรปไปครองสำเร็จ

3. วิมเบิลดัน 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3 (17 สิงหาคม 1996)
เรียกได้ว่า เกมนี้เป็นเกมสร้างชื่อให้กับเบ็คแฮม เลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากที่แมนฯยู ยิงนำวิมเบิลดัน ไป 2-0 ดูเหมือนอะไรๆ ก็เป็นใจไปหมด เมื่อนักเตะรูปหล่อ ซึ่งตอนนั้นถือได้ว่ายังเป็นนักเตะโนเนม ลองส่องยิงไกลกว่า 60 หลา และเมื่อบอลลอยข้ามหัว นีล ซัลลิแวน ผู้รักษาประตูวิมเบิลดัน เข้าประตูไป ชื่อของเขาก็เป็นที่จดจำและกลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองเพียงชั่วข้ามคืน และแล้วชีวิตของเบ็คแฮม เปลี่ยนไปในที่สุด เมื่อปลายเดือนดังกล่าว เขาก็ถูกเรียกติดทีมชาติเป็นครั้งแรก

4. อาร์เจนตินา 0 อังกฤษ 1 (7 มิถุนายน 2002)
นัดนี้ถือเป็นนัดล้างตาของทีมชาติอังกฤษและเบ็คแฮม หลังจากที่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว อังกฤษโดนทีมฟ้าขาว เขี่ยตกรอบเวิลด์ คัพ 98 แถมเบ็คแฮม ยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามอีกต่างหาก ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้กลายเป็นตราบาปให้กับเขาในเวลาต่อมา นอกจากนี้ นักเตะอาร์เจนติน่า อย่าง อัลโด้ ดุสเชอร์ ก็เคยเสียบสกัดจนทำให้เบ็คแฮม ไม่สามารถลงช่วยแมนฯยู ไล่ล่าแชมป์ได้ โดยในเกมนี้เบ็คแฮม เป็นผู้ซัดลูกจุดโทษในช่วงก่อนหมดครึ่งแรกให้ทีมสิงโตคำรามเอาชนะคู่แข่งไปได้ 1-0 เขี่ยอาร์เจนตินาร่วงสมใจ

5. เดปอร์ติโบ ลาคอรุนญ่า 0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2 ( 2 เมษายน 2002)
นับเป็นครั้งแรกที่แมนฯยู สามารถเอาชนะคู่แข่งจากสเปนได้เป็นครั้งแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้ทีมปีศาจแดงยังไม่เอายัดเยียดความปราชัยให้กับให้กับเดปอร์ติโบ ลาคอรุนญ่า ได้สำเร็จเลย พร้อมกันนั้นชัยชนะครั้งนี้ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า ห้องเครื่องของทีมซึ่งประกอบด้วย เบ็คแฮม พอล สโคลส์ รอย คีน และไรอัน กิ๊กส์ เป็นกองกลางที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมที่เคยมีมา ทว่าเรื่องที่เบ็คแฮม จะจดจำไปอีกนาน นอกเหนือไปจากความสำเร็จของทีม ก็คือ อาการบาดเจ็บที่ได้มาจากเกมนี้

6. รีล มาดริด 4 บาเซโลน่า 2 (10 เมษายน 2005)
ในเกมนี้เบ็คแฮม อาจได้รับการยกย่องว่า เป็นนักเตะที่เยี่ยมที่สุดของทีม แม้ว่าเขาจะทำไม่ได้สักประตูก็ตาม ทว่าเขาก็เป็นผู้เปิดบอลให้เพื่อนปิดสกอร์เป็นประตูได้อย่างง่ายดาย หลังจากที่ซีเนอดีน ซีดาน เบิกประตูแรก ประตูที่สองก็ตามมาจากการเตะฟรีคิกของเบ็คแฮม ที่ชนกำแพงทำให้ลูกปลิ้นไปเข้าทางโรนัลโด้ โหม่งเข้าประตูไปสบายๆ ประตูที่สามเป็นของราอูล ส่วนประตูสุดท้ายมาจากการเปิดบอลอันแม่นยำของเบ็คแฮม ให้ ไมเคิล โอเว่น เพื่อนร่วมชาติปิดสกอร์ ซึ่งถือเป็นสไตล์การเล่นที่ถนัดของทั้งคู่ในการเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ

7. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 3 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5 (29 กันยายน 2001)
เป็นอีกหนึ่งเกมมหัศจรรย์ของแมนฯยู หลังจากที่โดนนำห่าง 3-0 แถมกัปตันทีมคนสำคัญ อย่าง รอย คีน ก็ยังไม่สามารถลงช่วยทีมได้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้เกมนี้ เบ็คแฮม ต้องสวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรก หลังจากครึ่งแรกถูกนำห่างถึง 3 ลูก เหมือนทุกอย่างจะยากไปหมด ทว่าขุนพลผีแดงก็ค่อยๆ ยิงประตูตามมาจนได้จากลูกแรกของแอนดี้ โคล ตามมาด้วยลูกโหม่งของกองหลังจอมเก๋า โลร็อง บลองก์ ที่ได้เบ็คแฮม เป็นผู้เปิดบอลจากลูกเตะมุม จากนั้นก็เป็นฟานนิสเตลรอย และ เวรอน ที่ยิงให้ทีมพลิกกลับมานำเป็น 4-3 เท่านั้นยังไม่พอ เบ็คแฮม ยังสามารถยิงประตูสุดสวยปิดท้ายให้ทีมเอาชนะสเปอร์ส ไปอย่างท่วมท้น 5-3 ซึ่งนี่อาจเรียกได้ว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่สุดยอดของทีมเลยก็ว่าได้

8. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 รีล มาดริด 3 (23 เมษายน 2003)
สำหรับมิดฟิลด์สุดหล่อแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ต้องการเค้นฟอร์มการเล่นสุดยอดออกมา เขาก็มักจะทำมันได้สำเร็จ เฉกเช่นเดียวกับเกมนี้ ที่เขากำลังมีปัญหากับท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม จนถูกถอดออกจากตัวจริงในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบควอเตอร์ไฟนัล โดยท่านเซอร์ได้ส่งฮวน เซบาสเตียน เวรอน ลงสนามตั้งแต่ต้นเกม อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงคราวที่ทีมต้องการผู้พลิกเกม ท่านเซอร์ก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องเรียกใช้บริการของหนุ่มเบ็คส์ และเขาก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง เมื่อสามารถปั่นฟรีคิกของถนัดเข้าประตูไปท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนร่วมทีมในอนาคตอย่าง ราชันชุดขาว

9. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4 กาลาตาซาราย 0 (7 ธันวาคม 1994)
หลังจากที่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมมาได้อย่างต่อเนื่อง นี่นับเป็นเกมแรกของเบ็คแฮม ในการแข่งขันระดับยุโรป ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า เด็กหนุ่มอย่างเบ็คส์ น่าจะตื่นสนาม ทว่าไม่เลยเขากลับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม นัดนี้เบ็คแฮม สามารถยิงประตูแรกของทีมในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อีกด้วย

10. รีล มาดริด 2 รีล เบติส 1 (30 สิงหาคม 2003)
เหตุผลที่ทีมราชันชุดขาวตัดสินใจคว้าตัวเบ็คแฮม มาร่วมทีมคงไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์อันโดดเด่นเตะตาแฟนบอลโดยเฉพาะสาวๆ ของเขา ทว่าน่าจะเป็นเพราะเขาเป็นนักเตะฝีเท้าดีคนหนึ่งของโลก ซึ่งเขาก็สามารถพิสูจน์มันได้ในทันทีที่ลงสนามนัดแรกให้กับทีมต้นสังกัด เมื่อสามารถยิงประตูได้ในนัดแรกที่ลงรับใช้ทีม พร้อมกันนั้นเขายังสามารถเล่นเข้าขากับนักเตะระดับโลก อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ราอูล และโรนัลโด้ ได้ดีอีกด้วย