จากเรื่องราวที่เปรียบเหมือนบทละครที่ อิสตันบูล 2 ปีผ่านไป เอซี มิลาน กับ ลิเวอร์พูล โคจรมาพบกันอีกครั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศฤดูกาล 2007 ซึ่งจะดวลกันที่ เอเธนส์ โอลิมปิก สเตเดี้ยม ประเทศกรีซ ในวันพุธที่ 23 พฤษภาคมนี้ โดยทัพ "รอสโซเนรี่" อดีตแชมป์ 6 สมัยมีเป้าหมายเดียวคือล้างแค้นให้ได้
ก่อนหน้านี้มีเกมรีแมตช์เกิดขึ้นสองครั้งระหว่าง รีล มาดริด กับ แรนส์ ในปี 1959 และ อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม กับ ยูเวนตุส ในปี 1996 แต่ไม่มีไฟแค้นใดจะสุมทรวงเท่ากับของ มิลาน เพราะเมื่อปี 2005 ออกนำห่างถึง 3-0 แต่ว่า ลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในครึ่งหลังไล่ตีเสมอ 3-3 ก่อนที่จะพลิกชนะชุดโทษ 3-2
แน่นอนไม่มีนักเตะ มิลาน คนไหนไม่อยากจะถอนแค้น ลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็น คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, อันเดรีย ปิร์โล่ และ เปา มัลดินี่ ที่ออกมาประกาศเจตนารมณ์เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม กาก้า เพลย์เมกเกอร์หน้าหยก ความหวังสูงสุดในแนวรุกที่ถลุงไปแล้ว 10 ประตู ตำแหน่งดาวซัลโวอยู่ในกำมือแน่นอนแล้ว ไม่มองเช่นนั้น
"ผมมุ่งเป้าไปที่ชัยชนะในเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปี 2005 คือสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่นี่จะเป็นอีกเกมที่จะจารึกชื่อผมในหน้าประวัติศาสตร์รวมถึงของ มิลาน ด้วย" นักเตะรูปหล่อวัย 25 ปี ที่สื่อมวลชนทุกสำนักเยินยอว่าเข้าขั้นดีที่สุดในโลกเวลานี้ไปแล้ว เผย
มิลาน ไม่มีอะไรต้องห่วงหน้าพะวงหลังเพราะใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี การันตีอันดับท็อปโฟร์ได้กลับมาลุยศึกใบนี้ในฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้ว มิหนำซ้ำเกมล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ยิ้มรับความพ่ายแพ้ด้วยการจัดนักเตะชุดสำรอง 11 คนลงเล่นจนกระทั่งพ่ายแพ้คารัง ซานซิโร่ ต่อ อูดิเนเซ่ 2-3
คาร์โล อันเชล็อตติ นายใหญ่ของ มิลาน มีปัญหาที่ต้องนอนก่ายหน้าผากขบคิดว่าจะส่ง อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ หรือ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ยืนเป็นหอกตัวเป้าล่าตาข่าย ลิเวอร์พูล ซึ่งกุนซือร่างพลุ้ยบอกว่าจะตัดสินใจในช่วงเย็นวันโม่แข้ง แต่ทว่า ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ประธานสโมสรจอมจุ้น ออกมาแนะแท็กติกเสร็จสรรพว่าควรส่ง จิลาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงก่อน
อันเชล็อตติ ซึ่งเป็นคนที่ 5 ที่คว้าแชมป์ยุโรปทั้งในฐานะโค้ชและผู้เล่น ยังต้องเช็กความฟิตของ มัลดินี่ ปราการหลังรุ่นลายคราม ที่เจ็บหัวเข่าไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่เกมรอบรองชนะเลิศนัดแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งหากแนวรับวัย 38 ปีที่สัมผัสแชมป์รายการนี้มาแล้วถึง 4 สมัยไม่พร้อมจะเป็น คาคา คาลัดเซ่ ที่ได้จับคู่กับ อเลสซานโดร เนสต้า แทน
ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล อดีตแชมป์ 5 สมัย รุ่งเรืองสุดขีดในช่วงปี 1977-1984 เพราะคว้ามาครองได้ถึง 4 สมัย ก่อนที่ ราฟาเอล เบนิเตซ จะนำความสำเร็จกลับสู่ถิ่น แอนฟิลด์ อีกครั้งในปี 2005 ซึ่งการเข้าชิง 2 ครั้งในรอบ 3 ปีที่คุมทัพและได้แชมป์มา 1 สมัย คือว่ายอดเยี่ยมอย่างมากเลยทีเดียว
เบนิเตซ มีปัญหาในการจัดทัพ เพราะถึงเวลานี้ยังเลือกไม่ได้ว่าจะส่งใครลากเลื้อยทางกราบซ้ายระหว่าง เบาเดอไวน์ เซนเด้น ที่เจ็บข้อเท้าเล็กน้อย หรือ แฮร์รี่ คีเวลล์ ที่กลับมาลงสนามได้แล้วหลังเจ็บไม่ได้เล่นมาตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2006 เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ส่วนในรายของ หลุยส์ การ์เซีย และ ฟาบิโอ ออเรลิโอ หมดสิทธิ์เล่นเพราะเจ็บยาว
นอกจากนี้ เบนิเตซ ยังต้องปวดหัวเมื่อ ชาบี้ อลอนโซ่ กองกลางเชิงสูง และสองกองหน้า เคร็ก เบลลามี่ กับ ปีเตอร์ เคร้าช์ ออกมาร้องขอโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง สำหรับความเป็นไปได้ที่ ชาบี้ จะได้ลงเล่นอยู่ที่เจ้านายจะส่ง สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมไดนาโม ถ่างไปเล่นทางกราบขวาหรือไม่
ก่อนเกม เจอร์ราร์ด ออกมากำชับลูกทีมต้องเน้นรัดกุมตลอดทุกวินาที เพราะไม่อยากเหนื่อยเหมือนปี 2005 "ผมได้ดู มิลาน ลงเล่นหลายครั้งในฤดูกาลนี้ พวกเขาแตกต่างจากเมื่อปี 2005 ผมไม่คิดว่าเกมจะเหมือนกับเมื่อ 2 ปีก่อน ผมคิดว่าจะระมัดระวังตัวกันมากขึ้น เกมรับจะเหนียวแน่นขึ้นในครั้งนี้"
"เราได้เรียนรู้อะไรมากมายจากปี 2005 ในครึ่งแรกเราไม่มีโอกาสและไม่ได้เล่นเกมรับอย่างรัดกุม เราได้เรียนรู้บทเรียนจากการออกสตาร์ทแย่ เป้าหมายที่ เอเธนส์ คือเล่นให้รัดกุมตั้งแต่ต้นเกม เราต้องการปิดโอกาส มิลาน และพยายามยิงประตูให้ได้ก่อน ซึ่งนั่นจะสร้างความแตกต่างในเกมนี้" กัปตันทีม "หงส์แดง" ทิ้งท้าย
รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
เอซี มิลาน - ดิด้า, มัสซิโม่ อ็อดโด้, อเลสซานโดร เนสต้า, เปาโล มัลดินี่, มาเร็ค แยนคูลอฟสกี้, เจนนาโร่ กัตตูโซ่, อันเดรีย ปิร์โล่, มัสซิโม่ อัมโบรซินี่, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ, กาก้า, อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่
ลิเวอร์พูล - โฮเซ่ เรน่า, สตีฟ ฟินแนน, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ยอห์น อาร์เน รีเซ่, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ฮาเวียร์ มาสเชราโน่, ชาบี้ อลอนโซ่, เบาเดอไวน์ เซนเด้น, ปีเตอร์ เคร้าช์, เดิร์ก เคาท์
มิลาน มุ่งมั่นเต็มที่จะลบฝันร้ายเมื่อ 2 ปีก่อน แถมฟอร์มช่วงหลังยิ่งเล่นยิ่งดีโดยเฉพาะเรื่องแท็กติกที่ดูเด่นขึ้นมา ส่วน ลิเวอร์พูล ตัวผู้เล่นดีขึ้นกว่าเมื่อตอนที่คว้าแชมป์ แต่ในเรื่องของแนวทางการเล่นยังเหมือนเดิม ดูแล้ว มิลาน ซึ่งมีทีเด็ดในแนวรุกมากกว่าน่าจะเข้าป้ายคว้าแชมป์ พร้อมส่งให้ กาก้า คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของยุโรป
คอลัมน์ "ฟันธงตรงเผง" โดย เซียนไก๋ เจริญกรุง
- มิลานเข้าป้าย


