แน่นอนฟุตบอลโลก 2006 ได้ผ่านพ้นไปด้วยความสุขและเสียงเฮของแฟนฟุตบอลอิตาลี ในฐานะที่พวกเขาครองแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่สี่ แต่หากพิจารณาในภาพรวมแล้วทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดน่าจะเป็น “เจ้าภาพ” เยอรมนีนั่นเอง
ด้วยเสียงชมเชยจากทั่วทิศถึงการจัดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะประธานฟีฟ่าหยอดยาหอมว่าเป็น เวิลด์คัพที่จัดได้ดีที่สุดเลยทีเดียว งานนี้ประธานอย่าง ฟรานซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ เป็นปลื้มยิ้มไม่หุบและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง อุตส่าห์เตรียมงานมานาน แถมช่วงแข่งขันยังอุตส่าห์ตระเวนนั่งเฮลิคอปเตอร์ ไปชมเกมฟุตบอลโลกครั้งนี้เกือบทุกนัด
ล่าสุดแม้กระทั่งสื่อหลายสำนักในอังกฤษ ต่างออกมาซูฮกให้ “เยอรมนี” คือ ผู้ชนะที่แท้จริงประจำทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2006 เนื่องจากพวกเขาทำหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการจัดการแข่งขัน หรือจะเป็นการรับมือกับอารมณ์ของแฟนบอลจากทั่วโลก
แม้ว่า “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี จะคว้าได้เพียงอันดับ 3 ของศึกฟุตบอลโลก 2006 โดยปล่อยให้ “อัซซูรี่” อิตาลี ที่ผ่านพวกเขาไปได้ในรอบรองชนะเลิศ ขึ้นไปเถลิงแชมป์โลกสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ หลังดวลจุดโทษชนะ “ตราไก่” ฝรั่งเศส 5-3 หลังเสมอกันในเวลาพิเศษ 120 นาที 1-1
อย่างไรก็ตาม เยอรมนี ในฐานะเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2006 ก็ได้รับเครดิตจากสื่อหลายๆ สำนัก โดยเฉพาะสื่อเมืองผู้ดีที่ยกย่องให้ เยอรมนี คือ ผู้ชนะตัวจริงในทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเช่นนี้
“เดอะ ไทม์ส” ตีข่าวยกย่องเยอรมนี “แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ แต่เราถือว่า เยอรมนี คือ ผู้ชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก 2006 อย่างแท้จริง พวกเขาน่าจะภูมิใจในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ อีกทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ เยอรมนี มี GDP เพิ่มขึ้น 0.3 มีแฟนบอลหลั่งไหลเข้าประเทศกว่า 2 ล้านคน เป็นเรื่องที่น่ายินดีไปกับพวกเขาจริงๆ อีกทั้ง เยอรมนี ยังสามารถรับมือกับบรรดากองเชียร์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกองเชียร์อังกฤษที่ก่อเรื่องก่อราวไปบ้าง แต่ตำรวจก็สามารถระงับเหตุการณ์ได้เป็นอย่างดี
ด้าน “ดิ อินดิเพนเดนท์” รายงานเช่นกัน “เยอรมนี ทำหน้าที่เจ้าภาพฟุตบอลโลก 2006 ที่อย่างเหลือเชื่อ และยอดเยี่ยมดีแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านขั้นตอนด้วยความพิถีพิถัน แฟนลูกหนังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทุกคนแสดงความกระตือรือร้นที่จะเป็นเจ้าบ้านที่ดี อีกทั้งต้องยกย่องสปิริตของกองเชียร์เยอรมนีเป็นอย่างยิ่ง”
เรื่องของผู้ชมในสนามถือว่าเป็นจุดที่เจ้าภาพประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ในศึกฟุตบอลโลกหลายๆครั้งที่ผ่านมา ชาติที่จัดมีปัญหากับการปล่อยและขายตั๋วคู่เล็กๆในรอบแรก จนทำให้ผู้เข้าชมบางสนามนั้นมีที่ว่างจนน่าเกลียด แต่มาเที่ยวนี้ฟุตบอลโลกที่เยอรมนีเต็มเกือบทุกนัด ถือว่าเจ้าภาพและฟีฟ่า ประสานงานการขายตั๋วได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ
เหตุผลสุดท้ายที่น่าจะตอกย้ำว่า เยอรมนี คือผู้ชนะของทัวร์นาเม้นต์นี้ที่แท้จริงก็คือ ความสำเร็จในเรื่องเกมลูกหนังของทีมอินทรีเหล็ก
ภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คลินส์มันน์ เยอรมนี สามารถชนะใจแฟนบอลร่วมชาติและทั่วโลก ด้วยลีลาการเล่นเกมรุกที่เผ็ดร้อน โยนสไตล์น่าเบื่อสมัยก่อนทิ้ง แถม คลินซี่ ยังประสบความสำเร็จในการสร้างผู้เล่นเลือดใหม่อย่าง ฟิลลิป ลาห์ม, เพอร์ มาร์เตซัคเกอร์, บาสเตียน ชไวน์สไตน์เกอร์, เดวิด โอดอนคอร์ และ ลูคัส โพโดลสกี้ ขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมต่อไปในอนาคต ทำให้ทีมอื่นๆจะประมาท “อินทรีเหล็ก” ไม่ได้อีกต่อไปแล้วในอนาคต
ด้วยเส้นทางการเขี่ยหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดประจำทัวร์นาเม้นต์อย่าง อาร์เจนติน่า ตกรอบ และจบเส้นทางด้วยเหรียญทองแดงอันดับสาม ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจ และไม่ทำให้ผู้ใหญ่หน้าแตก ซึ่งคงต้องยกย่องการเตรียมทีมที่ยอดเยี่ยมของคลินส์มันน์และทีมงานของเขานั่นเอง
จะว่าไปแล้วก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น ก็ไม่มีแฟนบอล “อินทรีเหล็ก” คนไหนคาดหวังว่าทีมจะมาได้ถึงจุดนี้ จากผลสำรวจส่วนใหญ่คิดว่าเยอรมนี จะจบเส้นทางเพียงแค่รอบสองเท่านั้น แต่สุดท้าย คลินส์มันน์ และลูกทีมก็ทำสำเร็จ ทำให้ตัวคลินซี่ กลายเป็นขวัญใจแฟนบอล และถูกทุกคนในเยอรมนีเรียกร้องให้อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าโค้ชต่อไป ซึ่งท้ายที่สุดแล้วคลินซี่ ได้ตัดสินใจอำลาทีมชาติอินทรีย์เหล็ก แต่สำหรับผลงานที่สามารถพาเจ้าภาพประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายเช่นนี้ หากจะพูดว่า"เยอรมนี"คือผู้ชนะตัวจริงของศึกฟุตบอลโลก 2006 ก็คงไม่ห่างไกลความจริงนัก


