xs
xsm
sm
md
lg

มาร์โก มาเตรัซซี่ อัซซูรี่จอมโขก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เกิด วันที่ 19 สิงหาคม 1973
ส่วนสูง 193 เซนติเมตร
น้ำหนัก 82 กิโลกรัม
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
สโมสรต้นสังกัด อินเตอร์ มิลาน
ติดทีมชาตินัดแรก เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2001
อิตาลี พบกับ แอฟริกาใต้

แม้ว่าการมาร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี ในครั้งนี้ มาร์โก มาเตรัซซี่ จะถูก มาร์เซลโล่ ลิปปี้ กุนซือทีมชาติอิตาลี หอบหิ้วมาด้วยในฐานะตัวสำรอง แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับกองหลังจอมเฟอะฟะรายนี้ เมื่อปราการหลังตัวหลักอย่าง อเลสซานโดร เนสต้า แห่งเอซี มิลาน ได้รับบาดเจ็บจากเกมที่ทีม “อัซซูรี่” เอาชนะทีมชาติสาธารณรัฐเช็กมาได้ในรอบแรก จนเปิดโอกาสมาตกกับนักเตะรอยสักท่วมตัวเข้าให้จนได้

ซึ่ง มาร์เตรัซซี่ ก็ไม่ได้สร้างผลงานที่น่าผิดหวังแต่อย่างใด เมื่อได้รับโอกาสในการลงเล่น 4 นัด และทำได้ถึง 2 ประตู รวมทั้งยังเป็น 1 ในเพชฌฆาตสังหารจุดโทษในการตัดสินหาผู้ชนะเพื่อรับถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 กับทีมชาติฝรั่งเศส

สำหรับกองหลังรายนี้ถือเป็นนักเตะจอมพเนจรอีกคนหนึ่งของวงการลูกหนังอิตาลี เมื่อตลอดอาชีพการค้าแข้งตั้งแต่ปี 1990 จนถึงปัจจุบัน มาเตรัซซี่ ได้เคยร่วมงานกับ 8 สโมสรด้วยกัน และยังเคยมาค้าแข้งกับทีม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ในฤดูกาล 1998/99 แต่ก็เป็นเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

โดยจุดเด่นของกองหลังวัย 33 ปีรายนี้นั้นอยู่ที่การเล่นลูกกลางอากาศ เนื่องมาจากการมีสรีระที่สูงใหญ่ถึง 193 เซนติเมตร รวมทั้งยังหาตำแหน่งได้ดีในการเข้าทำประตู ซึ่งในเกมชิงชนะเลิศปีนี้ก็เป็น มาเตรัซซี่ ที่สามารถโขกทำประตูตีเสมอ 1-1 ช่วยให้ทีมชาติอิตาลีกลับสู่เส้นทางของแชมป์โลก หลังจากทำพลาดให้ทีมเสียลูกจุดโทษไปก่อนในนาทีที่ 7 ของเกมนัดตัดเชือกเท่านั้น

ด้วยจุดเด่นในการพังประตูคู่ต่อสู้นี่เองทำให้ มาเตรัซซี่ สามารถสร้างสถิติเป็นกองหลังที่พังประตูสูงที่สุดเมื่อครั้งร่วมทีม เปรูจา หลังซัดไปได้ถึง 12 ประตู ในฤดูกาล 1999/2001 จนไปสะดุดสายตาทีม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ต้องรีบดึงตัวไปร่วมทีมโดยทันทีในฤดูกาลถัดมา และสามารถนำพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยโคปปา อิตาเลีย ได้ถึง 2 สมัย คือในฤดูกาล 2004/05 และ 2005/06

ส่วนผลงานในฟุตบอลระดับสูงนั้น มาเตรัซซี่ เคยผ่านฟุตบอลโลกปี 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 2004 หรือ “ยูโร 2004” ที่ประเทศโปรตุเกส มาแล้ว ซึ่งแม้ว่าผลงานของทีมชาติอิตาลีจะไม่น่าจดจำในสองรายการดังกล่าว แต่เชื่อว่าด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอด และผลงานการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2006 บนแผ่นดินเยอรมนี คงทำให้ มาเตรัซซี่ กลายเป็นผู้เล่นที่อยู่ในความทรงจำสำหรับแฟนฟุตบอลจากการแข่งขันครั้งนี้ไปแล้วก็เป็นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...