เยนส์ เลห์มัน นายทวาร "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เซฟ 2 จุดโทษของ อยาล่า กับ กัมบิอัสโซ่ ช่วยทีมชนะจุดโทษ "ฟ้าขาว" อาร์เจนติน่า 4-2 หลังจากที่เสมอกัน 1-1 ในเวลา 90 นาที โดยฟ้าขาวได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากลูกโหม่งของ โรเเบร์โต้ อยาล่า นาทีที่ 49 จากนั้นในครึ่งหลัง มิโรสลาฟ โคลเซ่ โหม่งตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 80 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป 30 นาทีเเต่ทำอะไรกันไม่ได้ ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ เเละเป็นฝั่งของ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนีที่เเม่นยำกว่า พร้อมกรุยทางเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป ศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน 2549 ที่ผ่านมา
ศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่สนาม โอลิมปิก สตาดิโอน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
เยอรมนี 1-1 อาร์เจนติน่า
(ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที เสมอ 1-1 เยอรมนี ชนะจุดโทษ อาร์เจนติน่า 4-2 )
"อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คลิ้นมันน์ กุนซือ นำทัพผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างพร้อมเพรียง โดยไม่มีการเปลี่ยนเเปลงจากนัดที่เอาชนะ สวีเดน 2-0 เเละยึดระบบการเล่นเป็น 4-4-2 ด้าน โฮเซ่ เปเกอร์มัน โค้ชใหญ่ของทีม "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนติน่า มีการจัดเปลี่ยนผู้เล่นเล็กน้อยเเละได้ข่าวดีเมื่อ หลุยส์ กอนซาเลส กองกลางตัวรุกของจากเอฟซี ปอร์โต้ หายจากอาการบาดเจ็บ กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

เริ่มต้นเกม ทั้งสองทีมก็เปิดฉากลุยใส่กันเต็มที่ เเละมีการปะทะทางฝีปากกันเล็กน้อยในนาทีที่ 3 เมื่อ ลูคัส โพดอลสกี้ โดนใบเหลืองเป็นคนเเรกจากเข้าสกัดหนัก มาสเชราโน่ ผ่านไป 10 นาที เกมของทั้งสองทีมเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันขึ้นบุกเเละมีโอกาสได้ลุ้นประตูพอๆ กัน
เเละนาทีที่ 16 ดูเหมือนว่าเกมบุกของอินทรีเหล็กเริ่มทำงานเเละเกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ชไนเดอร์ เปิดบอลให้ มิชาเอล บัลลัค ที่วิ่งหนีกองหลังของฟ้าขาวได้โขกเต็มศรีษะเเต่บอลหลุดกรอบออกข้างสนามอย่างเสียดาย ตามมาด้วยลูกยิงฟรีคิกของ แมร์เตซัคเกอร์ ทว่าบอลเหินข้ามคานออกไป ทางด้าน ฟ้าขาว ก็มีลุ้นเช่นกัน จากจังหวะที่ เตเบซ งัดลูกโด่งจากเท้าส่งต่อไปให้ ริเคลเม่ ที่ยืนในกรอบเขตโทษเเต่กองหลังเจ้าภาพสกัดบอลทิ้งไปได้
ผ่านไป 30 นาทีเเรก การครองบอลในเเดนกลางเป็นของทีมละตินอเมริกาใต้ที่ทำได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจังหวะการเข้าทำประตูของสองฝั่งนั้นยังมีน้อยมาก เข้าสู่ช่วงท้ายเกม อาร์เจนติน่า เป็นฝ่ายขึ้นเกมบุกได้มากกว่า เเละได้ลุ้นในจังหวะที่ ริเคลเม่ ต่อบอล เครสโปเเต่เเนวรับของอินทรีเหล็กเข้าประกบทันทีทำให้กองหน้าของเชลซีหมดสิทธิ์รับบอลจากเพื่อน เเละช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าภาพ มาได้ลูกตั้งเตะนอกกรอบเขตโทษ ชไวน์สไตเกอร์ เปิดบอลให้ไม่ถึงเพื่อนเเละโดนคู่ต่อสู้เคลียร์ออกไปได้ หมดเวลา 45 นาทีของครึ่งเเรก เยอรมนี เสมอ อาร์เจนติน่า 0-0

ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น โซริน โดนใบเหลืองคนเเรกจากการตั้งใจกระโดดย่ำ ฟรีดริช เเละนาทีที่ 49 คอบอลฟ้าขาวได้เฮก่อน เมื่อ ริเคลเม่ เตะมุมที่เสาธงข้ามมาหน้าประตูเเละเป็น อยาล่า ขึ้นโหม่งบอลพุ่งต่ำลงพื้น เลห์มัน หมดสิทธิ์เซฟ อาร์เจนติน่า ขึ้นนำ 1-0
หลังจากที่เสียประตู ระบบการเล่นของ เจ้าภาพ ดูตื้อๆ ไม่รัดกุมเเละเสียบอลในเเดนกลาง ปล่อยให้คู่เเข่งบุกสวนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ถัดมาในนาทีที่ 60 มาสเชราโน่ เข้าอัด ชไนเดอร์ ทำให้เยอรมนีได้ลูกฟรีคิกเเต่ โพลดี้ เปิดเเบบไม่มีลุ้น ส่งผลให้ คลิ้นซี่ ต้องเเก้ไขเกม โดยส่ง เดวิด โอดอนคอร์ เพื่อเน้นเกมรุก เเละถอด ชไนเดอร์ ถัดมา 4 นาที อินทรีเหล็กได้ลุ้นตีเสมอจาก บัลลัค ได้ซัดเต็มข้อ จากจังหวะที่นายทวารฟ้าขาวออกไปรับบอลผิดทาง เเต่โชคไม่ดีที่ยิงไปติดตัวกองหลังอาร์เจนไตน์เด้งออกไป
นาทีที่ 70 ฟ้าขาว ก็เจอปัญหา เมื่อ อับบอนดานเซียรี่ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งมีอาการบาดเจ็บจากจังหวะที่โดนเข่าของ โคลเซ่ อัดเต็มชายโครงด้านซ้าย เล่นต่อไม่ไหว เปเกอร์มันจำเป็นต้องส่ง "เจ้าเสือดาวน้อย" เลโอนาร์ด ฟรังโก้ ทวารสำรองลงมารับหน้าที่เเทน พร้อมกับส่ง เอสเตบาน กัมบิอัสโซ่ เเทน ริเคลเม่ ที่เล่นไม่ค่อยโดดเด่นนัก หลังจากนั้นในนาทีที่ 73 ฉลามขาวส่ง ทิม โบโรวสกี้ มาเเทน ชไวน์สไตเกอร์ ถัดมา เเนวรับของเจ้าภาพเขวอีกครั้ง ลาห์ม โดน เตเบซ เเย่งบอลเเละผ่านให้ มักซี่ ได้ง้างเท้าซัดเต็มเเรง เเต่บอลไซด์ฉีกออกไปติดตาข่ายด้านข้างประตู
เเละเเล้วในนาทีที่ 80 เจ้าภาพก็ไม่หมดความพยายามในการพังประตู จากการประสานงานอย่างสวยงามของ บัลลัค เปิดบอล โพบอลสกี้ โหม่งเช็ดให้ "เจ้าเวหา" โคลเซ่ เทคตัวโขกเต็มศรีษะบอลซุกก้นตาข่าย ช่วยให้อินเทรีเหล็กตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ซึ่งเป็นประตูที่ 5 ของเจ้าตัวด้วย เยอรมนีเเก้เกมเพื่อความรัดกุมมากขึ้นโดยส่งไพ่ใบสุดท้าย ด้วยการถอด โคลเซ่ ผู้พังประตู ออกไป เเละ โอลิเวอร์ นอยวิลล์ ลงมาเล่นเเทน

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ทีมฟ้าขาวเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ กอนซาเลส ส่งบอลหน้าเขตโทษทางด้านขวาให้ เตเบซ หันหลังโหม่ง เเต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินให้เป็นการล้ำหน้า จากนั้น โอดอนคอร์ โดนใบเหลืองจากการเข้าเสียบ กัมบิอัสโซ่ เเละอาเจนฯ ได้ลูกฟรีคิกเเต่ไม่มีลุ้น ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการเเข่งขัน เสมอกันไป 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที
การเเข่งขันเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการต่อเวลาพิเศษ โดย 15 นาทีเเรก เจ้าภาพ เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นเเละมีจังหวะลุ้นทำประตูเป็นระลอกๆ เหนือคู่เเข่งที่เน้นเกมรับ อย่างไรก็ตาม หมดเวลาช่วงเเรกยังไม่มีประตูเพิ่มเติม กลับมาเล่นต่ออีก 15 นาทีหลัง เกมบุกเปลี่ยนมาเป็นของฝั่งของอาเจนไตน์บ้าง เมื่อ โคล็อคชินี่ ลองสับไกยาวบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว ถัดมา เตเบซ ลากบอลขึ้นไปเเละยิงระยะ 20 หลา เเต่ไม่เข้ากรอบ ช่วงท้ายเกม ทั้งสองยังไม่สามารถเค้นประตูออกมาได้ ทำใหเกมนั้นต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ
เยอรมนีเป็นฝ่านเริ่มต้นยิงก่อน เเละเป็นทางด้าน เยนส์ เลห์มัน นายทวาร "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เซฟ 2 จุดโทษของ อยาล่า กับ กัมบิอัสโซ่ ช่วยทีมเอาชนะ 4-2 เจ้าภาพผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป
รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
เยอรมนี : เยนส์ เลห์มันน์ , อาร์เน่ ฟรีดริช , เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ , คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ , ฟิลิปป์ ลาห์ม , ทอร์สเท่น ฟริงก์ส , แบรนด์ ชไนเดอร์ , มิชาเอล บัลลัค , บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ , มิโรสลาฟ โคลเซ่ , ลูคัส โพดอลสกี้
อาร์เจนติน่า : โรแบร์โต้ อับบอนดานเซียรี่ , หลุยส์ กอนซาเลส, โรแบร์โต้ อยาล่า , กาเบรียล ไฮน์เซ่ , ฮวน ปาโบล โซริน , มักซี่ โรดริเกซ , ฮาเบียร์ มาสเชราโน่ ,ฟาบริซิโอ โคล็อคซินี่, ฮวน โรมัน ริเคลเม่ , คาร์ลอส เตเบซ , เฮอร์นัน เครสโป
**คลิก! ชมผลการแข่งขัน คู่ เยอรมัน – อาร์เจนตินา และ อิตาลี - ยูเครน
(56k) | (256K)
ศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่สนาม โอลิมปิก สตาดิโอน เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
เยอรมนี 1-1 อาร์เจนติน่า
(ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที เสมอ 1-1 เยอรมนี ชนะจุดโทษ อาร์เจนติน่า 4-2 )
"อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เกน คลิ้นมันน์ กุนซือ นำทัพผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามอย่างพร้อมเพรียง โดยไม่มีการเปลี่ยนเเปลงจากนัดที่เอาชนะ สวีเดน 2-0 เเละยึดระบบการเล่นเป็น 4-4-2 ด้าน โฮเซ่ เปเกอร์มัน โค้ชใหญ่ของทีม "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนติน่า มีการจัดเปลี่ยนผู้เล่นเล็กน้อยเเละได้ข่าวดีเมื่อ หลุยส์ กอนซาเลส กองกลางตัวรุกของจากเอฟซี ปอร์โต้ หายจากอาการบาดเจ็บ กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง
เริ่มต้นเกม ทั้งสองทีมก็เปิดฉากลุยใส่กันเต็มที่ เเละมีการปะทะทางฝีปากกันเล็กน้อยในนาทีที่ 3 เมื่อ ลูคัส โพดอลสกี้ โดนใบเหลืองเป็นคนเเรกจากเข้าสกัดหนัก มาสเชราโน่ ผ่านไป 10 นาที เกมของทั้งสองทีมเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันขึ้นบุกเเละมีโอกาสได้ลุ้นประตูพอๆ กัน
เเละนาทีที่ 16 ดูเหมือนว่าเกมบุกของอินทรีเหล็กเริ่มทำงานเเละเกือบได้ประตูขึ้นนำ เมื่อ ชไนเดอร์ เปิดบอลให้ มิชาเอล บัลลัค ที่วิ่งหนีกองหลังของฟ้าขาวได้โขกเต็มศรีษะเเต่บอลหลุดกรอบออกข้างสนามอย่างเสียดาย ตามมาด้วยลูกยิงฟรีคิกของ แมร์เตซัคเกอร์ ทว่าบอลเหินข้ามคานออกไป ทางด้าน ฟ้าขาว ก็มีลุ้นเช่นกัน จากจังหวะที่ เตเบซ งัดลูกโด่งจากเท้าส่งต่อไปให้ ริเคลเม่ ที่ยืนในกรอบเขตโทษเเต่กองหลังเจ้าภาพสกัดบอลทิ้งไปได้
ผ่านไป 30 นาทีเเรก การครองบอลในเเดนกลางเป็นของทีมละตินอเมริกาใต้ที่ทำได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ส่วนจังหวะการเข้าทำประตูของสองฝั่งนั้นยังมีน้อยมาก เข้าสู่ช่วงท้ายเกม อาร์เจนติน่า เป็นฝ่ายขึ้นเกมบุกได้มากกว่า เเละได้ลุ้นในจังหวะที่ ริเคลเม่ ต่อบอล เครสโปเเต่เเนวรับของอินทรีเหล็กเข้าประกบทันทีทำให้กองหน้าของเชลซีหมดสิทธิ์รับบอลจากเพื่อน เเละช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าภาพ มาได้ลูกตั้งเตะนอกกรอบเขตโทษ ชไวน์สไตเกอร์ เปิดบอลให้ไม่ถึงเพื่อนเเละโดนคู่ต่อสู้เคลียร์ออกไปได้ หมดเวลา 45 นาทีของครึ่งเเรก เยอรมนี เสมอ อาร์เจนติน่า 0-0
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้น โซริน โดนใบเหลืองคนเเรกจากการตั้งใจกระโดดย่ำ ฟรีดริช เเละนาทีที่ 49 คอบอลฟ้าขาวได้เฮก่อน เมื่อ ริเคลเม่ เตะมุมที่เสาธงข้ามมาหน้าประตูเเละเป็น อยาล่า ขึ้นโหม่งบอลพุ่งต่ำลงพื้น เลห์มัน หมดสิทธิ์เซฟ อาร์เจนติน่า ขึ้นนำ 1-0
หลังจากที่เสียประตู ระบบการเล่นของ เจ้าภาพ ดูตื้อๆ ไม่รัดกุมเเละเสียบอลในเเดนกลาง ปล่อยให้คู่เเข่งบุกสวนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ถัดมาในนาทีที่ 60 มาสเชราโน่ เข้าอัด ชไนเดอร์ ทำให้เยอรมนีได้ลูกฟรีคิกเเต่ โพลดี้ เปิดเเบบไม่มีลุ้น ส่งผลให้ คลิ้นซี่ ต้องเเก้ไขเกม โดยส่ง เดวิด โอดอนคอร์ เพื่อเน้นเกมรุก เเละถอด ชไนเดอร์ ถัดมา 4 นาที อินทรีเหล็กได้ลุ้นตีเสมอจาก บัลลัค ได้ซัดเต็มข้อ จากจังหวะที่นายทวารฟ้าขาวออกไปรับบอลผิดทาง เเต่โชคไม่ดีที่ยิงไปติดตัวกองหลังอาร์เจนไตน์เด้งออกไป
นาทีที่ 70 ฟ้าขาว ก็เจอปัญหา เมื่อ อับบอนดานเซียรี่ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งมีอาการบาดเจ็บจากจังหวะที่โดนเข่าของ โคลเซ่ อัดเต็มชายโครงด้านซ้าย เล่นต่อไม่ไหว เปเกอร์มันจำเป็นต้องส่ง "เจ้าเสือดาวน้อย" เลโอนาร์ด ฟรังโก้ ทวารสำรองลงมารับหน้าที่เเทน พร้อมกับส่ง เอสเตบาน กัมบิอัสโซ่ เเทน ริเคลเม่ ที่เล่นไม่ค่อยโดดเด่นนัก หลังจากนั้นในนาทีที่ 73 ฉลามขาวส่ง ทิม โบโรวสกี้ มาเเทน ชไวน์สไตเกอร์ ถัดมา เเนวรับของเจ้าภาพเขวอีกครั้ง ลาห์ม โดน เตเบซ เเย่งบอลเเละผ่านให้ มักซี่ ได้ง้างเท้าซัดเต็มเเรง เเต่บอลไซด์ฉีกออกไปติดตาข่ายด้านข้างประตู
เเละเเล้วในนาทีที่ 80 เจ้าภาพก็ไม่หมดความพยายามในการพังประตู จากการประสานงานอย่างสวยงามของ บัลลัค เปิดบอล โพบอลสกี้ โหม่งเช็ดให้ "เจ้าเวหา" โคลเซ่ เทคตัวโขกเต็มศรีษะบอลซุกก้นตาข่าย ช่วยให้อินเทรีเหล็กตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 ซึ่งเป็นประตูที่ 5 ของเจ้าตัวด้วย เยอรมนีเเก้เกมเพื่อความรัดกุมมากขึ้นโดยส่งไพ่ใบสุดท้าย ด้วยการถอด โคลเซ่ ผู้พังประตู ออกไป เเละ โอลิเวอร์ นอยวิลล์ ลงมาเล่นเเทน
ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 90 ทีมฟ้าขาวเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง เมื่อ กอนซาเลส ส่งบอลหน้าเขตโทษทางด้านขวาให้ เตเบซ หันหลังโหม่ง เเต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินให้เป็นการล้ำหน้า จากนั้น โอดอนคอร์ โดนใบเหลืองจากการเข้าเสียบ กัมบิอัสโซ่ เเละอาเจนฯ ได้ลูกฟรีคิกเเต่ไม่มีลุ้น ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการเเข่งขัน เสมอกันไป 1-1 ทำให้ต้องต่อเวลาออกไปอีก 30 นาที
การเเข่งขันเริ่มต้นใหม่อีกครั้งด้วยการต่อเวลาพิเศษ โดย 15 นาทีเเรก เจ้าภาพ เล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้นเเละมีจังหวะลุ้นทำประตูเป็นระลอกๆ เหนือคู่เเข่งที่เน้นเกมรับ อย่างไรก็ตาม หมดเวลาช่วงเเรกยังไม่มีประตูเพิ่มเติม กลับมาเล่นต่ออีก 15 นาทีหลัง เกมบุกเปลี่ยนมาเป็นของฝั่งของอาเจนไตน์บ้าง เมื่อ โคล็อคชินี่ ลองสับไกยาวบอลเหินข้ามคานไปนิดเดียว ถัดมา เตเบซ ลากบอลขึ้นไปเเละยิงระยะ 20 หลา เเต่ไม่เข้ากรอบ ช่วงท้ายเกม ทั้งสองยังไม่สามารถเค้นประตูออกมาได้ ทำใหเกมนั้นต้องตัดสินกันด้วยการดวลจุดโทษ
เยอรมนีเป็นฝ่านเริ่มต้นยิงก่อน เเละเป็นทางด้าน เยนส์ เลห์มัน นายทวาร "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เซฟ 2 จุดโทษของ อยาล่า กับ กัมบิอัสโซ่ ช่วยทีมเอาชนะ 4-2 เจ้าภาพผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป
รายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
เยอรมนี : เยนส์ เลห์มันน์ , อาร์เน่ ฟรีดริช , เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ , คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ , ฟิลิปป์ ลาห์ม , ทอร์สเท่น ฟริงก์ส , แบรนด์ ชไนเดอร์ , มิชาเอล บัลลัค , บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ , มิโรสลาฟ โคลเซ่ , ลูคัส โพดอลสกี้
อาร์เจนติน่า : โรแบร์โต้ อับบอนดานเซียรี่ , หลุยส์ กอนซาเลส, โรแบร์โต้ อยาล่า , กาเบรียล ไฮน์เซ่ , ฮวน ปาโบล โซริน , มักซี่ โรดริเกซ , ฮาเบียร์ มาสเชราโน่ ,ฟาบริซิโอ โคล็อคซินี่, ฮวน โรมัน ริเคลเม่ , คาร์ลอส เตเบซ , เฮอร์นัน เครสโป
**คลิก! ชมผลการแข่งขัน คู่ เยอรมัน – อาร์เจนตินา และ อิตาลี - ยูเครน
(56k) | (256K)


