xs
xsm
sm
md
lg

มิโรสลาฟ โคลเซ่ หนุ่มโปลิชหัวใจเยอรมัน

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


วันเกิด : 9 มิถุนายน 1978
อายุ : 28 ปี
น้ำหนัก : 74 กิโลกรัม
ส่วนสูง : 182 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : ศูนย์หน้า
สโมสรต้นสังกัด : แวร์เดอร์ เบร์เมน
ทำประตูในฐานะทีมชาติ : 28 ประตู
ติดทีมชาติทั้งหมด : 58 ครั้ง (นับถึง 20 มิ.ย. 2006)
ลงเล่นให้กับทีมชาตินัดแรก : เยอรมนี พบกับ อัลแบเนีย 24 มีนาคม ค.ศ.2001

มิโรสลาฟ โคลเซ่ เป็นศูนย์หน้าที่แจ้งเกิดในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2002 ที่เกาหลี-ญี่ปุ่น ในครั้งนั้นจอมล่าตาข่ายวัย 24 ปี เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนัดที่ พบกับทีม ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งทีมอินทรีเหล็กเป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 8-0 และโคลเซ่ ก็ทำแฮตทริกให้กับตนเองได้สำเร็จในนัดนั้น

เมื่อจบทัวร์นาเมนต์ ศูนย์หน้าวัย 24 ปี ชาวเยอรมัน กลายเป็นดาวยิงที่ทำสกอร์ได้ 5 ประตูในฟุตบอลโลกครั้งนั้น และเป็นรองก็เพียงแต่ โรนัลโด้ แห่งทีมชาติบราซิล ที่ทำได้ 8 ประตู และคว้ารางวัลรองเท้าทองคำไปครอง

ลีลาการไล่ล่าตาข่ายอันยอดเยี่ยมของโคลเซ่ ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ทำให้ศูนย์หน้าวัย 24 ปี เนื้อหอมกลายเป็นที่ต้องการของสโมสรทั้งในและต่างประเทศขึ้นมาทันที แต่อันที่จริงแล้ว โคลเซ่ ไม่ใช่คนเยอรมันโดยกำเนิด เพราะรากเหง้าของศูนย์หน้าผู้นี้เป็นคนโปแลนด์ และ โคลเซ่ เองก็อยู่ในโปแลนด์จนกระทั่งอายุ 9 ขวบ ส่วนพรสวรรค์ทางด้านลูกหนังนั้น โคลเซ่ ได้มาจาก โจเซฟ ผู้เป็นบิดาและค้าแข้งอยู่กับสโมสร โอแซร์ ในลีกเอิง ของฝรั่งเศส

จุดเริ่มต้นลูกหนังของเด็กน้อยจากโปแลนด์ เริ่มขึ้นเมื่อครอบครัวของ โคลเซ่ ย้ายมาลงหลักปักฐานในเยอรมนี เมื่อเขามีอายุเพียง 9 ขวบ และเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนของสโมสร เอสจี เบลาบาช ไดเดคอฟ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับสโมสรใหญ่อย่าง ไกเซอร์สเลาเทิร์น

จากจุดเริ่มต้นที่ต้องปรับสภาพตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อนใหม่ กีฬาลูกหนังกลายเป็นตัวจุดประกายความเด่นให้กับ โคลเซ่ ที่เพื่อนๆ มักจะเรียกเขาด้วยฉายาว่า “ไมโร” ที่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจในยามว่าง การเดินทางจนกลายเป็นดาวยิงชื่อดังของโคลเซ่ นั้นต้องผ่านอุปสรรคมากมาย หลังโลดแล่นอยู่ในดิวิชั่นสามของบุนเดสลีกา อยู่นานในที่สุดเด็กหนุ่มวัย 22 ก็โชว์ฟอร์มเข้าตาสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ไกเซอร์สเลาเทิร์น และ ฤดูกาล 2000-2001 เขาก็กลายเป็นศูนย์หน้าที่กระหายการทำประตูโชว์ฟอร์มชนิดที่แฟนลูกหนังเมืองเบียร์ต้องเอ็ดอึงไปตามกัน

ด้วยลีลาการเล่นที่เน้นเกมบุกอันน่าตื่นตาตื่นใจ แถมพกด้วยหุ่นนายแบบ โคลเซ่ จึงแจ้งเกิดทั้งในและนอกสนามลูกหนัง อย่างรวดเร็วทุกวันนี้เสื้อฟุตบอลที่แฟนชาวเยอรมัน นิยมใส่มากที่สุด คือ เสื้อที่มีชื่อ “ซัลโต โคลเซ่” อันเป็นชื่อเล่นของศูนย์หน้าชื่อดังพิมพ์อยู่ด้านหลัง

ผู้ที่เปิดโอกาสให้ ไมโร ได้ติดธงทีมชาติบนหน้าอกเสื้อ คือ “เชฟเป็ด” รูดี้ โฟลเลอร์ ที่ตัดสินใจเลือกให้ โคลเซ่ ติดทีมชาติเยอรมนี ในปี 2001 ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไมโร เป็นศูนย์หน้าครบเครื่องเล่นได้ทั้งลูกกลางอากาศและบนดิน ที่สำคัญมีโครงสร้างร่างกายอันแข็งแกร่งทำให้กองหลังทีมอื่นเข้าเสียบสกัดได้ยาก”

แน่นอนว่า ฟุตบอลโลก 2002 “ไมโ“” ไม่ทำให้ “เชฟเป็ด” ต้องผิดหวังเมื่อเขามีส่วนช่วยให้ทีมอินทรีเหล็ก เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แม้ท้ายที่สุดจะพ่ายให้กับบราซิลไปก็ตาม เมื่อโคลเซ่ กลับมายังเยอรมนีหลังจบฟุตบอลโลก ศูนย์หน้าที่ทำ 5 ประตูจากการแข่งขันกลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมไปในทันที เขาได้รับการเสนอค่าตัวจากสโมสรยักษ์ในยุโรป แต่ในที่สุด โคลเซ่ ก็ตัดสินใจอยู่กับสโมสรเดิมก่อนจะย้ายมาอยู่กับ แวร์เดอร์ เบร์เมน ในปี 2004 พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ทำให้แฟนทีมเบร์เมน ยอมรับในตัวเขาแบบร้อยเปอร์เซนต์

ผลงานของ โคลเซ่ ในฟุตบอลโลก 2006 แฟนลูกหนังเมืองเบียร์ ต่างฝากความหวังไว้กับโคลเซ่ ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมอินทรีเหล็ก คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ให้ได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ผิดหวังกับฟอร์มของ “ซัลโต โคลเซ่” เพราะเพียงรอบแรก หนุ่มโปลิชแต่หัวใจเยอรมันก็ขึ้นครองตำแหน่งดาวซัลโวด้วยสกอร์ 4 ประตูไปเสียแล้ว