เกิด : 15 สิงหาคม 1975
อายุ : 30 ปี
สูง : 179 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 78 กิโลกรัม
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
สโมสรต้นสังกัด : จูบิโล อิวาตะ
ติดทีมชาติทั้งหมด : 91 ครั้ง
ลงเล่นให้กับทีมชาตินัดแรก : นัดที่ทีมชาติญี่ปุ่นพบกับสวีเดน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1997
โยชิคัตซึ คาวางูชิ นับเป็นหัวใจของทีมชาติญี่ปุ่นเพราะพรสวรรค์ในฐานะผู้รักษาประตูของเขานั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมวางใจได้ ที่สำคัญนายทวารวัย 30 ปีผู้นี้เป็นขวัญใจสาวๆชาวญี่ปุ่นด้วยเรือนร่างอันแข็งแกร่งรวมไปถึงใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ และชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติ ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมให้ คาวางูชิ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์อีกคนหนึ่งในวงการลูกหนังปลาดิบ
จุดเริ่มต้นของ คาวางูชิ ในวงการลูกหนังนั้นเกิดขึ้นจากแรงบันดาลของพี่ชาย ยูอิจิ ทำให้ คาวางูชิ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียน และพรสวรรค์ของเขาก็ฉายแววออกทันทีเมื่อรับหน้าที่ผู้รักษาประตูในปี 1991 ตัวเขาเองถูกจับตาจากเหล่าแมวมองคัดทีมชาติ หลังจากทำหน้าที่กัปตันพาทีมโรงเรียนคว้าแชมป์ระดับ ไฮสคูล

หลังจบการศึกษาในปี 1994 คาวางูชิ เลือกที่จะเล่นให้กับสโมสร โยโกฮาม่า มารินอส ที่ซึ่ง ชิเกทัตซึ มัตซึนาญ่า นายทวารที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในเวลานั้นเล่นอยู่ และภายหลังได้กลายเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาและแทคติกต่างๆให้กับคาวางูชิ จนกลายเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของเจลีก ในปี 1995
ผลงานในระดับทีมชาติที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนลูกหนังปลาดิบของคาวางูชิ เกิดขึ้นในปี 1996 ในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อเขากลายเป็นกำลังสำคัญเซฟประตูทำให้ญี่ปุ่นเอาชนะบราซิลไปด้วยสกอร์ 1-0 ประตู จากนั้นคาวางูชิ พิสูจน์ความสามารถในการเซฟประตูของตนเองอีกครั้งเมื่อญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพในปี 2004
ในฟุตบอลโลก 2006 คาวางูชิ แสดงให้เห็นความสามารถอันแข็งแกร่งของนายทวารลูกพระอาทิตย์เมื่อเขาสามารถเซฟลูกจุดโทษเอาไว้ได้ในนัดที่พบกับทีมชาติโครเอเชีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยการแข่งขันในนัดดังกล่าวญี่ปุ่นนั้นไม่สามารถแพ้ได้ และต้องเอาชนะคู่ต่อสู้เพียงสถานเดียว เพื่อรักษาสิทธิเข้าสู่รอบสอง หลังจากนัดแรกพวกเขาพ่ายให้กับ ออสเตรเลีย ไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งนี้ ซิโก้ ซึ่งรับหน้าที่คุมทีมลูกพระอาทิตย์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ลงสนามในนัดที่สองพบกับทีมชาติโครเอเชีย และในนาทีที่ 22 เมื่อ มิยาโมโต้ กัปตันทีมพุ่งสกัด ดาโด แปร์โซ่ ในกรอบเขตโทษทำให้ โครเอเชีย ได้ฟาล์ว และผู้สังหารจุดโทษคือดาริโอ แซร์น่า วิงแบ็คด้านขวาของโครแอตนั่นเอง
ลูกจุดโทษดังกล่าวมีความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อทั้งสองทีมหาก แซร์น่า ยิงเข้า โครเอเชีย ก็มีโอกาสเข้ารอบสองเกือบครึ่งตัว ในขณะที่ญี่ปุ่นต้องตกรอบอย่างแน่นอน
แต่สถานการณ์กลับไม่ออกหัวหรือก้อย เมื่อลูกที่แซร์น่า บรรจงยิงนั้นถูกสกัดด้วยฝ่ามือซ้ายของ คาวางูชิ ผู้รักษาประตูชาวญี่ปุ่น และโชว์ซูเปอร์เซฟลูกดังกล่าว ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันทีเพราะขุนพลปลาดิบ ฮึกเหิมมากขึ้นไล่บุกโครเอเชียชนิดไม่เกรงศักดิ์ศรีทีมจากยุโรป ทำให้ลูกทีมของ ซลัตโก ครันชาร์ เกือบเสียขบวนเปิดเกมบุกไม่ขึ้นท้ายที่สุดก็เสมอกันไป 0-0 แบ่งกันไปคนละหนึ่งคะแนนและต้องไปชี้ชะตากันในนัดสุดท้าย เพราะจนถึงเวลานี้สายเอฟมีเพียงบราซิลเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบสองไปแบบแบเบอร์ ในขณะที่ออสเตรเลีย โครเอเชีย และญี่ปุ่นต้องไปลุ้นกันต่อในนัดสุดท้าย
อายุ : 30 ปี
สูง : 179 เซนติเมตร
น้ำหนัก : 78 กิโลกรัม
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
สโมสรต้นสังกัด : จูบิโล อิวาตะ
ติดทีมชาติทั้งหมด : 91 ครั้ง
ลงเล่นให้กับทีมชาตินัดแรก : นัดที่ทีมชาติญี่ปุ่นพบกับสวีเดน ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 1997
โยชิคัตซึ คาวางูชิ นับเป็นหัวใจของทีมชาติญี่ปุ่นเพราะพรสวรรค์ในฐานะผู้รักษาประตูของเขานั้นทำให้เพื่อนร่วมทีมวางใจได้ ที่สำคัญนายทวารวัย 30 ปีผู้นี้เป็นขวัญใจสาวๆชาวญี่ปุ่นด้วยเรือนร่างอันแข็งแกร่งรวมไปถึงใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ และชื่อเสียงในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติ ทั้งหมดนี้ได้หลอมรวมให้ คาวางูชิ กลายเป็นซูเปอร์สตาร์อีกคนหนึ่งในวงการลูกหนังปลาดิบ
จุดเริ่มต้นของ คาวางูชิ ในวงการลูกหนังนั้นเกิดขึ้นจากแรงบันดาลของพี่ชาย ยูอิจิ ทำให้ คาวางูชิ เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับทีมโรงเรียน และพรสวรรค์ของเขาก็ฉายแววออกทันทีเมื่อรับหน้าที่ผู้รักษาประตูในปี 1991 ตัวเขาเองถูกจับตาจากเหล่าแมวมองคัดทีมชาติ หลังจากทำหน้าที่กัปตันพาทีมโรงเรียนคว้าแชมป์ระดับ ไฮสคูล
หลังจบการศึกษาในปี 1994 คาวางูชิ เลือกที่จะเล่นให้กับสโมสร โยโกฮาม่า มารินอส ที่ซึ่ง ชิเกทัตซึ มัตซึนาญ่า นายทวารที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นในเวลานั้นเล่นอยู่ และภายหลังได้กลายเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาและแทคติกต่างๆให้กับคาวางูชิ จนกลายเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของเจลีก ในปี 1995
ผลงานในระดับทีมชาติที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับแฟนลูกหนังปลาดิบของคาวางูชิ เกิดขึ้นในปี 1996 ในการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อเขากลายเป็นกำลังสำคัญเซฟประตูทำให้ญี่ปุ่นเอาชนะบราซิลไปด้วยสกอร์ 1-0 ประตู จากนั้นคาวางูชิ พิสูจน์ความสามารถในการเซฟประตูของตนเองอีกครั้งเมื่อญี่ปุ่นคว้าแชมป์เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพในปี 2004
ในฟุตบอลโลก 2006 คาวางูชิ แสดงให้เห็นความสามารถอันแข็งแกร่งของนายทวารลูกพระอาทิตย์เมื่อเขาสามารถเซฟลูกจุดโทษเอาไว้ได้ในนัดที่พบกับทีมชาติโครเอเชีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาโดยการแข่งขันในนัดดังกล่าวญี่ปุ่นนั้นไม่สามารถแพ้ได้ และต้องเอาชนะคู่ต่อสู้เพียงสถานเดียว เพื่อรักษาสิทธิเข้าสู่รอบสอง หลังจากนัดแรกพวกเขาพ่ายให้กับ ออสเตรเลีย ไปอย่างน่าเสียดาย
ทั้งนี้ ซิโก้ ซึ่งรับหน้าที่คุมทีมลูกพระอาทิตย์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ลงสนามในนัดที่สองพบกับทีมชาติโครเอเชีย และในนาทีที่ 22 เมื่อ มิยาโมโต้ กัปตันทีมพุ่งสกัด ดาโด แปร์โซ่ ในกรอบเขตโทษทำให้ โครเอเชีย ได้ฟาล์ว และผู้สังหารจุดโทษคือดาริโอ แซร์น่า วิงแบ็คด้านขวาของโครแอตนั่นเอง
ลูกจุดโทษดังกล่าวมีความหมายเป็นอย่างยิ่งต่อทั้งสองทีมหาก แซร์น่า ยิงเข้า โครเอเชีย ก็มีโอกาสเข้ารอบสองเกือบครึ่งตัว ในขณะที่ญี่ปุ่นต้องตกรอบอย่างแน่นอน
แต่สถานการณ์กลับไม่ออกหัวหรือก้อย เมื่อลูกที่แซร์น่า บรรจงยิงนั้นถูกสกัดด้วยฝ่ามือซ้ายของ คาวางูชิ ผู้รักษาประตูชาวญี่ปุ่น และโชว์ซูเปอร์เซฟลูกดังกล่าว ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันทีเพราะขุนพลปลาดิบ ฮึกเหิมมากขึ้นไล่บุกโครเอเชียชนิดไม่เกรงศักดิ์ศรีทีมจากยุโรป ทำให้ลูกทีมของ ซลัตโก ครันชาร์ เกือบเสียขบวนเปิดเกมบุกไม่ขึ้นท้ายที่สุดก็เสมอกันไป 0-0 แบ่งกันไปคนละหนึ่งคะแนนและต้องไปชี้ชะตากันในนัดสุดท้าย เพราะจนถึงเวลานี้สายเอฟมีเพียงบราซิลเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบสองไปแบบแบเบอร์ ในขณะที่ออสเตรเลีย โครเอเชีย และญี่ปุ่นต้องไปลุ้นกันต่อในนัดสุดท้าย


