xs
xsm
sm
md
lg

ชุนซูเกะ นากามูระ จอมทัพหน้าตี๋แดนปลาดิบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ญี่ปุ่น กลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของเวทีฟุตบอลโลก เมื่อพวกเขาไปโชว์ฝีเท้าในรอบสุดท้ายมาแล้วสองครั้งหลังสุดในปี 1998 ที่ ฝรั่งเศส และ 2002 ในฐานะเจ้าภาพร่วมกับ เกาหลีใต้ ซึ่งในปี 2006 "ขุนพลแดนปลาดิบ" ก็ได้ไป เยอรมัน อย่างไม่ยากเย็นเช่นเคย

ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าพวกเขามีลีกอาชีพที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และปั้นนักฟุตบอลป้อนสู่ตลาดโลกมากมาย โดยเฉพาะกับเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ที่มีทั้ง คาซูโยชิ มิอูระ และ ฮิเดโตชิ นากาตะ จนมาถึง ชุนซูเกะ นากามูระ เพลย์เมกเกอร์ตัวกลั่นที่ได้รับการยอมรับถึงเทคนิคที่ไม่เป็นรองนักเตะชาติใดทั้งสิ้นโดยเฉพาะลูกฟรีคิกชนิดสั่งได้

นากามูระ เริ่มค้าแข้งกับ โยโกฮาม่า มารินอส ตั้งแต่ปี 1997 ถึง 5 ฤดูกาลเต็มๆ ก่อนที่จะสร้างความฮือฮาด้วยการย้ายไปเล่นในลีกสูงสุดของ อิตาลี กับ เรจจิน่า ในปี 2002 พร้อมกับยิงถึง 7 ประตูจากการลงเล่น 31 นัด ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้สำเร็จ ซึ่งผลงานโดยรวมก็ถือว่าสอบผ่านใน 3 ปีของลีกเมืองมะกะโรนี

ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ กลาสโกว์ เซลติก ยักษ์ใหญ่ในเวที สกอตติช พรีเมียร์ ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 187 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แม้จะมี แอตเลติโก้ มาดริด และ เดปอร์ติโว ลา คอรุนญ่า สองทีมใน ลาลี กา สเปน ซึ่งเป็นลีกที่เขาใฝ่ฝันจะไปค้าแข้งสักครั้งหนึ่ง อยากได้ตัวไปร่วมทีมด้วยก็ตาม

แต่ในนามทีมชาติ ญี่ปุ่น นากามูระ ไม่ค่อยเปรี้ยงปร้างเท่าที่ควรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้องตกอยู่ภายใต้เงาของ นากาตะ ซึ่งเล่นในตำแหน่งเดียวกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟุตบอลโลกในปี 2002 กุนซือ ฟิลลิปป์ ทรุสซิเย่ร์ จึงไม่เรียกตัวเขาติดธง แต่เป็น นากาตะ และ ชินจิ โอโนะ ที่ได้รับเลือกแทน

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่น ในยุคของกุนซือชาวบราซิเลี่ยน ซิโก้ นากามูระ กลายเป็นกำลังสำคัญหลักของทีมในแนวรุกเต็มตัวส่วน นากาตะ นั้นถูกลดบทบาทให้ถอยต่ำลงไปทำหน้าที่ตัวรับพร้อมกับคอยเปิดบอลยาว โดยเชื่อว่าหากทั้งคู่สามารถสอดประสานกันได้อย่างไม่มีปัญหาอย่างน้อยๆ น่าจะนำทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้เหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว