xs
xsm
sm
md
lg

จากเทพนิยาย "โคนม" จนถึงเดนนิสไดนาไมต์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ผลงานที่ผ่านมา

“โคนม” เดนมาร์ค ทีมที่เคยสร้างเทพนิยายขึ้นในศึก ยูโร 1992 จากทีมรองบ่อน กลายเป็นแชมป์เมื่อสามารถคว่ำเยอรมัน ได้ในรอบชิงชนะเลิศ 2-0 เดนมาร์ค ชุดนั้นได้อำลาทีมกันไปหมดแล้ว ทั้ง ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล, ไมเคิ่ล และ ไบรอัน เลาดรุ๊ป รวมทั้ง มอร์เท่น โอลเซ่น ซึ่งปัจจุบันผันตัวมาเป็นกุนซือแทน

เดนมาร์ค เป็นอีกหนึ่งทีมที่ผ่านรอบคัดเลือกมาด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม แพ้เพียงนัดเดียว สามารถเป็นแชมป์กลุ่มที่หินไม่เบา โดยมีคู่แข่งอย่าง นอรเวย์, โรมาเนีย, บอสเนีย และ ลักเซมเบิร์ก แต่ลูกทีมของ มอร์เท่น โอลเซ่นก็ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ เหมือนทัวร์นาเม้นต์ก่อนหน้าอย่างฟุตบอลโลก 2002 ที่ทีม “โคนม” ไปได้ถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะไปพ่ายอังกฤษยับเยินถึง 0-3 ตกรอบไป

สภาพความพร้อม

ทีเด็ดของเดนมาร์คทีมนี้อยู่ตรงทีมเวิร์ค เพราะนักเตะชุดนี้เล่นด้วยกันมานาน รู้แข้งรู้ขากันไปหมด ประกอบกับกุนซืออย่าง มอร์เท่น โอลเซ่น ก็เป็นโค้ชที่มีฝีมือ รวมทั้งมีประสบการณ์มากขึ้น จากการคุมทีมสู้ศึกในทัวร์นาเม้นต์ใหญ่เป็นครั้งที่สอง สภาพความพร้อมล่าสุดมีปัญหาตรง เยสเปอร์ กรุนชาร์ ปีกตัวกระชากจาก เชลซี เกิดได้รับบาดเจ็บอาจจะลงช่วยทีมในนัดแรกๆไม่ได้

ส่วนรายชื่อ 23 คนสุดท้ายของเดนมาร์คชุดยูโร 2004 มีดังนี้

ผู้รักษาประตู : 1 โธมัส โซเรนเซ่น, 16 ปีเตอร์ สคอฟ เยนเซ่น, 22 สเตฟาน แอนเดอร์เซ่น
กองหลัง : 2 แคสเปอร์ โบเกลุนด์, 3 เรเน่ เฮนริคเซ่น, 4 มาร์ติน เลาร์เซ่น, 5 นิคลาส เยนเซ่น, 6 โธมัส เฮลเว็ค, 13 เพอร์ ครอลดรุ๊ป, 18 ไบรอัน พริสกี้
กองกลาง : 7 โธมัส กราเวอร์เซ่น, 8 เยสเปอร์ กรุนชาร์, 10 มาร์ติน ยอร์เกนเซ่น, 12 โธมัส คาห์เลนเบิร์ก, 14 เคลาส์ เยนเซ่น, 15 ดาเนียล เยนเซ่น, 17 คริสเตียน โพลเซ่น
กองหน้า : 9 ยอน ดาห์ล โทมัสสัน, 11 เอ็บเบ้ ซานด์, 19 เดนนิส รอมเมดาห์ล, 20 เคนเน็ธ เปเรซ, 21 ปีเตอร์ แมดเซ่น, 23 ปีเตอร์ โลเวนครานด์ส

จุดเด่น-จุดด้อย

“โคนม” ทีมนี้เล่นเกมบุกได้อย่างดุดันดูสนุก จนได้รับฉายาว่าเป็นเหล่าขุนพลชุด “เดนนิสไดนาไมต์” ด้วยความสามารถของผู้เล่นตามกราบอย่าง เยสเปอร์ กรุนชาร์ และ เดนิส รอมเมดาห์ล ขณะที่แผงมิดฟิลด์ก็แข็งแกร่งอย่าง โธมัส กราเวอร์เซ่น และ มาร์ติน ยอร์เกนเซ่น หัวหอกก็มี ยอห์น ดาล โทมัสสัน และ เอ็บเบ้ ซานด์ เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้ว่ายังปิดสกอร์ได้ไม่เฉียบขาดสักเท่าไหร่

จุดที่น่าห่วงก็คือกองหลังนั่นเอง เนื่องจากเดนมาร์ค เป็นทีมที่ถอยหลังไม่เป็น ทำให้บางครั้งโดนสวนกลับแล้วตั้งรับไม่ทัน ปราการหลังอย่าง โธมัส เฮลเว็ค และ เรเน่ เฮนริคเซ่น อยู่ในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง ส่วน มาร์ติน เลาร์เซ่น, มอร์เท่น วีคฮอร์สต์ และ นิคลาส เยนเซ่น ก็ไม่ค่อยได้ลงเล่นให้ต้นสังกัด เป็นเพียงตัวสำรองที่สนิมอาจเกาะหน้าแข้งเต็มไปหมดแล้ว

เส้นทางในศึกยูโร 2004 กลุ่มซี : เดนมาร์ค, สวีเดน, บัลกาเรีย, อิตาลี โปรแกรม : 14 มิ.ย. เดนมาร์ค-อิตาลี, 18 มิ.ย. เดนมาร์ค-บัลกาเรีย, 22 มิ.ย. เดนมาร์ค-สวีเดน

อาจจะเรียกว่าเป็นสายที่แข็งแกร่งไม่เบาอีกกลุ่มหนึ่ง นอกจากเดนมาร์คต้องเผชิญยักษ์ใหญ่อย่าง “อัซซูรี่” ของ โจวานเน่ ทราปัตโตนี่แล้ว สวีเดนเป็นอีกทีมซึ่งแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกัน บัลกาเรีย ก็ประมาทไม่ได้

ศึกหนักของ เดนมาร์ค จะเริ่มตั้งแต่นัดแรกที่ลูกทีมของ มอร์เท่น โอลเซ่น ต้องชนกับ อิตาลี ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. นัดแรก ถ้าพวกเขาโชคดีเก็บได้สักหนึ่งคะแนนจะถือเป็นการออกสตาร์ทที่ยอดเยี่ยม จากนั้นทีม “โคนม” ต้องมาชนกับสวีเดน ซึ่งน่าจะเป็นแมตช์ตัดสินว่า ใครจะตามทีมมะกะโรนีเข้ารอบ คงจะเป็นศึกที่มันหยดระหว่างสองทีมจากสแกนดิเนเวียน ซึ่งเล่นฟุตบอลด้วยสไตล์คล้ายกัน แต่สวีเดนเน้นความแข็งแกร่ง ขณะที่ เดนมาร์ค เล่นเกมรุกมากกว่า

จากนั้นพวกเขาจะมีโอกาสเจอกับทีมที่ค่อนข้างอ่อนกว่าใครในสายอย่าง บัลกาเรีย แต่เดนมาร์คก็ไม่ควรประมาท บัลกาเรีย เป็นอันขาด เพราะเป็นทีมดาวรุ่งที่มีนักเตะความสามารถเฉพาะตัวเก่งๆหลายคน

น่าสนใจจริงๆว่าหลังจากผ่านทั้งสามด่านแล้ว ลูกทีมของ มอร์เท่น โอลเซ่น จะทำผลงานได้เทียบเท่ากับฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมาคือเข้ารอบสองได้สำเร็จหรือไม่? เพราะในสายล้วนแต่กระดูกขัดมันทั้งนั้น ไอ้เรื่องจะไปสร้างปาฏิหาริย์เหมือนเมื่อปี 1992 เห็นท่าจะลำบาก

โอกาส : เดนมาร์ค อาจจะสร้างเซอร์ไพรซ์เล็กๆด้วยการผ่านสวีเดนเข้ารอบ แต่เส้นทางของพวกเขาคงจบที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย