xs
xsm
sm
md
lg

สูงวัยถอดใจ“ออมพลัส”เพิ่มเงื่อนไข-หวั่นซื้อได้น้อย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พันธบัตรออมพลัสครั้งนี้มีส่วนที่ต่างไปจากเดิม คือไม่มีสมุดพันธบัตร ใครที่สะดวกซื้อผ่านสาขาแบงก์พาณิชย์อาจไม่สะดวกเหมือนเดิม เพราะต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์พ่วงเข้าไปด้วย แบงก์ไหนที่ไม่มีโบรกเกอร์เป็นบริษัทลูกต้องเหนื่อยเพิ่ม ส่วนดอกเบี้ยค่อนข้างดีรุ่น 3 ปี 1.8% รุ่น 10 ปี 2.8% ต้องหักภาษีอีก 15% แต่วงเงินขายน้อยมากคาดหมดเร็ว ส่วนแบบ Small Lot First อาจได้รับจัดสรรน้อย ผู้สูงวัยลูกค้าหลักเริ่มเมิน

ในที่สุดพันธบัตรรัฐบาล 2569 ก็คลอดออกมาภายใต้ชื่อพันธบัตรรัฐบาลออมพลัส หลังจากที่หลายฝ่ายรอกันมานานว่าจะออกมาหรือไม่ ดอกเบี้ยเท่าไหร่และวงเงินที่ขายมากน้อยเพียงใด

16 กรกฎาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดจำหน่าย พันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ครั้งแรกในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนที่เข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชน โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% สำหรับรุ่นอายุ 3 ปี และ 2.80% สำหรับรุ่นอายุ 10 ปี และผู้ลงทุนจะได้รับประโยชน์ “พลัส” มากกว่าการออมรูปแบบเดิม

• “พลัส” ทุกเดือน มีจำหน่ายทุกเดือน เข้าถึงการออมได้ง่ายและทั่วถึง (Financial Inclusion)

• “พลัส” ผลตอบแทน ด้วยดอกเบี้ยที่จูงใจ

• “พลัส” ตลาดรอง ซึ่งมีกลไกตลาดมารองรับและช่วยสะท้อนราคาซื้อขายที่แท้จริงและโปร่งใส

• “พลัส” ช่องทางจำหน่าย ด้วยการเพิ่มช่องทางจำหน่ายที่มากขึ้นผ่านทั้งวอลเล็ต สบม. ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming

ประชาชนสามารถเริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 100 บาท ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือเลือกจองซื้อผ่านธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และแอปพลิเคชัน Streaming โดยเริ่มต้นที่ 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะกับเงินออมและความสะดวกของตนเอง

“พันธบัตรออมพลัสไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุน แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เงินออมของประชาชนจะเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนที่รัฐบาลนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ” ดร.เอกนิติกล่าว


ปีนี้ขาย 8 พันล้านบาท

ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กระทรวงการคลังจะจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสจำนวน 2 ครั้ง ครั้งละ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. วงเงิน 2,000 ล้านบาท และผ่าน Bond Connect Platform วงเงิน 2,000 ล้านบาท

1. การจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ช่องทางวอลเล็ต สบม. เหมาะสำหรับประชาชนที่ต้องการเริ่มออมด้วยเงินจำนวนไม่มาก โดยสามารถซื้อได้ ตั้งแต่ 100 บาท การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน จนกว่าวงเงินจำหน่ายจะครบ

วงเงินจำหน่าย วงเงิน 2,000 ล้านบาท รุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ย รุ่นอายุ 3 ปี (RBP297A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1.80 ต่อปี รุ่นอายุ 10 ปี (RBP367A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 2.80 ต่อปี วันจำหน่าย 31 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2569
ผู้มีสิทธิ์ซื้อ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย ที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ผู้ที่มีอายุไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองก่อนการซื้อพันธบัตร ณ สาขา ธ. กรุงไทย) วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูงต่อราย 100 บาท (100 หน่วย) - 50 ล้านบาท (50,000,000 หน่วย)

• วงเงินซื้อขั้นสูงต่อครั้ง ไม่เกิน 3 ล้านบาท (3,000,000 หน่วย)

• ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ

วิธีการจัดสรรพันธบัตร ใช้วิธีการจัดสรรแบบ First-Come, First-Served (มาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน)

ช่องทางการจำหน่าย วอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ผู้ที่สนใจควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเป๋าตัง ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนล่วงหน้า รวมถึงเตรียมเงินในวอลเล็ต สบม. ให้พร้อมก่อนวันจำหน่าย โดยสามารถเติมเงินผ่าน Mobile Banking ผูกบัญชีธนาคารกรุงไทย หรือเติมเงินด้วย Wallet ID ที่เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

เพิ่มเงื่อนไข

2. การจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ผ่าน Bond Connect Platform สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่านธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมทั้ง 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้ โดยเริ่มจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท ช่องทางนี้ ใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายเป็นรอบ ๆ รอบละ 1,000 บาท ดังนั้น การจองซื้อก่อนหรือหลังภายในระยะเวลาที่กำหนดไม่มีผลต่อสิทธิในการจัดสรร วิธีดังกล่าวช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยได้รับการจัดสรรอย่างทั่วถึงมากขึ้น

วงเงินจำหน่าย วงเงิน 2,000 ล้านบาท รุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ย รุ่นอายุ 3 ปี (RBP298A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 1.80 ต่อปี รุ่นอายุ 10 ปี (RBP368A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ ร้อยละ 2.80 ต่อปี

วันจองซื้อ 3 - 5 สิงหาคม 2569 จองซื้อผ่านช่องทางและวิธีการของผู้จัดจำหน่าย และจองซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 15.00 น. (รับชำระด้วยเช็คกรณีจองซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์เท่านั้น และไม่รับชำระด้วยเช็คในวันที่ 5 สิงหาคม 2569)

ผู้มีสิทธิ์ซื้อ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทยที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่กระทรวงการคลังกำหนด วงเงินซื้อขั้นต่ำ-ขั้นสูงต่อราย จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท (1 หน่วย) – ไม่จำกัดวงเงินซื้อขั้นสูง หน่วยละ 1,000 บาท ซื้อเพิ่มเป็นจำนวนเท่าของ 1,000 บาท และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่เข้าซื้อ วันจัดสรรพันธบัตร 6 สิงหาคม 2569 วิธีการจัดสรรพันธบัตร ใช้วิธีการจัดสรรแบบ Small Lot First (ทยอยจัดสรร)

ในกรณีที่วงเงินในรอบสุดท้ายไม่เพียงพอสำหรับผู้จองซื้อทุกราย ระบบจะสุ่มจัดสรรจนเต็มวงเงินจำหน่าย ผู้จองซื้อจะทราบผลการจัดสรรในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 และจะได้รับเงินคืนในวันเดียวกัน หากไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับไม่ครบตามวงเงินที่จองซื้อ


เลือกช่องทาง

วงเงินจำหน่ายผ่านวอลเล็ต สบม. และ Bond Connect Platform แยกออกจากกัน ผู้ลงทุนจึงสามารถลงทุนผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง หรือเลือกลงทุนผ่านทั้งสองช่องทางได้ตามความเหมาะสม พันธบัตรออมพลัสเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร หรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายการลงทุนและธุรกรรมผ่านช่องทางที่ผู้จัดจำหน่ายกำหนด แอปพลิเคชัน Streaming และแอปพลิเคชัน Wiset การพัฒนาช่องทางดังกล่าวมีเป้าหมายทำให้พันธบัตรรัฐบาลเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ลดข้อจำกัดของการออมรูปแบบเดิม และเชื่อมการลงทุนของประชาชนเข้าสู่ระบบการลงทุนดิจิทัลที่สะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้

สำหรับการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสครั้งถัดไป จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยกระทรวงการคลังจะประกาศอัตราดอกเบี้ยและวงเงินจำหน่ายในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569

ออมพลัสเหมือนและต่าง

แหล่งข่าวจากวงการออมกล่าวว่า พันธบัตรรอบนี้มีทั้งเหมือนและต่างจากพันธบัตรรุ่นก่อนหน้า ที่เหมือนคือ ช่องทางการจำหน่ายพันธบัตรรัฐบาล ออมพลัส ผ่านวอลเล็ต สบม. บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ช่องทางวอลเล็ต สบม. คือสามารถซื้อได้ ตั้งแต่ 100 บาท การจัดสรรใช้วิธี First-Come, First-Served หรือมาก่อนได้รับสิทธิ์ก่อน ขั้นตอนนี้เหมือนเดิมที่ต้องทำรายการบนบนแอปพลิเคชันเป๋าตัง

ส่วนที่ต่างไปจากเดิมคือ พันธบัตรออมพลัสเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร หรือ Scripless จึงไม่มีการออกใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตร ดังนั้นสมุดพันธบัตรที่เคยมีจากการซื้อพันธบัตรรุ่นก่อน ๆ จึงไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้

ประการต่อมาช่องทางในการจัดจำหน่ายอีกรูปแบบหนึ่งคือการเดินไปจองซื้อผ่านสาขาของธนาคารพาณิชย์ เดิมจะมีอยู่ 4 ธนาคารเช่น กรุงเทพ กรุงไทย ไทยพาณิชย์และกสิกรไทย ซึ่งจะเป็นรูปแบบของ ใช้วิธีจัดสรรแบบ Small Lot First หรือทยอยจัดสรรให้ผู้จองซื้อทุกรายเป็นรอบ ๆ รอบละ 1,000 บาท

พันธบัตรออมพลัสครั้งนี้ต้องดำเนินการผ่าน Bond Connect Platform สำหรับผู้ที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อพันธบัตรออมพลัสผ่านธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมทั้ง 24 ราย รวมถึงผ่านแอปพลิเคชัน Streaming

สำหรับคนที่สะดวกในช่องทางติดต่อซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ ในรอบนี้จะต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ร่วมด้วย ถ้าธนาคารพาณิช์รายใดมีบริษัทลูกที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ก็จะสามารถเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่นได้ แต่บางธนาคารไม่มีบริษัทลูกที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ ลูกค้าต้องไปเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ติดต่อกันไว้ก่อน

เงื่อนไขเยอะกว่าเดิม

นั่นคือความไม่สะดวกที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อย่าลืมว่าลูกค้าที่นิยมซื้อพันธบัตรรัฐบาลส่วนมากเป็นกลุ่มสูงวัย ที่ต้องการความมั่นคง ยอมซื้อแม้ดอกเบี้ยอาจไม่สูงนัก และเป็นกลุ่มที่ความรู้เรื่องเทคโนโลยีน้อย แถมถูกบังคับให้เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่ม ซึ่งลูกค้าอาจไม่ได้เล่นหุ้นเพราะกังวลเรื่องความเสี่ยง ตรงนี้จึงทำให้ลูกค้าที่สูงวัยมองข้ามพันธบัตรรุ่นนี้ไป

“ต้องยอมรับว่าพันธบัตรออมพลัสรอบนี้ ช่องทางซื้อผ่านธนาคารพาณิชย์ ไม่สะดวกเหมือนก่อน จะเรียกว่ายุ่งยากกว่าเดิมก็ได้ ตรงนี้เป็นผลมาจากเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนดมา ส่วนจะแก้ไขในรอบต่อไปในเดือนกันยายนหรือไม่ขึ้นกับกระทรวงการคลัง”

ดอกเบี้ยสูงกว่ารุ่นเก่า

ประการต่อมาถ้าพิจารณาตัวอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดมา คือ พันธบัตรรุ่นอายุและอัตราดอกเบี้ย รุ่นอายุ 3 ปี (RBP297A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% หักภาษี 15% แล้วเหลือ 1.53% รุ่นอายุ 10 ปี (RBP367A) อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% หักภาษี 15% แล้วเหลือ 2.38%

รุ่นนี้ให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าตลาด โดยเฉพาะรุ่น 10 ปีที่สามารถเทียบได้กับพันธบัตร 10 ปี ของปี 2568 ครั้งที่ 2 ครั้งนั้นให้ดอกเบี้ยแบบขั้นบันไดเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 2.49% หักภาษีแล้วเหลือผลตอบแทนสุทธิ 2.1165% ตัวดอกเบี้ยนั้นถือว่าสูงกว่าพันธบัตรรุ่นที่แล้ว

วงเงินขายน้อยกว่า

แต่วงเงินในการจำหน่ายเฉพาะรอบนี้ถือว่าน้อยมากขายบนวอลเล็ต ช่วง 31 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2569 วงเงิน 2 พันล้านบาท และจำหน่ายผ่าน Bond Connect Platform ช่วง 3-5 สิงหาคม 2569 อีก 2 พันล้านบาท ซึ่งวงเงินน้อยกว่าพันธบัตรปี 2568 ที่วงเงินขายเป็นหมื่นล้านบาท

เชื่อว่าการจำหน่ายผ่านวอลเล็ตน่าจะหมดภายในเวลารวดเร็วเหมือนกับหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา ส่วนคนที่สะดวกซื้อผ่านธนาคารที่ต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ร่วมด้วยอาจซื้อได้ต่อคนไม่มากนัก เช่น ตั้งใจซื้อ 1 แสนบาทอาจได้รับการจัดสรรเพียงหลักพันบาทหรือหมื่นบาทก็มีความเป็นไปได้

ส่วนการขายพันธบัตรออมพลัสครั้งต่อไปอีก 4 พันล้านบาท วอลเล็ตกำหนดไว้ที่ 4-15 กันยายน 2569 และ Bond Connect Platform จำหน่าย 7-9 กันยายน 2569 ต้องรอกระทรวงการคลังแจ้งอีกครั้งว่าจะขายพันธบัตรรุ่นเดิมหรือขายรุ่นใหม่ และจะเปลี่ยนหลักเกณฑ์ในการซื้อที่ไม่สะดวกหรือไม่ ดอกเบี้ยในเวลานั้นจะเป็นเท่าไหร่ ทุกอย่างอยู่ที่กระทรวงการคลังกำหนด

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ดูเหมือนเงื่อนไขที่กำหนดออกมามุ่งเน้นไปที่คนที่อยู่ในวัยอายุไม่มากนัก ที่เข้าถึงและใช้บริการทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถืออยู่แล้ว ขณะที่ในโลกความจริงคนที่ซื้อพันธบัตรเป็นกลุ่มสูงวัย ส่วนใหญ่ไม่สันทัดการใช้บริการทางการเงินผ่านมือถือ เมื่อมีเงื่อนไขที่ทำให้ความสะดวกลดลง โอกาสที่จะได้รับการจัดสรรน้อยลง บางรายก็ย้ายไปหาช่องทางอื่น แน่นอนว่าผู้สูงวัยเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j