xs
xsm
sm
md
lg

ชี้ “อิหร่าน” จะตัดสายเคเบิลแค่ข่าวปล่อย “กูรูไอที ”มั่นใจ หากตัดจริงไม่กระทบไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ผศ.ดร.มาโนชญ์” ระบุ ข่าว“อิหร่าน”จะตัดสายเคเบิลใต้น้ำเป็นแค่เฟกนิวส์ ที่เกิดจากการตีความของสื่อต่างประเทศ ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมในการวางสายเคเบิลผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเป็นไปได้ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการอิหร่าน ด้าน “อ.ฝน ไซเบอร์” ชี้ แม้จะตัดสายเคเบิลจริงก็ไม่ส่งผลให้ระบบอินเทอร์เน็ตทั่วโลกล่ม และไม่ถือเป็น“ไพ่ตาย”ของเปอร์เซีย เนื่องจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้มีช่องทางเดียว ยัน ไทยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะมีโครงข่ายหลายสิบช่องทาง ทั้งโครงข่ายใยแก้ว และระบบดาวเทียม

ได้สร้างความวิตกให้นานาประเทศอยู่ไม่น้อย เมื่อสื่อต่างประเทศรายงานว่าอิหร่านจะควบคุมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ 7 เส้น ที่พาดผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยรายงานระบุว่า ภายใต้นโยบายใหม่ ผู้ประกอบการต่างชาติที่ต้องการใช้โครงข่ายสายเคเบิลในพื้นที่ดังกล่าว จะต้องยื่นขออนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมายของอิหร่าน รวมถึงอาจต้องชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าต่ออายุรายปี ขณะที่การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการซ่อมแซมสายเคเบิลทั้งหมด จะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัทในอิหร่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าอิหร่านจะตัดสายเคเบิลใต้น้ำที่วางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้ปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาที่ปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนว่าเรื่องดังกล่าวจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อประเทศไทยหรือไม่ คงต้องไปความเห็นจากผู้รู้

ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ผศ.ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมาอย่างต่อเนื่อง ชี้ว่า กรณีที่มีข่าวว่าอิหร่านจะเข้าควบคุมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ 7 เส้น ที่พาดผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซนั้นไม่ได้มีการยืนยันจากรัฐบาลอิหร่าน ทางการอิหร่านไม่เคยแถลงเรื่องนี้ ซึ่งข่าวที่ออกมาอาจจะเป็นลักษณะเดียวกับข่าวที่ว่าอิหร่านจะตัดสายเคเบิลใต้น้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ออกมาเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ได้เป็นข่าวที่มาจากทางการอิหร่าน และเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น

ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจจะเก็บค่าวางสายเคเบิลใต้ทะเลเพราะมันผ่านเขตน่านน้ำของเขาเนื่องจากตอนี้อิหร่านต้องการหารายได้เข้าประเทศให้มากที่สุดเพื่อจะมาชดเชยความเสียหายจากสงครามที่ถูกสหรัฐฯและอิสราเอลโจมตีตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ชัดเจนเพราะไม่ได้ออกมาจากรัฐบาลอิหร่าน อีกทั้งต้องไปดูว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลซึ่งเป็นการกำหนดอธิปไตยเหนือทะเลอาณาเขต โดยเฉพาะเรื่องการเดินเรือ นั้นครอบคลุมถึงการวางสายเคเบิลใต้น้ำด้วยหรือไม่

“ เรื่องที่อิหร่านจะตัดสายเคเบิลใต้น้ำเป็นแค่ข่าวปล่อย เป็นเฟกนิวส์ ข่าวที่ออกมาน่าจะเกิดจากตีความของสื่อ โดยอิหร่านบอกแต่เพียงว่าสายเคเบิลใต้น้ำนั้นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่าช่องแคบนี้มีความสำคัญ แต่ไม่ได้บอกว่าจะตัดสายเคเบิล สื่อต่างๆก็ไปตีความกันเองว่าเขาจะตัด เพื่อให้เห็นว่าอิหร่านจะดำเนินการเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก ” ผศ.ดร.มาโนชญ์ ระบุ

“อาจารย์ฝน ไซเบอร์” หรือ นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ด้าน “อาจารย์ฝน ไซเบอร์” หรือ นรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เชื่อว่า หากผู้ประกอบการที่ใช้โครงข่ายสายเคเบิลต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้อิหร่านก็คงได้รับผลกระทบพอสมควร อย่างไรก็ดีปกติหากมีการวางสายเคเบิลใต้น้ำซึ่งเป็นโครงข่ายการสื่อสารพาดผ่านพื้นที่ทางทะเลของประเทศใดเจ้าของโครงข่ายฯก็จะมีการจ่ายค่าธรรมเนียมให้แก่รัฐบาลของประเทศนั้นอยู่แล้ว อย่างประเทศไทยก็มีการเก็บเงินเข้ากองทุน กสทช. ซึ่งมาตรการที่อิหร่านจะดำเนินการครั้งนี้ก็อาจจะเป็นยุทธศาสตร์ที่เกิดจากการพิจารณาว่ามีจุดไหนที่อิหร่านสามารถสร้างอำนาจต่อรองได้บ้าง เหมือนกับกรณีที่สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการทางภาษีเพื่อกดดันให้ประเทศต่างๆดำเนินการตามแนวทางที่สหรัฐฯต้องการ หากประเทศใดไม่ให้ความร่วมมือก็จะใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ามาข่มขู่เล่นงาน

ส่วนการที่อิหร่านจะเข้าควบคุมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ 7 เส้น ที่พาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากผู้ประกอบการต้องการใช้โครงข่ายสายเคเบิลดังกล่าวจะต้องยื่นขออนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมายของอิหร่านนั้นก็ต้องไปดูในรายละเอียดว่ากฎเกณฑ์ต่างๆเป็นอย่างไร ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงก็มักพูดอะไรที่คลุมเครือโดยอำพรางข้อเท็จจริงหลายๆอย่างไว้ จึงต้องรอดูว่าคำว่าต้องปฏิบัติตามนั้นคืออะไรบ้าง

ยกตัวอย่างในอดีต แบล็กเบอร์รี่ (อดีตคือยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจากแคนาดา แต่ปัจจุบันผันตัวไปเน้นธุรกิจซอฟต์แวร์ความปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนาระบบ) จะเข้าไปทำธุรกิจในประเทศซาอุดีอาระเบีย ทางรัฐบาลของซาอุดีอาระเบียขอให้แบล็กเบอร์รี่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของประเทศเขา ซึ่งก็คือแบล็กเบอร์รี่ต้องตั้งเซิร์ฟเวอร์ในซาอุฯเพื่อถอดรหัสก่อนถึงจะเข้ารหัสใหม่แล้วส่งกลับไปที่แคนาดา ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้หน่วยงานด้านความมั่นคงของซาอุฯสามารถรู้ว่าแต่ละสายคุยอะไรกัน เป็นภัยต่อความมั่นคงของซาอุฯหรือไม่ เขาสามารถตรวจสอบได้หมด สามารถเข้าถึงข้อมูลการสื่อสารภายในซาอุฯก่อนที่จะส่งไปยังแคนาดา และหากมีอะไรที่สื่อสารออกไปนอกซาอุฯ รัฐบาลซาอุฯจะต้องรู้เห็นทั้งหมด ทางซาอุฯจึงจะยอมให้แบล็กเบอร์รี่เข้าไปดำเนินกิจการในประเทศของเขา ดังนั้นหากอิหร่านเข้าควบคุมสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตในช่องแคบฮอร์มุซก็อาจจะให้บริษัทเจ้าของสายเคเบิลตั้งฮับที่อิหร่าน และให้เข้ารหัสใหม่เหมือนที่ซาอุฯทำ ซึ่งสหรัฐฯก็อาจจะไม่ยอม


ส่วนที่หลายฝ่ายวิตกว่าหากอิหร่านตัดสายเคเบิลใต้น้ำที่ลากผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลให้ตลาดการเงินโลกสะเทือนทันที เพราะระบบการเงินพึ่งพา data แบบ real-time หากสายเคเบิลเสียหาย การซื้อขายหุ้นจะล่าช้า การโอนเงินระหว่างประเทศสะดุดนั้น “อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์” มองว่า เรื่องนี้อาจเป็นมุมมองของผู้ที่นำเสนอข่าวซึ่งขยายประเด็นให้ดูใหญ่เพื่อให้คนสนใจและรู้สึกว่าจะได้รับความเดือดร้อนหากอิหร่านตัดสายเคเบิล ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการทำข่าว หรืออาจเป็นการสร้างข่าวจากทางอิหร่านมีเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับสหรัฐฯและประเทศพันธมิตร

“ ที่บอกว่าหากอิหร่านตัดสายเคเบิล ระบบการเงินทั่วโลกจะล่ม ผมว่าไม่จริง เพราะการออกแบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะมีมากกว่า 1 ช่องทางเสมอ ” อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ ระบุ

สำหรับกรณีที่มีข่าวออกมาเป็นระยะว่าการตัดสายเคเบิลใต้น้ำจะเป็น“ไผ่ตาย”ของอิหร่านที่จะใช้ตอบโต้สหรัฐฯนั้น “อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์” กลับเห็นว่า ในทางปฏิบัติอาจไม่เป็นเช่นนั้น เพราะแม้การตัดสายเคเบิลจะส่งผลกระทบต่อการสื่อสารของระบบอินเทอร์เน็ตอยู่บ้าง แต่โดยปกติผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะไม่พึ่งพาการปล่อยสัญญาณผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่งเพียงช่องทางเดียว แต่จะต้องมีช่องทางสำรองไว้ด้วย เหมือนกับครั้งที่สหรัฐฯแซงชันรัสเซียและประกาศว่าจะตัดรัสเซียออกจากระบบอินเทอร์เน็ต ทางรัสเซียก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้าสหรัฐฯตัดรัสเซียออกจากระบบอินเทอร์เน็ต รัสเซียจะเชื่อมระบบอินเทอร์เน็ตใหม่ทันทีเพราะมีการทดลองระบบกับกลุ่มบริกส์ (BRICS : กลุ่มพันธมิตรทางเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีอิทธิพลสูง อาทิ รัสเซีย อินเดีย จีน)ไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการต่อรองของรัสเซียที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเห็นว่าสหรัฐฯไม่ได้เป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่เพียงประเทศเดียว ดังนั้นถ้าสหรัฐฯจะตัดรัสเซียออกจากเกม สหรัฐฯนั่นแหล่ะที่จะถูกสั่นคลอน

ทั้งนี้ หากอิหร่านจะใช้วิธีตัดสายตัดสายเคเบิลใต้น้ำที่ลากผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ อินหร่านก็ต้องดูว่าตัวเองจะได้หรือเสียมากกว่ากันเพราะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้มีช่องทางเดียว แม้สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ 7 เส้น ที่พาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นเส้นทางหลักก็จริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด สหรัฐฯก็มีช่องทางอื่น เช่น ดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) ของ อีลอน มัสก์

“ ถามว่าถ้าอิหร่านตัดสายเคเบิลที่ช่องแคบฮอร์มุซแล้วส่งผลกระทบต่อระบบอินเทอร์เน็ตไหม ตอบได้เลยว่ากระทบ กระทบเยอะด้วย แต่ไม่ใช่ไม้ตาย เพราะไม่ใช่ตัดแล้วอินเทอร์เน็ตทั้งโลกจะล่ม โดยหากอิหร่านตัดสายเคเบิลดังกล่าวจริงระบบอินเทอร์เน็ตหลักอันหนึ่งก็จะใช้ไม่ได้ ในทางภูมิศาสตร์สายเคเบิลนี้จะเชื่อมต่อข้อมูลจากอ่าวเปอร์เซียไปสู่ ยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และอินเดีย ซึ่งแน่นอนว่าจุดแรกที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงอิหร่านด้วย ก็ต้องไปดูว่าแต่ละประเทศในตะวันออกกลางเขามีการออกแบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไว้อย่างไร ซึ่งปกติเขาก็มีสำรองหลายช่องทางอยู่แล้ว ” อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ กล่าว


ส่วนผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศไทยหากอิหร่านตัดสายเคเบิลใต้น้ำที่ลากผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้น “อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์” อธิบายว่า เนื่องจากประเทศไทยวางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไว้หลากหลายช่องทางมาก เรียกว่าหลายสิบช่องทางก็ว่าได้ ไม่ใช่ช่องทางเดียว ดังนั้นหากตัดอินเทอร์เน็ตเส้นหนึ่งของประเทศไทยออกไปก็ยังมีอินเทอร์เน็ตที่สามารถวิ่งผ่านได้อีก 20 เส้น

“ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยมีหลายช่องทางมาก เช่น NT หรือ National Telecom , AIS-3BB ซึ่งทั้งสองค่ายก็มีช่องทางออกหลายช่อง ทั้ง โครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก(โครงข่ายใยแก้วนำแสง) โครงข่ายไร้สาย คือเขามีช่องทางอินเทอร์เน็ตผ่านเคเบิลใต้น้ำบ้าง ผ่านระบบดาวเทียมบ้าง ผ่านระบบเชื่อมต่อต่างๆเยอะแยะเต็มไปหมด ดังนั้นหากว่าบอกอิหร่านตัดสายเคเบิลใต้น้ำแล้วเน็ตไทยจะล่ม ก็ไม่จริง ไม่เกี่ยวเลย แต่ถ้าไทยจะติดต่อไปยังตะวันออกกลางก็อาจจะมีผลกระทบเรื่องความเร็วเน็ต ” อาจารย์นรินทร์ฤทธิ์ ระบุ

ทั้งนี้ ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของกลุ่มนักเขียนโปรแกรม โดยผู้ที่ใช้ชื่อ “CopperWolf7190” ระบุว่า ปกติแล้วระบบโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตถูกออกแบบมาให้มี "ความยืดหยุ่น" (Resilience) สูงมาก ข้อมูลสามารถหาทางไปใหม่ได้เอง (Rerouting) แต่อาจจะไม่รวดเร็วเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้โหลดข้อมูลจากไหน ซึ่งหากเป็นการทำธุรกรรมการเงินภายในประเทศที่เชื่อมโยงกับระบบอิเทอร์เน็ต เช่น โอนเงิน, จ่ายบิล, ถอนเงิน จะปกติ 100%: เพราะระบบ Core Banking และ Server ของธนาคารไทยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใน Data Center ภายในประเทศไทยเอง ข้อมูลจึงไม่ต้องวิ่งออกไปผ่านสายเคเบิลใต้น้ำที่ทะเลแดง แอปฯ ธนาคาร (Mobile Banking) และตู้ ATM ยังทำงานได้รวดเร็วตามปกติ เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารไทยมีความแข็งแกร่งและมีเส้นทางสำรองหลากหลายทาง เช่น วิ่งผ่านฝั่งแปซิฟิกไปอเมริกา หรือยุโรปแทน เพื่อให้ธุรกิจยังเดินหน้าต่อไปได้