ข่าวลบถาโถมถล่มกัมพูชา ข่าวรั่วขอเปิดด่าน แก้ลำอ้างเป็น Fake News ด้านสื่อยักษ์ Wall Street Journal เรียกกัมพูชา Scambodia จนดิ้นพล่าน ส่วนฝ่ายค้านกัมพูชาแนะยอมรับความจริง ผู้นำเป็นหัวหน้าใหญ่เสียเอง ล่าสุดผุดหนังสือ The Father Who Shielded and Never Left ภาคภาษาอังกฤษอวย ฮุน เซน และฮุน มาเนต
ช่วงเทศกลางสงกรานต์เรื่องราวของกัมพูชาถูกกล่าวถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะความพยายามขอเปิดด่าน หลังจากที่สื่อไทยออกมาเปิดเผยว่าฝ่ายกัมพูชาส่งคนสนิทของฮุนเซนเข้ามาหารือกับตัวแทนของ 4 เหล่าทัพ พร้อมด้วยการทาบทามเพื่อขอเปิดด่าน เมื่อเรื่องถูกเปิดเผยออกมาฝั่งกัมพูชาออกข่าวปฎิเสธว่าเป็นข่าวปลอม เช่นเดียวกับฝ่ายไทย
ตามมาด้วยสื่อดังระดับโลกอย่าง The Wall Street Journal (WSJ) ที่มีการนำเสนอรายงานเรื่อง Scambodia ที่กล่าวถึงกัมพูชา 19 เมษายน 2569 ว่า
กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่ปฏิบัติการในกัมพูชาได้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ บังคับใช้แรงงาน ขโมยเงินหลายพันล้าน และสร้างแหล่งฉ้อโกงขนาดเท่าเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศนี้ถูกเรียกว่า "กัมพูชาแห่งการฉ้อโกง"
พร้อมตั้งคำถามว่าอาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นอุตสาหกรรมชั้นนำใน ‘กัมพูชา’ได้อย่างไร
เรื่องดังกล่าวกระทบต่อกัมพูชาเป็นอย่างมาก นายเทพ อัสนาริท โฆษกกระทรวงสารสนเทศ กัมพูชา ได้ออกมาตอบโต้ว่าบทความดังกล่าว กล่าวถึงกัมพูชาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงระดับโลกนั้น เทียบเท่ากับเป็นการโจมตีชื่อเสียงและอัตลักษณ์ของชาติ เป็นการทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของพลเมืองกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศ
ผู้นำหัวหน้าใหญ่
Sarath Sun สมาชิกกลุ่มฝ่ายค้านกัมพูชา โพสต์ Facebook กล่าวถึงเรื่อง Scambodia ว่า ทำไมหนังสือพิมพ์ต่างประเทศถึงเรียกกัมพูชาว่าเป็นประเทศแห่งการฉ้อโกงและอาชญากรรมทางออนไลน์ และเรียกกัมพูชาว่า "สแคมโบเดีย" (Scambodia)?
ประชาชนชาวกัมพูชาจำเป็นต้องยอมรับความจริงและอย่าโกรธ และหนังสือพิมพ์ต่างประเทศที่เรียกประเทศของเราว่า "สแคมโบเดีย"
จริงอยู่ที่ในประเทศไทยและพม่ามีพวกมิจฉาชีพ แต่พวกเขามีขนาดเล็ก และผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพวกเขาไม่ได้ทำธุรกิจกับพวกมิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม เรามีขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งหลบภัยของอาชญากรรมทางไซเบอร์ และผู้นำของเราก็เป็นหัวหน้าใหญ่
ถ้าชาวเขมรเจ็บปวดและโกรธที่กัมพูชาถูกเรียกว่าสแกมโบเดีย พวกเขาก็ควรจะโกรธและตำหนิผู้นำของพวกเขา เพราะผู้นำที่ปกครองประเทศกลับสร้างที่หลบภัยให้กับพวกฉ้อโกง ทำให้ชื่อเสียงของประเทศเสียหาย การสนับสนุนตระกูลฮุนก็เท่ากับการทำลายประเทศและทุกสิ่งทุกอย่าง
อวยฮุนเซน
ในห้วงเดียวกันนี้กลับพบว่ากลับมีหนังสือออกใหม่เป็นภาษาอังกฤษชื่อว่า “The Father Who Shielded and Never Left” หรือพ่อผู้ปกป้องและไม่เคยทอดทิ้ง เขียนโดย ฟารี โซนิตา โดยมีทั้งสื่อต่างประเทศและสื่อของกัมพูชาพร้อมใจกันโปรโมทหนังสือเล่มดังกล่าว
Yahoo Finance ได้ให้รายละเอียดของหนังสือเล่มนี้ไว้ดังนี้
หนังสือเล่มนี้เขียนโดยฟารี โซนิตา ตรวจสอบแนวทางการเป็นผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่นำพาประเทศผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยการสะท้อนถึงการตัดสินใจที่สำคัญซึ่งหล่อหลอมการฟื้นตัวของกัมพูชา เรื่องราวนี้สำรวจการก้าวไปทีละขั้นของประเทศจากการเอาชีวิตรอดไปสู่การพัฒนาในระยะยาว
หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่ยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชา โดยนำเสนอความเป็นผู้นำและกลยุทธ์แบบ win-win ของเขาในฐานะกรณีศึกษาที่ชัดเจนในการสร้างสันติภาพ การจัดการวิกฤต และการฟื้นฟูประเทศ มากกว่าการเป็นผู้นำทางการเมือง เขาถูกพรรณนาว่าเป็นเหมือนบิดาผู้ปกป้องประเทศชาติอย่างสม่ำเสมอ ปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืน ซึ่งยังคงหล่อหลอมกัมพูชามาจนถึงทุกวันนี้
มรดกนี้ยังคงปรากฏให้เห็นในความเป็นผู้นำในยุคปัจจุบัน ในช่วงความตึงเครียดชายแดนกับไทยปี 2025-2026 กิจกรรมทางทหารและผลกระทบข้ามพรมแดนส่งผลกระทบต่อชุมชนในฝั่งกัมพูชา ก่อให้เกิดความวุ่นวายและความไม่แน่นอน
ชื่นชมฮุน มาเนต
ในการตอบสนอง นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่เยือกเย็น การยับยั้งชั่งใจเชิงกลยุทธ์ และการมีส่วนร่วมทางการทูตอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะตอบโต้ด้วยการยกระดับความรุนแรง ความเป็นผู้นำของเขาสะท้อนให้เห็นถึงวินัยและวิสัยทัศน์ โดยรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงของชาติกับการปกป้องชีวิตมนุษย์และความมั่นคงในภูมิภาคในระยะยาวอย่างรอบคอบ
แม้จะเผชิญกับแรงกดดันเหล่านี้ กัมพูชายังคงรักษาแนวทางที่สอดคล้องกัน โดยยึดมั่นในความยับยั้งชั่งใจ กฎหมายระหว่างประเทศ และการทูต ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหลักการเป็นผู้นำเดียวกันที่กล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ยังคงชี้นำประเทศชาติผ่านความท้าทายร่วมสมัย
นอกเหนือจากขอบเขตของการเมือง ฟารีหวังว่าผู้นำทั่วโลกจะสามารถนำหลักการเหล่านี้ไปใช้เพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์ ในขณะที่ผู้อ่านจะได้รับแรงบันดาลใจให้ยอมรับความเป็นผู้นำที่หยั่งรากอยู่ในความรับผิดชอบ วินัย และวิสัยทัศน์
หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอบทเรียนที่ทันท่วงทีสำหรับโลกที่เผชิญกับความไม่มั่นคงในยุคปัจจุบัน นั่นคือ วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นในการปกป้องผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศชาติได้อย่างพื้นฐานและสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืน
ผ่านงานเขียนนี้ ฟารีไม่เพียงแต่เล่าเรื่องราวของกัมพูชาเท่านั้น แต่เธอยังวางตำแหน่งกัมพูชาบนเวทีโลกในฐานะประเทศแห่งความไว้วางใจ ความมั่นคง และโอกาสในอนาคต
เคยออก“กัมพูชาชนะไทยฯ”
นักสังเกตการณ์และติดตามข่าวจากกัมพูชากล่าวว่า พูดง่าย ๆ คือหนังสือเล่มนี้เขียนออกมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับผู้นำของกัมพูชาอย่างสมเด็จฮุนเซนและฮุนมาเนต เลือกเขียนมุมบวก และรอบนี้เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อหวังการเข้าถึงที่กว้างขึ้นของคนทั่วโลก
ยิ่งถ้าแปลมาจากสำนักข่าวของกัมพูชาถึงหนังสือเล่มนี้ อาจรู้สึกคลื่นไส้ได้ เพราะเยินยอกันแทบทุกวลี อ้างต่างประเทศชื่นชมผู้นำของกัมพูชา แต่ไม่มีแหล่งที่มาว่าองค์กรใด แล้วที่คนทั้งโลกเห็นก็ย้อนแย้งกับเรื่องที่นำเสนอในหนังสือเล่มนี้
ก่อนหน้านี้กัมพูชาก็เคยออกหนังสือ “กัมพูชาชนะไทยในสมัยเตโชธิบดี” หลังจากที่มีข้อตกลงเรื่องหยุดยิง ที่จริงหนังสือเล่มดังกล่าวพิมพ์เสร็จตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 แต่สถานการณ์ขณะนั้นไม่เอื้ออำนวยจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเกิดการปะทะกันเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568
กระแสของหนังสือดังกล่าวถูกหยิบยกมาพูดถึงกันอีกครั้งหลังมีข้อตกลงหยุดยิงในรอบแรก 28 กรกฎาคม 2568 แต่ก็ไม่ได้โด่งดังนัก จนเกิดการปะทะกันรอบ 2 วันที่ 8 ธันวาคม 2568 และหยุดยิง 27 ธันวาคม 2568
หนังสือเล่มนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกัมพูชา หลังมีการโจมตีว่าเขียนออกมาเพื่อกลบความผิดพลาดที่เสียดินแดนให้กับทหารไทย
ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือทัช โสกา รองโฆษกกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ชูยุทธศาสตร์ใหญ่ 6 ประการ ที่ไม่เน้นการใช้กำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่คือการใช้ชั้นเชิงทูต 6 ประการ เพื่อบีบให้ไทยต้องจำนนด้วยหลักฐานในอนาคต นี่คือยุทธศาสตร์ “เงียบแต่ไม่เฉย” ของรัฐบาลฮุนมาเนต
หากพี่น้องเชื่อมั่นในกัมพูชา ผมเชื่อมั่นในกัมพูชาเช่นกัน โดยเฉพาะสมเด็จเตโชธิบดี ที่ท่านกำลังใช้ยุทธศาสตร์ป้องกันชาติและยุทธศาสตร์ เงียบแต่ไม่เฉย โดยสันติวิธี ผ่านการทูตและกระบวนการทางกฎหมาย โดยไม่ยกประเทศใดเป็นศัตรู
ลูกชายใต้คืนวันเพ็ญ
Facebook group : The Wild Chronicles Group สมาคมผู้สนใจประวัติศาสตร์ สงคราม ข่าวต่างประเทศ ได้สรุปการใช้สื่อของรัฐบาลกัมพูชาว่า
รัฐบาลกัมพูชาเดินหน้ายุทธศาสตร์ผ่าน “โฆษณาชวนเชื่อ” (Propaganda) ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อหล่อหลอมภาพจำของท่านผู้นำให้หยั่งรากลึกลงในวัฒนธรรมร่วมสมัย
ตั้งแต่การทุ่มทุนสร้างมหากาพย์ละครโทรทัศน์เรื่อง “ลูกชายใต้คืนวันเพ็ญ” (The Son Under the Full Moon) ความยาวเกือบ 90 ตอน ที่ถ่ายทอดชีวประวัติของ “สมเด็จฮุน เซน” การสร้างอนุสาวรีย์ “สมเด็จกอน” ที่มีรูปลักษณ์ละม้ายคล้ายคลึงกับ “สมเด็จฮุน เซน” ไปจนถึงการจัดทำหนังสือชีวประวัติท่านผู้นำ
ล่าสุดกับหนังสือ “The Father Who Shielded and Never Left (บิดาผู้ปกป้องและไม่เคยทอดทิ้ง)“ หนังสือผลงานการเขียนของ Fari เล่มนี้ พาผู้อ่านดิ่งลึกไปสำรวจแนวทางภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ที่พาประเทศผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
สารพัดข่าวลบ
การใช้หนังสือชื่นชมผู้นำประเทศ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้คนที่ไม่ได้ติดตามข้อมูลอาจคล้อยตามได้ รอบนี้ใช้หนังสือยกยอฮุนเซนที่เป็นภาษาอังกฤษ หวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้นำกัมพูชา
มันเป็นวิธีการเก่า ๆ ทางด้านประชาสัมพันธ์ ส่วนจะใช้ได้ผลหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่โลกยุคนี้เปลี่ยนไปจากเดิมมาก การตรวจสอบเพื่อหาความจริงนั้นทำได้ไม่ยาก ถ้าอ่านเพื่อความบันเทิง เพราะเนื้อหากับความจริงค่อนข้างสวนทางกัน
ประการต่อมาช่วงนี้มีหลายเรื่องที่ถาโถมใส่กัมพูชา ทั้งข่าวหลุดเรื่องขอเปิดด่านกับไทย ตัวเลขนำเข้าและส่งออกกับประเทศไทยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 สะท้อนเรื่องการแบนสินค้าไทยว่า กัมพูชาแบนไม่จริง ตามมาด้วยเรื่อง Scambodia ที่ถูก The Wall Street Journal ถล่ม ขณะที่การแก้ปัญหาชายแดนกับไทยอยู่ในสถานะที่ตกเป็นรองประเทศไทย ที่ยังไม่สามารถหาคำตอบให้กับชาวเขมรที่ที่ต้องอพยพออกจากบ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว ที่ต้องย้ายไปอยู่บ้านหลังคาเขียวที่รัฐบาลกัมพูชาสร้างให้ได้
รวมไปถึงสภาพเศรษฐกิจในกัมพูชาที่มีปัญหาตั้งแต่การปะทะกับไทย การแบนสินค้าไทยทำให้ราคาสินค้าในกัมพูชาสูงขึ้น แถมมาเจอวิกฤตน้ำมันจากสงครามสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ปัญหาเรื่อง Scammer ที่จีน สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้เร่งให้กัมพูชาต้องปราบปราม
นับเป็นความพยายามที่จะแก้ปัญหาภายในกัมพูชาของผู้นำ เพื่อปูทางไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่กำลังจะมีขึ้นในปีหน้า วิธีการออกหนังสือเพื่อสร้างภาพบวกให้กับผู้นำได้ ลดแรงกดดัน ส่วนจะได้ผลดีแค่ไหนการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นคำตอบ
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j


