xs
xsm
sm
md
lg

รอ"พันธบัตร"ครึ่งปีหลัง-หวังเงินเฟ้อกระชากดอกเบี้ย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แนะขาประจำพันธบัตร รอเงินเฟ้อดันดอกเบี้ยเพิ่ม วัดใจแบงก์ชาติ ถ้าเป็นไปได้รอครึ่งปีหลัง คาดดอกเบี้ยอาจขยับขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ส่วนสลากออมทรัพย์เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง แม้ผลตอบแทนน้อยแต่มั่นคง แนะอ่านรายละเอียดก่อนตัดสินใจ เพราะอาจมีการลดเงินรางวัลลง

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง อันเป็นผลมาจากการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ ที่จับมือกับอิสราเอลเปิดศึกกับอิหร่าน มีการปิดช่องแคบเฮอร์มุช เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของตะวันออกกลาง จนราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ทั่วโลกยังจับตาการเจรจาหลังมีข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีทีท่าที่จะตกลงกันได้

ขณะที่ผลตอบแทนจากการลงทุนในประเทศไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะช่องทางการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ อย่างการฝากเงินไว้กับธนาคารและพันธบัตรรัฐบาล รวมถึงสลากออมทรัพย์ของธนาคารรัฐทั้ง 3 แห่ง

ตอนนี้พันธบัตรรัฐบาลปี 2569 ยังไม่เปิดจำหน่าย ก่อนหน้านี้มองกันว่าดอกเบี้ยน่าจะลดลงกว่าเดิมตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์มีการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้ราคา

น้ำมันพุ่งขึ้นทั่วโลก จนมีการมองไปถึงอัตราเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น

นั่นคือการที่ต้องวัดใจว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่


แนะรอพันธบัตรครึ่งปีหลัง

แหล่งข่าวด้านวงการออมเงินกล่าวว่า ถ้าแบงก์ชาติเลือกขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสยบเงินเฟ้อ นั่นหมายความว่าดอกเบี้ยในระบบอาจปรับขึ้น ส่งผลไปถึงดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลมีสิทธิที่จะเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ปกติ และอาจรวมไปถึงดอกเบี้ยสลากออมทรัพย์ด้วย

ช่วงเริ่มสงครามเคยมีการประเมินกันว่า ถ้ามีพันธบัตรออกมาช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ควรต้องรอซื้อในรอบครึ่งปีหลังน่าจะดีกว่า เพื่อให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก่อน โดยหวังว่าแบงก์ชาติน่าจะปรับดอกเบี้ยตาม หมายถึงคนที่รอซื้อจะได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าเดิม

ตอนนี้ประเมินยากว่าทางการจะคุมเงินเฟ้อย่างไร ถ้าใช้วิธีการขึ้นดอกเบี้ยสกัดก็จะทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของสภาพเศรษฐกิจโดยรวม หรือถ้าจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยต้องประเมินผลกระทบว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและค่าเงินบาทและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างไร

เดิมมองกันว่าพันธบัตรรอบนี้ดอกเบี้ยอาจต่ำกว่า 2% แต่สถานการณ์สงครามอาจทำให้ต้องรอดูทิศทางที่ชัดเจนจากภาครัฐอีกครั้ง ซึ่งถ้ารอได้อาจรอความชัดเจนเรื่องดอกเบี้ย โดยอาจรอซื้อช่วงครึ่งหลังของปีแทน ตอนนี้มีบางกระแสก็คาดว่าครึ่งแรกของปี 2569 อาจไม่มีการเสนอขายพันธบัตรก็เป็นได้

ปัญหาตอนนี้คือพันธบัตรรัฐบาลตลาดเป็นของผู้ออกเสมอ เพราะเป็นสินค้าที่มีความมั่นคงสูง มีตลาดของกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องการความมั่งคงรอซื้ออยู่เสมอ อย่างช่วงดอกเบี้ยต่ำ   ผู้ออกมักเสนอขายหุ้นกู้อายุยาวเป็นหลัก เช่น 7 ปี 10 ปี เป็นต้น ทำให้สามารถล็อกเงินต้นทุนต่ำได้ยาวขึ้น อย่างครึ่งหลังของปี 2568 สำนักบริหารหนี้สาธารณะเสนอขายพันธบัตร 10 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ 2.49% รายการเดียวไม่มีตัวเลือกรุ่นอายุอื่น

สำหรับผู้ที่มีเงินออมแล้วรอได้ ก็ต้องข้ามมาลุ้นในครึ่งหลังของปี 2569 หากรอไม่ได้ก็อาจต้องซื้อติดมือไว้บ้าง แต่อายุ 10 ปีถือว่านานมากสำหรับคนไทย

สลากออมทรัพย์ไม่กินทุน

อีกทางเลือกหนึ่งที่มั่นคงแต่ผลตอบแทนน้อย ต้องรอเรื่องของโชคดีเข้ามาหนุนเพื่อเพิ่มผลตอบแทน สลากออมทรัพย์ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่ไม่กินทุน เงินต้นยังอยู่ แม้ผลตอบแทนน้อยแต่ก็มีลูกค้าประจำที่รอเลือกซื้ออยู่ ผลตอบแทนของสลากออมทรัพย์จะผันแปรไปตามสภาพตลาด ส่วนใหญ่มักให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดดอกเบี้ย

แม้จะมี 3 ค่ายของธนาคารรัฐที่ออกสลากมาเสนอขาย แต่ภาพรวมส่วนใหญ่ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ ต่ำกว่าพันธบัตรรัฐบาลเสียอีก(กรณีไม่ถูกรางวัล)


ออมสินแจกเพิ่ม 113 ล้าน

ค่ายออมสินยังเป็นสลากตัวเดิมที่เคยเปิดขายคือรุ่น 1 ปีและรุ่น 2 ปี ความเปลี่ยนแปลงต้องดูที่อัตราดอกเบี้ยว่าขึ้นหรือลดลงจากรุ่นเดิม และดูเรื่องเงินรางวัลด้วยว่าเพิ่มหรือลดลงอย่างไร

ล่าสุดออกโปรโมชั่นฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัลและเพิ่มจำนวนรางวัลให้กับสลาก 1 ปีและ 2 ปี รวมรางวัลพิเศษ 113 ล้านบาท

ธนาคารได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด "ฉลอง 113 ปี เพิ่มเงินรางวัล เพิ่มจำนวนรางวัล กับสลากออมสิน พิเศษ 1 ปี และ 2 ปี (แบบใบสลากและสลากดิจิทัล) เงินรางวัลรวม 113 ล้านบาท" ทั้งลูกค้าที่ซื้อสลากเพิ่มและลูกค้าเดิมที่ถือครองสลากอยู่ มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษมากถึง 3 ครั้ง โดยยิ่งซื้อสลากมาก ยิ่งเพิ่มโอกาส ลุ้นรางวัลจำนวนมากถึง 63 รางวัล ตลอดระยะเวลากิจกรรม ได้แก่

ครั้งที่ 1 : วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 13 ล้านบาท จำนวน 26 รางวัล รางวัลละ 500,000 บาท

ครั้งที่ 2 : วันที่ 16 มิถุนายน 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 30 ล้านบาท จำนวน 30 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท

ครั้งที่ 3 : วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 จับรางวัลพิเศษมูลค่ารวม 70 ล้านบาท จำนวน 7 รางวัล รางวัลละ 10 ล้านบาท

รวมเงินรางวัลพิเศษทั้งสิ้น 113 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากยังมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัลที่ 1 และรางวัลอื่น ๆ ซึ่งเป็นรางวัลปกติประจำแต่ละงวด โดยสลากออมสินนับเป็นทางเลือกการออมที่นอกจากจะให้ผลตอบแทนตามอัตราที่ธนาคารกำหนดแล้ว ผู้ซื้อสลากยังมีโอกาสได้ลุ้นรับเงินรางวัลพิเศษ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอีกด้วย

ตรวจสอบให้ดีก่อนซื้อต่อ

สำหรับสลากออมสินตัวสลากส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น รุ่น 1 ปีและ 2 ปี จะออกวนในลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ เมื่อสลากครบกำหนดก่อนจะตัดสินใจซื้อต่อควรตรวจสอบสลากรุ่นใหม่ ๆ ให้ดีก่อน

สลากออมทรัพย์จะมีผลตอบแทนอยู่ 2 ส่วนคือดอกเบี้ย(กรณีไม่ถูกรางวัล) ส่วนใหญ่จะต่ำกว่าดอกเบี้ยฝากทั่วไป อีกรายการหนึ่งคือเรื่องเงินรางวัล

คนที่ซื้อสลากส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังเรื่องถูกรางวัลใหญ่ แต่ถ้าได้ก็เป็นโชคดีของผู้ซื้อ ส่วนใหญ่แล้วมักจะหวังแค่การถูกเลขท้าย(ต่ำสุด)ทุกงวด ซึ่งธนาคารผู้ออกมักคำนวณไว้ที่ซื้อ 1 แสนบาทถูกทุกงวด

ปัญหาคือรางวัลเลขท้ายต่ำสุดที่ถูกทุกงวดนั้น ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้ว่ามีการปรับลดลงตามผลตอบแทนในตลาด อย่างล่าสุดสลาก 1 ปีของออมสินเลขท้าย 3 ตัวลดลงเหลือ 40 บาท

หรือการตัดรางวัลเลขท้าย 3 ตัวทิ้ง เหลือแค่เลขท้าย 4 ตัวของสลากรุ่น 2 ปี นั่นหมายความว่าเงินที่ซื้อสลาก 1 แสนบาทสำหรับรุ่น 2 ปีนั้นไม่ได้ถูกทุกงวดแล้ว ต้องซื้อ 1 ล้านบาท ถึงจะมีสิทธิถูกเลขท้าย 4 ตัวทุกงวด(รุ่น 2 ปี) ตรงนี้แบงก์คงไม่ออกมาบอกกับผู้ซื้อ เว้นแต่เราจะตั้งข้อสังเกตแล้วถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร

ดังนั้นประเภทสลากเดิมครบอายุแล้วซื้อต่อทันทีนั้น ท่านอาจพลาดโอกาสดี ๆ ไป เพราะมีบาทท่านที่เคยซื้อสลาก 2 ปีที่ 1 แสนบาทเพราะถูกทุกงวด หากซื้อต่อทันทีผลตอบแทนที่ได้อาจน้อยลงกว่าเดิม

1 แสนถูกทุกงวดมีครบ 3 ค่าย

หากมองไปถึงสลากออมทรัพย์ของค่ายอื่น ตอนนี้ค่าย ธ.ก.ส.ปรับรูปแบบสลาก เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับธอส.ที่ก็ปรับจากเดิมที่เน้นลูกค้ารายใหญ่ ลงมาเล่นตลาดลูกค้าทั่วไปเช่นกัน

เดิมสลาก ธอส.ขายกันหน่วยละเป็นล้าน ตอนนี้ก็ปรับลงมาเหลือหลักพันบาทก็มี สลากธ.ก.ส.ก็ปรับจากลูกค้าทั่วไปขยับเป็นลูกค้ากลุ่มที่สูงขึ้น ทำให้การจำหน่ายสลากบางรุ่นกว่าจะหมดต้องใช้เวลานาน

ค่ายธอส.เคยออกชุดทองกวาวมั่งมี ซื้อ 1 แสนถูกทุกงวด กับรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ตัวนี้ให้ดอกเบี้ย 0.5% เมื่อรวมกับเลขท้ายทุกงวดแล้วผลตอบแทนขั้นต่ำจะอยู่ที่ 1.10% ล่าสุดได้ปรับลดดอกเบี้ยลงมาเหลือแค่ 0.3% ส่วนเงินรางวัลเลขท้าย 2 ตัวยังเท่าเดิมคือ 50 บาท ทำให้ผลตอบแทนขั้นต่ำลงมาเหลือที่ 0.9%

ค่าย ธกส ชุดกระพ้อมเงิน อายุ 2 ปี มีรางวัลเลขท้าย 3 ตัว หมุน 2 ครั้ง รางวัลละ 15 บาท ซื้อ 1 แสนมีสิทธิถูก 30 บาท
“พูดง่าย ๆ ตอนนี้สลากทั้ง 2 ค่ายมีรุ่นที่ซื้อ 1 แสนบาทแล้วถูกเลขท้ายทุกงวดเหมือนกับสลากออมสิน”

รางวัลใหญ่ถูกยาก

นอกจากนี้ต้องพิจารณารายละเอียดของรางวัลอื่น ๆ ด้วย เช่น บางรุ่นมีแค่รางวัลที่ 1 และที่ 2 แล้วมาเลขท้ายเลยก็มี บางรุ่นบางค่ายมีรางวัลที่ 1-3 และเลขท้าย บางรุ่นบางค่ายยังมีรางวัลที่ 1-5 และรางวัลเลขท้าย

ตรงนี้ขึ้นอยู่กับผู้ออมว่าชอบแบบไหน บางคนอาจคาดหวังเรื่องรางวัลอื่น ๆ ประกอบด้วย แต่ต้องดูมูลค่าของรางวัลด้วยว่าโอเคหรือไม่ เช่น บางค่ายมีรางวัลที่ 2 แต่เงินรางวัลอาจต่างกัน และต้องดูเงื่อนไขการออกรางวัลด้วยว่าออกตรงหรือต้องสุ่มงวด สุ่มหมวด

เสียงที่ผู้ซื้อสลากมักบ่นกันเสมอคือรางวัลใหญ่ถูกยาก และมักไม่ปรากฎตัวผู้ถูกสลาก เรื่องรางวัลใหญ่ของสลากถูกยากนั้นจริง โดยเฉพาะของออมสินที่ต้องสุ่มงวดสุ่มหมวดอักษร หมายความว่านอกจากจะต้องถูกเลขรางวัลแล้ว ยังต้องต้องแย่งชิงกับหมวดและงวดอื่น ๆ อีก อย่างโปรโมชั่นปีก่อน ๆ จะมีเงื่อนไขสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลพิเศษว่าจะต้องโชว์ตัวและไปรับด้วยตัวเอง


ธอส.ออกเบญจมาศ 5 ล้าน

สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดเบญจมาศเพิ่มทรัพย์ หน่วยละ 5 ล้านบาท อายุสลาก 1 ปี ให้ผลตอบแทนหน้าสลากสูงถึง 1.20% ต่อปี (เมื่อฝากครบ 1 ปี) รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเป็นรายเดือนเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทุกเดือน และมีโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่ตลอด 12 งวด ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 มูลค่า 5 ล้านบาท จำนวน 1 รางวัล (เสี่ยงหมวด) รางวัลที่ 2 มูลค่า 50,000 บาท จำนวน 1 รางวัลต่อหมวด พร้อมรางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 5,000 บาท (หมุน 1 ครั้ง) และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 500 บาท (หมุน 1 ครั้ง) ลูกค้าสามารถเลือกหมวดสลากที่ชอบได้ เพื่อเพิ่มโอกาสลุ้นรับรางวัลด้วยตนเอง

สลากชุดนี้หน่วยละ 5 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.2% สิ้นปีจะได้ดอกเบี้ย 6 หมื่นบาท แต่มีการนำเอามาทำเป็นลูกเล่นจ่ายดอกเบี้ยทุกเดือน เดือนละ 5 พันบาท

รอเงินเฟ้อ-รอเพิ่มดอกเบี้ย

ต้องรอดูว่าเงินเฟ้อในเดือนถัด ๆ ไปจะเป็นอย่างไร ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคม 2569 ลดลง 0.08%(YoY) ยังอยู่ในสถานะติดลบเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน แต่ถือว่าติดลบน้อยลง เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ติดลบถึง -0.88%(YoY) โดยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ติดลบ 0.54% YoY และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ลดลง 0.16% QoQ

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4%     จากราคาพลังงานในประเทศที่ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ที่อาจเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น

ขณะที่นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.อาจยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย  เนื่องจากเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นมีสาเหตุจากฝั่งอุปทาน (Supply side) เช่น ราคาพลังงานและวัตถุดิบ ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

ส่วนโปรโมชั่นเงินฝากของธนาคารพาณิชย์มีออกมาน้อย ส่วนใหญ่เป็นเงินฝากระยะสั้นต่ำกว่า 1 ปี ดอกเบี้ยระหว่าง 1.4-1.7% ตรงนี้ต้องหักภาษีออกอีก 15% อาจเหมาะกับบางคนที่ต้องการหาที่พักเงินชั่วคราวก่อนเพื่อรอลงทุนในแนวทางอื่น ๆ ต่อไป

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j