xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาปรับปั๊ม Peace ขายน้ำมันเกินราคา-Major ถอนตัว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ไม่ทน ถอนตัวขายกิจการให้ Sabay Group กัมพูชา ส่วนปั๊ม Peace ของลูกเตียบัน ที่แยกตัวออกจาก PTT เคยสร้างภาพปั๊มของคนกัมพูชาตามกระแสชาตินิยม ฉาวขายน้ำมันเกินราคาจนถูกปรับ 4 ล้านเรียล อีกด้านคนเขมรแห่เติม PTT แถมดรามาเศียรพระในรากไม้วัดสวายชุมคล้ายที่วัดมหาธาตุ อยุธยา    เถียงกันสนั่นโซเชียล

สถานการณ์การสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา ที่จับมือกับอิสราเอล ถล่มประเทศอิหร่านด้วยข้อกล่าวหาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ กำลังสร้างผลกระทบต่อทั้งโลกโดยเฉพาะราคาพลังงานที่เรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินทางเข้าออกบริเวณช่องแคบเฮอร์มุชได้ หลังจากที่เรือหลายลำถูกโจมตี

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง ยังคงมีเรื่องราวให้ต้องติดตามกันในหลายด้าน
เริ่มกันที่ธุรกิจไทยที่เคยไปลงทุนในกัมพูชา ได้ถอนตัวออกมาด้วยการขายเงินลงทุนให้กับกลุ่มทุนชาวกัมพูชา




Major ถอนตัว

เริ่มที่ Facebook เมเจอร์ซีเพล็กซ์ กัมพูชาโพสต์ข้อความเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ด้วยความกตัญญูถึงลูกค้าทุกท่าน ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีที่ผ่านมา เมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ ได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งภาพยนตร์มากมาย ตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่องแรกไปจนถึงความทรงจำที่ไม่มีวันลืมกับครอบครัวและเพื่อนๆ เราขอขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเราตลอดการเดินทางนี้

ความไว้วางใจและความรักของท่านมีความหมายต่อเราอย่างมาก วันนี้เราขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงสำหรับความทรงจำทั้งหมดที่เราได้ร่วมสร้างมา ขอขอบคุณจากใจจริงที่ท่านเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของเรา

แปลได้ว่าเป็นการอำลาและปิดกิจการ แต่ก็มีสัญญาณบางอย่างที่ถูกปล่อยออกมาว่าจะเปิดดำเนินการอีกครั้ง


ขายกิจการ 161 ล้านบาท

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กัมพูชา มีสาขา 6 แห่ง รวม 33 โรงภาพยนตร์ 7,058 ที่นั่ง รวมทั้งธุรกิจโบว์ลิ่ง 2 สาขา 277 เลนโบว์ลิ่ง และธุรกิจพื้นที่เช่า 1 สาขา พื้นที่ 891 ตารางเมตร โดยได้ขายกิจการให้แก่บริษัท SABAY DIGITAL GROUP PTE. LTD. จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสำนักงานของบริษัท สะบาย ดิจิทัล กรุ๊ป (Sabay Digital Group) กัมพูชา ด้วยมูลค่าประมาณ 5.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 161.30 ล้านบาท

Sabay Cinema เปิดตัวเมื่อ 6 มีนาคม 2569 เปิดให้ชมภาพยนตร์ฟรีในรอบฉายแรกที่ทุกสาขาของ Sabay Cinema
ถือเป็นการขายเงินลงทุนออกไปให้กับชาวกัมพูชา หลังจากเกิดกระแสแบนสินค้าไทยตั้งแต่ช่วงที่มีการปะทะกันบริเวณชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา จากนี้โรงภาพยนตร์ในกัมพูชาที่เดิมมาจากการลงทุนจากฝั่งไทย ตอนนี้กลายเป็นของกัมพูชา 100%

แหล่งข่าวกล่าวว่า ยังคงมีกลุ่มทุนไทยที่ยังอยู่ในกัมพูชาอีกส่วนหนึ่ง ต้องอยู่แบบประคองตัว อย่างเงียบ ๆ และลดบทบาทลง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าความขัดแย้งจะยุติลงเมื่อไหร่ และระดับความสัมพันธ์จะฟื้นกลับมาใกล้เคียงกับเดิมได้หรือไม่ หากอดทนต่อไม่ไหวก็ต้องขายกิจการทิ้ง

ที่ผ่านมา Major ก็นำเอาภาพยนตร์จากไทยไปฉายที่กัมพูชา ผลตอบรับออกมาดี ส่วนอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในกัมพูชา เริ่มมีเสียงท้วงติงออกมาว่า หนังกัมพูชาส่วนใหญ่เป็นหนังสยองขวัญ ควรมีหนังแนวอื่นออกมาบ้าง ซึ่งเป็นไปตามหลักการคือต้นทุนต่ำต้นทุนไม่สูง

น้ำมันในกัมพูชา

กลุ่ม ปตท. แม้จะถูกกระแสต้านอย่างหนัก ตอนนี้ก็ยังดำเนินธุรกิจปั๊ม PTT อยู่ในกัมพูชา หลังเกิดการปะทะและเกิดกระแสแบนสินค้าไทย มีทุนกัมพูชาประกาศแยกตัวออกมาจาก PTT ภายใต้การนำของนายเตีย เสียม ลูกชายพลเอกเตีย บัน พี่ชายพลเอกเตีย เซียฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่แยกตัวออกมาพร้อม ๆ กับรายอื่นอีกราว 35 แห่งใช้ชื่อว่า Peace Petroleum Cambodia

ขณะที่ PTTOR Cambodia เตรียมพิจารณาเรื่องการลงทุนในกัมพูชา

ในช่วงที่สถานการณ์ด้านราคาน้ำมันถูกกระทบโดยสงครามสหรัฐ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทุกประเทศเจอปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ในกัมพูชารัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันช่วงแรก 1-10 มีนาคม 2569 หากสถานีบริการน้ำมันรายได้ขายเกินกว่าที่กำหนดจะถูกปรับที่ 4 ล้านเรียล(ราว 32,000 บาท)

ปรากฎว่าปั๊มนอกเมืองหลายแห่งขายเกินราคาที่กำหนด มีการเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่าบางแห่งขายน้ำมันเบนซินกันลิตรละ 8,000 เรียลหรือ 63.98 บาท หรือบางปั๊มป้ายราคาด้านนอกเป็นราคาที่ควบคุม แต่ในปั๊มเป็นอีกราคาหนึ่งที่สูงกว่าก็มี


ปั๊ม Peace ขายเกินราคา

สำนักข่าว MSJ TV ของกัมพูชารายงานว่า หนึ่งในปั๊มที่ถูกจับและปรับ 4 ล้านเรียล คือ ปั๊ม Peace Petroleum Cambodia ที่ขายน้ำมันราคาสูงกว่า 6 พันเรียล เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 แต่ข่าวดังกล่าวถูกลบออกไปแล้ว

ปั๊ม Peace คือปั๊มที่แยกตัวออกมาจากปั๊ม PTT ที่ถูกคนกัมพูชาต่อต้านไม่ใช้สินค้าจากประเทศไทย จนมีแกนนำอย่างนายเตีย เสียม ลูกชายพลเอกเตียบัน โดยมีหลานพลเอกเตียบัน อย่างนายเตีย วิเชษฐ์ ร่วมบริหารปั๊ม Peace

Peace สร้างภาพว่าเป็นปั๊มของคนกัมพูชา สินค้าไม่ได้มาจากประเทศไทย อย่างที่หลายฝ่ายกังวล โดยอาศัยกระแสรักชาติมาเป็นจุดขาย หลังเกิดเหตุแกนนำอย่างเตีย สยาม ไม่ได้ออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ตรง ๆ เพียงแค่โพสต์ข้อความกว้าง ๆ

“สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งยังคงรักษาราคาน้ำมันตามที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม ดังนั้นหากสถานีใดจำหน่ายน้ำมันในราคาที่สูงกว่ากำหนด โปรดแจ้งให้บริษัททราบ บริษัทจะตรวจสอบและดำเนินการพร้อมทั้งประสานงานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนของท่าน”

ส่วนนายเตีย วิเชษฐ์ หลานพลเอกเตียบัน ออกมาโพสต์ว่า บริษัทสถานีบริการน้ำมัน Peace ได้คงราคาตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ แต่หากสถานีใดจำหน่ายน้ำมันในราคาสงกว่าที่กำหนด โปรดแจ้งให้บริษัททราบ

เป็นอันว่าปั๊มของคนกัมพูชาที่สร้างภาพว่าแบนสินค้าไทย กลับฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐบาลกัมพูชาเสียเอง

กรณีนี้ถือว่าปั๊ม Peace เสียภาพลักษณ์ไปไม่น้อย บอกว่าเป็นปั๊มของคนกัมพูชา แต่กลับขายเกินราคา ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล แถมคนที่เกี่ยวข้องก็อยู่ในรัฐบาลฮุน มาเนต ทุกอย่างกลายเป็นน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ได้ แค่พูดเลี่ยง ๆ ไปเท่านั้น
ที่จริงการเปลี่ยนจากปั๊ม PTT มาเป็นปั๊ม Peace มีบางแห่งปรับโฉมไปได้เกือบทั้งหมด แต่ยังมีบางส่วนที่ยังไม่สามารถทำได้เหมือนกับภาพต้นแบบที่เคยกำหนดไว้ ต้องดูว่าท้ายที่สุดแล้วจะมีปั๊มที่แยกตัวออกจาก PTT จริง ๆ กี่รายและ PTT จะตัดสินใจเรื่องการลงทุนในกัมพูชาอย่างไร


เขมรแห่เติมปั๊ม PTT

ในอีกด้านหนึ่ง มีการเผยแพร่ภาพชาวกัมพูชาแห่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม PTT (ที่คนเขมรเคยแบน) กันเป็นจำนวนมาก ผู้โพสต์อย่าง Oun Vansak เขียนบรรยายว่า อาเซียนกล่าวว่า ชาวเขมรเราลืมง่าย ก่อนที่เราจะไปเติมน้ำมัน ขอให้เราจดจำเหล่าทหารผู้กล้าที่เสียสละชีวิต และผู้คนที่สูญเสียบ้านเรือนไป

ทั้งเมื่อตรวจสอบราคาน้ำมันของ PTT กัมพูชาพบว่าในช่วงระยะเวลาดังกล่าว(1-10 มีนาคม 2569) ราคาน้ำมันซูเปอร์ขายที่ 5,300 เรียล ขณะที่ปั๊มอื่นขายที่ 5,400 เรียลหรือสูงกว่านั้น บางแห่งขยับ 6,000 เรียลหรือ 8,000 เรียล คนกัมพูชาจึงแห่มาเติมที่ปั๊ม PTT เพราะจำหน่ายที่ราคาต่ำกว่า กลายเป็นลืมอุดมการณ์(แบน)ไว้ชั่วขณะ

ที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีกระแสคนกัมพูชาแห่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม PTT กันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากทางปั๊มมีการจัดโปรโมชั่น เติมครบกำหนดแจกน้ำดื่มและเค้ก ครั้งนั้นบรรดา Influencer ก็ต้องออกมาท้วงติง

ล่าสุดรัฐบาลกัมพูชากำหนดให้แต่ละปั๊มปรับราคาขึ้น เป็นรอบรอบละ 3 วัน โดยราคา จะเปลี่ยนทุก 3 วัน ราคาน้ำมันระหว่าง 11-13 มีนาคม 2569 เบนซินธรรมดายังคงปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5,200 เรียล ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 6,050 เรียลต่อลิตร นี่คือราคาใหม่ที่สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม ตามคำสั่งของรัฐบาล


เศียรพระในรากไม้

อีกกรณีหนึ่งที่มีการเผยแพร่ภาพเศียรพระพุทธรูปอยู่ในต้นไม้ที่วัดสวายชุม จังหวัดกันดาล ประเทศกัมพูชา ซึ่งคล้ายกับเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงกันของชาวเน็ตทั้ง 2 ชาติ
Influencer กัมพูชาได้ออกมากล่าวว่า เศียรพระที่วัดสวายชุม เมืองเสียมราฐ เป็นโบราณวัตถุที่มีอยู่จริงและตนเองเคยเห็นมากับตา พร้อมกล่าวว่า การที่คนไทยออกมาโวยวาย เพราะกลัวถูกเคลมประวัติศาสตร์ ทั้งที่วัฒนธรรมเขมรมีมาก่อน

ขณะที่ฝ่ายไทยตั้งข้อสังเกตว่า เศียรพระกัมพูชามีสภาพค่อนข้างใหม่ และรอยต่อระหว่างรากไม้กับเศียรพระยังไม่กลมกลืนเท่ากับเศียรพระในรากไม้แห่งกรุงศรีอยุธยา รวมไปถึงตั้งข้อสังเกตว่าดูเหมือนเป็นของใหม่ และเป็นการนำเอาไปยัดเข้ารากต้นไม้

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีนี้กลับมาสู่เส้นทางการเคลมมรดกทางวัฒนธรรมในรูปแบบเดิม ๆ เธอมี ฉันก็มี ใครเก่ากว่าหรือใครสร้างก่อนก็ต้องไปพิสูจน์กัน ถือเป็นสิ่งที่กัมพูชาถนัดในแนวทางนี้อยู่แล้ว ตั้งแต่เรื่องชุดไทย อาหารไทย และอีกหลายอย่าง
ตอนนี้คนในพื้นที่อยุธยาก็ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ขึ้นป้ายประชดว่า นี่คือโบราณสถานของคนไทย เขมรสร้างขึ้นเพื่อลอกเลียนแบบ

แม้จะไม่มีการปะทะกันในเวลานี้แต่สมรภูมิในด้านอื่น ๆ ไทยก็ยังต้องปะทะกับฝั่งกัมพูชาต่อไป

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j