xs
xsm
sm
md
lg

‘ชาญชัย’ เตรียมแฉทุจริตถอนทุนเลือกตั้ง ‘คมนาคม’ จ่อคิวแรก!?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จับตาศาลฯจะวินิจฉัยบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งและการออกเสียงลงคะแนนของประชาชนว่า‘ลับ-ไม่ลับ’ ย่อมมีผลต่อเกมการต่อสู้ทางการเมืองในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไปด้าน‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ ระบุหากศาลฯชี้‘ลับ’ การซื้อเสียงจะมีประสิทธิภาพ100% ผู้ขายเสียงเบี้ยวไม่ได้ แต่ถ้าศาลฯ สั่งเลือกตั้งเป็นโมฆะนักการเมืองที่ซื้อเสียง ต้องควักเงินจ่ายเพิ่มคนละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านในภาคใต้และเตรียมกลับเข้ามาเป็นรัฐบาลถอนทุน มั่นใจธุรกิจสีเทาจะเฟื่อง ส่วน‘ชาญชัย อิสระเสนารักษ์’ เชื่อมหกรรมการโกงมโหฬารกำลังจะเกิดขึ้นเตรียมแฉทุจริตในกระทรวงดัง ๆ เป้าแรก คมนาคม-เมกะโปรเจกต์ขณะเดียวกันจ่อฟ้องศาลประชาชนรายสัปดาห์ หากยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน-ศาล รธน.เรื่องเลือกตั้งโมฆะไม่คืบ!

บัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งมีการพิมพ์บาร์โค้ด (barcode) ที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง สส.แบ่งเขตนั้น ได้มีนักกฎหมายหลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า ทำให้การออกเสียงลงคะแนนของประชาชน ‘ไม่แป็นความลับ’ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 85 ที่บัญญัติให้การเลือกตั้งต้องเป็นการลงคะแนนเสียง ‘โดยตรงและลับ’

ที่สำคัญการออกมาพูดเรื่องบาร์โค้ดของระดับปรมาจารย์ด้านกฎหมาย อย่าง ศ. พิเศษ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี แม้จะบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวก็ตาม แต่สังคมก็เชื่อและเห็นคล้อยตามไปแล้ว

“ผมมองว่าผิด ไม่ได้ลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถ้าจะทำมีโอกาสรู้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็ไม่ใช่ความลับ รัฐธรรมนูญมาตรา 85 ระบุต้องเป็นความลับตลอดคือเป็นความลับไปกับโลกนี้เลย และถ้าไม่ลับทางออกทางกฎหมายอาจเหลือเพียงการจัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ”

ขณะที่ ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความเห็นส่วนตัวว่า อยากจะใช้แนวทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 มาอ้างอิง ซึ่งดีกว่าไม่มีหลักเกณฑ์ ตราบใดที่ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณชน เขายังล็อกไว้ได้ ไม่เปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณะ ก็ยังถือว่าลับอยู่

ส่วน ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ กรรมการกฤษฎีกา และอดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ‘การใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ออกเสียงลงคะแนนต้องเป็นไปโดย ‘ลับ’ อันมีความหมายว่าผู้จัดการเลือกตั้งต้องวางระบบด้วยความรอบคอบ รัดกุม ไม่ให้มีใครรู้ได้ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนแต่ละคนได้ใช้สิทธิของตนอย่างไร แม้กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ในกระบวนการเลือกตั้งเองก็รู้ไม่ได้ ระบบต้องปิดสนิท ไม่เฉพาะแต่ในวันออกเสียงลงคะแนนเท่านั้น แม้แต่จะเป็นวันไหนในอนาคตก็ตามจะต้องไม่มีใครรู้ หรือสืบค้นได้เลยว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนอย่างไร’

อย่างไรก็ดีเมื่อประชาชนเริ่มเชื่อว่าการเลือกตั้งไม่ลับ และเชื่อว่าสามารถสืบค้นเชื่อมโยงไปได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ จึงมีกระแสเรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยมีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ไปยื่นคำร้องต่อองค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายเช่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และยังมีผู้ร้อง รวมทั้งพรรคประชาชน ยื่นฟ้อง กกต.ทั้ง 7 คนและเลขาฯ กกต.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่ทั้งหมดนี้ก็ต้องรอศาลฯวินิจฉัยต่อไป


ในส่วนพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคอันดับ 1 เดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียงโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยการเลือกตั้ง 8 กพ. ‘ลับ-ไม่ลับ’ ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา85 หรือไม่ ส่วน กกต.ก็ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต จำนวน 396 คนแล้ว แต่ก็มีเสียงจากกูรูการเมืองหลายคนฟันธงการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่โมฆะแน่นอน!

ที่น่าสนใจถ้าผลการวินิจฉัยของศาลฯ ออกมาไม่ว่า ‘ลับ-ไม่ลับ’ สิ่งที่จะเกิดตามมาในสมรภูมิการเมืองล้วนเป็นเรื่องน่าติดตาม

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลฯ เพราะถ้าศาลฯชี้มาว่าไม่ลับ การเลือกตั้งเมื่อ 8 กพ.ก็จะเป็นโมฆะ เมื่อเป็นโมฆะจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งจะต้องมีความได้สัดส่วนในการแก้ปัญหา เช่นต้องมีพระราชกฤษฎีกาออกมาหรือไม่ แล้วกำหนดเปิดรับสมัคร สส.กันใหม่ หรือจะใช้สัดส่วนว่า ใช้บัตรใหม่ที่เป็น ‘ลับ’ ซึ่งหมายถึงว่าผู้สมัครคนเดิม แค่ใช้บัตรใหม่และลงคะแนนกันใหม่ ทั้งหมดนี้ก็ต้องรอคำตัดสินใจของศาลฯ

“ส่วนตัวผม เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ลับ และเชื่อว่าคำวินิจฉัยศาลจะออก 2 แนวทางคือ เลือกตั้งใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ การลงคะแนนใหม่ไม่ต้องตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อให้สมัครกันใหม่ แต่การลงคะแนนใหม่คือให้ผู้สมัครคนเดิมมาแข่งกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเลือกตั้งใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ คราวนี้แหละพวกใช้เงินซื้อเสียงเข้ามาคงต้องเตรียมเงินกันอีกคนละ 100 ล้านเพื่อเข้าสู่สนามแข่งขันอีกรอบ”

สำหรับอารมณ์และความรู้สึกในสนามเลือกตั้งในขณะนี้คือ ผู้สมัครและพรรคที่ชนะเลือกตั้งไปแล้วก็อยากให้คงสภาพนี้ แต่ผู้แพ้ก็อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ในหลักกฎหมาย หากไม่ลับ ก็ต้องทำให้ลับ

“ถ้าเลือกตั้งครั้งนี้ หากถือว่าลับแล้ว ครั้งหน้าจะวิกฤตมากกว่านี้ เพราะครั้งนี้ เวลาหาเสียง พื้นที่ไหน ที่มีการซื้อเสียงเยอะ พวกบ้านใหญ่ มีอิทธิพล บอกชาวบ้านเข้าไปคูหา มันเป็นความลับไม่มีใครรู้ว่าชาวบ้านกาใคร เราก็เตือนชาวบ้านว่ากินเหยื่ออย่ากินเบ็ด แต่เมื่อมีปัญหา และมีคำถามว่ามันลับจริงมั้ย ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ เลือกตั้งครั้งต่อไปคนซื้อเสียงก็สบาย เพราะเดิมชาวบ้านเชื่อว่าลับ แต่ครั้งนี้มันก้ำกึ่งว่าลับจริงหรือเปล่า”

เหตุที่บอกว่าคนซื้อเสียงสบาย เพราะเขารู้ว่าใครรับเงินไปแล้ว เลือกเขาและพรรคเขาหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือการซื้อเสียงเลือกตั้งครั้งต่อไปจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเกือบ 100%

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์
นายนิพิฏฐ์ ย้ำว่าถ้าผลตัดสินใจออกมาว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ‘ลับ’ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา ประการที่ 1 วิกฤตการเลือกตั้งครั้งหน้าในการใช้เงินซื้อเสียงจะหนักกว่าครั้งนี้ แต่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและได้ผลมากขึ้น เพราะเมื่อชาวบ้านรับเงินไปแล้วต้องเลือกเขา เพราะเขาสามารถตรวจสอบได้ว่าเลือกจริงหรือไม่ ชาวบ้านก็จะเกิดความกลัว เพราะเมื่อรับไปแล้วก็ต้องเลือกคนนั้นจริง ๆ

ประการที่ 2 พรรคที่เป็นรัฐบาลคือภูมิใจไทย เพื่อไทย จะได้เปรียบ ส่วนพรรคที่เป็นฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ สาหัสแน่ เพราะชาวบ้านจะไม่เลือกและคะแนนที่มีอยู่จะสวิงไปที่พรรครัฐบาล

“พรรครัฐบาลจะได้เปรียบเพราะจะมีนโยบายต่าง ๆ บอกกับประชาชนว่าทำอะไรไปบ้าง เว้นแต่รัฐบาลต้องยุบสภาเพราะสาเหตุว่ารัฐบาลไม่มีความชอบธรรม หรือดำเนินนโยบายผิดพลาด ก็ต้องไปวัดกันในพื้นที่จริง”

ทั้งนี้หากศาลฯ วินิจฉัยว่า ‘ไม่ลับ’ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือลงคะแนนใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ฝ่ายที่จะได้รับชัยชนะอีกครั้งก็คือฝ่ายที่ซื้อเสียง ที่ผ่านมาคนที่ชนะใช้เงินหลักร้อยล้าน เลือกตั้งใหม่ก็ต้องใช้อีกหลักร้อยล้าน ปัญหาคือผู้สมัครคนนั้นมีเงินพอซื้อเสียงหรือไม่ เพราะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กพ.ซื้อเสียงหัวละ 1 พันบาท แต่ถ้าเลือกตั้งใหม่ จ่ายแค่หัวละ 500 บาท บอกได้เลยว่าผู้สมัครคนนั้นแพ้แน่ เพราะจ่ายต่ำกว่ามาตรฐานไปแล้ว

“คนที่มาจากการซื้อเสียง จะเสียเปรียบ แต่ถ้าได้กลับเข้ามา บอกได้เลยว่าจะถอนทุนหนักขึ้นแน่นอน และกระทรวงเป้าหมาย เกษตร คมนาคม มหาดไทย ดีอี แต่จริง ๆ มั่นใจว่าเงินที่ใช้ในการซื้อเสียง มันคือเงินเปอร์เซ็นต์ เงินผลประโยชน์ จากกระทรวง ทบวงกรม แค่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะเป็นเงินนอกระบบเพราะมันเยอะมาก”

ดังนั้นอยากให้ประชาชนจับตาว่าหลังจากนี้ไป เงินนอกระบบ เงินสีเทา จะระบาดหนัก ซึ่งสันนิษฐานได้ว่า คนที่ทำได้ ก็คงเป็นผู้มีอำนาจเท่านั้น




ด้าน นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก ระบุว่า ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบาร์โค้ดลงบัตรเลือกตั้ง ‘ลับ-ไม่ลับ’ ถือเป็นโมฆะหรือไม่ ภายใน 60 วัน หากไม่ดำเนินการจะเดินหน้ายื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง เพราะที่ผ่านมาได้เห็นการทุจริตเกิดขึ้นมากมายและการเลือกตั้งครั้งนี้ก็รู้สึกทนไม่ไหว เพราะการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการเย้ยฟ้าท้าดินกันเกินไป

“โกงกันต่อ โกงกันไม่หยุด คนที่จัดการเลือกตั้งก็ช่วยกันโกงใช่หรือไม่ ตอนเลือก สว.ก็เห็นใช่ไหมว่าทำอะไรกัน ตอนนี้สิ่งที่สื่อและประชาชนต้องช่วยกันจับตา ทุกกระทรวง ทบวงกรม เชื่อว่าจะโกงกันทุกกระทรวง โกงกันมโหฬาร พวกนี้เขาขออย่างเดียวขอให้ได้เข้ามามีอำนาจแล้วเอาอำนาจมาค้า ที่จ่ายไปแล้วก็มาถอนทุนคืนกัน เรื่องบาร์โค้ด เชื่อว่าเป็นการเตรียมการสำหรับการโกงตลอดไป อยากบอกว่า กกต.ตัวแสบใช่หรือไม่?”

นายชาญชัย บอกที่มีการพูดว่า 3 กระทรวงหลักซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนนอกจะสะอาด ส่วนตัวเชื่อว่ายาก จึงอยากจะฝากให้ทั้ง 3 ท่านคือนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ,  รมว.พาณิชย์ ระวังจะมาเสียคน เพราะในยุค 4 กุมารในรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เจออะไรมาแล้ว และหากพบเจอเรื่องทุจริตทั้ง 3 รัฐมนตรีคนนอกจะแก้อย่างไร

“ผมและทีมร่วมกันหลายคน เก็บรวบรวมหลักฐานการทุจริตที่มีคนในส่งมา มีหลายเคส หลายกระทรวง กำลังดูในรายละเอียดกันอยู่ เดี๋ยวพร้อมจะเปิดหลักฐานให้สังคมรับรู้ คมนาคม อันดับ 1 เล่นมันทุกอย่าง รวมถึงเมกะโปรเจกต์เป็นหมื่น ๆ ล้านก็มีกลิ่นออกมาแล้ว แต่ถ้าการเลือกตั้งชี้ขาดเป็นโมฆะได้ ก็จะเป็นโชคดีของประเทศ และจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่และเชื่อว่าไม่วุ่นวายเพราะมันมีพฤติกรรมการกระทำ เป็นเหตุปัจจัย ก่อให้เกิดผลเสียหาย ถ้ายับยั้งได้ ต้องรีบยับยั้งเลย อย่าให้มันเลวร้ายไปกว่านี้”

นายชาญชัย ย้ำว่า เมื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ยังแจกเงินซื้อเสียงกันแบบไม่เกรงกลัว ก็ต้องดู กกต.จะทำอย่างไร หากโละทิ้งจัดเลือกตั้งใหม่ งบประมาณที่ต้องเสียไป 7-8 พันล้าน ก็ต้องไปฟ้องเอาผิด กกต.ที่สำคัญเราไม่ควรปล่อยให้พวกนักการเมืองไม่ดี เข้ามาได้อีกแล้ว ระบบพังไปหมดกลายเป็นคนดีถูกคัดออก เอาคนชั่วเข้าไป ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้เงินมหาศาลทุกที่ ทุกจังหวัด ไม่มีเว้น แม้แต่ใน กทม.

“ซื้อเสียงกันเข้ามา ก็ถอนทุน โยกย้ายข้าราชการ ก็ต้องเสียเงินกันไปหมด อย่าง อบต. ตอนนี้ 5 แสน ต่ำสุด สามแสนห้า ตำรวจย้ายกันเป็นล้าน ตำรวจก็มาทำสำนวนเ_ยๆ เลย เก้าอี้อธิบดี หรือปลัดกระทรวง ต้องจ่ายเป็นร้อยล้าน ซึ่งมีคนจ่ายให้ทันทีเลย เจ้าภาพแต่ละกระทรวง ส่วนกระทรวงคมนาคม ต้องจ่ายเป็นพันล้านใช่หรือไม่ กระทรวงเล็กๆ ย้ายที ยังเอา 20 ล้าน อย่างย้ายคนระดับจังหวัด เช่น ปศุสัตว์จังหวัด คือ เรียกว่า ย้ายตำแหน่งระดับจังหวัดมันเอาหมด คนละ 7 แสน 8 แสน ล้านหนึ่ง ใครไม่มีก็ไปยืมมาก่อน แล้วมารีดต่อ ใครจะมาขอใบอนุญาต อะไรก็ต้องเสียเงินหมด จะซัดกับคนพวกนี้ตัวเราก็ต้องสะอาดจริง ไม่งั้นซัดกับมันไม่ได้ มันล่อฉิบหาย”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว,นางศุภจี สุธรรมพันธุ์

ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก
นายชาญชัย ระบุว่า ข้อมูลที่สะท้อนภาวะการคอร์รัปชันในประเทศไทยได้อย่างดีก็คือ ประเทศไทยได้คะแนน Corruption Perceptions Index (CPI) เพียง 33 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็มในปี 2568 ร่วงมาอยู่อันดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 19 ปี และต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม จึงเป็นเรื่องที่สังคมต้องช่วยกันเมื่อใช้เงินซื้อเสียงมาก เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องมารีบถอนทุน และเร็ว ๆ นี้ เราจะมีข้อมูลการทุจริตของนักการเมืองออกมาให้สังคมได้รับรู้กัน ส่วนเรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะต้องมีการติดตามทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ

“ผมมีความบ้าอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ ช้าไม่มีอะไรคืบหน้า ผมจะเอาหลักฐานมาฟ้องศาลประชาชน หมายถึงจะเอาข้อมูลมาบอกให้ประชาชนได้รับรู้ หรือเอาหลักฐานมาแฉ ตามวิธีการและช่องทางต่าง ๆ ที่ผมมีอยู่ ทุกสัปดาห์ ก็ต้องคอยดูว่าทุกอย่างจะเดินหน้ากันอย่างไร ส่วนจะสั่งโมฆะหรือไม่โมฆะ เป็นเรื่องของศาลฯ ที่เราต้องฟัง”!


ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j