xs
xsm
sm
md
lg

“มีเราไม่มีเทา”ไม่มีจริง-พรรคประชาชนทำได้แค่“ขอโทษ”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“มีเราไม่มีเทา” พรรคประชาชนโดนแล้ว 3 ราย ล่าสุดคดีข่มขืนผู้สมัครจากมหาสารคามศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน นับเป็นรายที่ 3 หลังจากก่อนหน้าบุญฤทธิ์เรารุ่งโรจน์ ถูกจับปลายปี 68ตามมาด้วยจับ รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ กลางมกราคม 69 สร้างภาพสะอาดเหนือคนอื่น สุดท้ายไม่ต่าง ทนายโจทก์ยันแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอด
สุดท้ายขอโทษ-ขอโทษ-ขอโทษ


“มีเราไม่มีเทา” หรือ “มีส้มไม่มีเทา” ถือว่าถูกกำหนดใช้เป็นแคมเปญหลักในการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ของพรรคประชาชน โดยมีพุ่งเป้าไปที่พรรคการเมืองบางพรรคที่ถูกมองว่าเป็นสีเทา เห็นได้จากการออกมากล่าวว่าจะไม่จับมือกับบางพรรค

ความมุ่งมั่นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นจากการนำภาพของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็นภาพนำพร้อมด้วยข้อความว่า มีเราไม่มีเทา มีเราประเทศไทยมีอนาคต มีเราไม่มีเทา มีเศรษฐกิจใหม่ มีคุณภาพชีวิตดี มีประชาธิปไตย เราเอาจริง

ในอีกด้านหนึ่งไม่ต่างไปจากการประกาศตัวว่า พรรคประชาชนเป็นพรรคที่สะอาด ไม่มีสายเทาเข้ามา แต่แล้ว...


ผู้สมัคร สส.ถูกจับ

28 ธันวาคม 2568 นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 ถูกจับกุมในข้อหา “มีร่วมกันฟอกเงินโดยโอน หรือ รับโอน ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือ รับโทษน้อยลง ในความผิดมูลฐาน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่สมคบกัน”

จนต้องมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เป็น นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร

ตามมาด้วย 15 มกราคม 2569 นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 ของพรรคประชาชน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.)หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 มกราคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯ ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยตำรวจเข้าจับกุมได้ที่บ้านพักย่านนวลจันทร์ ถนนนวมินทร์ กรุงเทพ

ครั้งนี้เปลี่ยนตัวผู้สมัครไม่ทัน

“มีเราไม่มีเทา” ของพรรคประชาชน จึงถูกนำมากล่าวถึงน้อยลง พร้อม ๆ กับการถูกประชดประชันจากฝ่ายตรงข้าม ส่วนจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนได้ สส.กลับเข้ามาน้อยกว่าปี 2566 หรือไม่ คงยากต่อการตรวจสอบ เห็นได้แค่คะแนนนิยมกว่า 14 ล้านเสียง รอบนี้เหลือเพียง 8 ล้านเสียง


จำคุกผู้สมัครพรรคประชาชน

ส่วนสถานการณ์ล่าสุด 18 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลจังหวัดมหาสารคาม ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้อง นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน เขต1 จ.มหาสารคาม ฐานข่มขืนกระทำชำเรา

เหตุการณ์นี้เกิดที่ ตำบลและอำเภอใดไม่ปรากฏชัด จังหวัดนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อ 18 มกราคม 2563 เดิมศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่โจทก์ได้ต่อสู้เรื่อยมาจนศาลฎีกามีคำพิพากษาออกมา

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ให้จำคุก 4 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ริบยาของกลางทั้งหมด ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มกราคม 2563 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วม


ขอโทษครั้งที่ 3

19 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ นายธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคประชาชน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานข่มขืนกระทำชำเรา

ในฐานะผู้บริหารพรรค ขอโทษพี่น้องประชาชนต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ในการตัดสินใจส่งผู้สมัคร สส. ลงรับเลือกตั้ง พรรคยึดหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าได้กระทำความผิด ที่ผ่านมาเรายึดมั่นในคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ผู้สมัครได้รับการยกฟ้อง และอยู่ระหว่างกระบวนการในชั้นศาลฎีกา

อย่างไรก็ตาม จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ออกมา ในฐานะผู้บริหารพรรค ตนยอมรับความผิดพลาดในการใช้ดุลพินิจตัดสินใจในกรณีนี้ซึ่งเป็นคดีร้ายแรง

เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนสำคัญของพรรคประชาชนในการพิจารณาคัดสรรผู้สมัครลงรับเลือกตั้งครั้งต่อๆ ไป ที่ต้องใช้มาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองของพรรคที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจและเชื่อมั่นต่อพรรคประชาชน ในฐานะเลขาธิการพรรคและตัวแทนคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ขอน้อมรับข้อผิดพลาดนี้ไว้แต่เพียงผู้เดียว ขอโทษต่อพี่น้องประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากผู้สมัครรายนี้อีกครั้ง


ทนายเคยแจ้งพรรคแล้ว

นายภัทรพงษ์ วรรณพงษ์ ทนายความฝ่ายโจทก์ร่วม (ผู้เสียหาย) และอดีตกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

ผมรู้ว่าตลอดระยะเวลา 6 ปีนับแต่เกิดเหตุมา โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ต้องผ่านความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมากมายขนาดไหน ทั้งจากความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจของผู้ที่ถูกกระทำ และจากความผิดหวังที่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ไม่เป็นใจ แต่โจทก์ร่วม(ผู้เสียหาย)ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้อย่างไม่เกรงกลัว และสุดท้ายจำเลยก็ได้รับผลอย่างที่เขาควรได้รับแล้วนะครับ

พร้อมโพสต์เพิ่มเติมอีกว่า เรื่องคดีข่มขืนของผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม

ผมแจ้งให้พรรครับรู้มาตลอดตั้งแต่เริ่มเข้าไปทำงานช่วยพรรคก้าวไกล (ประมาณปี 2566) เรื่อยมาจนถึงตอนประกาศตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคประชาชนรอบนี้ ผมก็ได้ท้วงติงพรรคถึงเรื่องความเหมาะสมของตัวผู้สมัครคนนี้ไปหลายครั้ง ซึ่งพรรคได้รับรู้แล้วอย่างแน่นอน

โดยผมเข้าใจว่า เหตุผลที่พรรคนำมาใช้กับกรณีนี้ คือ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ซึ่งถูกต้องในมุมของกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้กระทำความผิดจริง และตัวผมเองเข้าใจเหตุผลในข้อนี้เป็นอย่างดี

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคในกรณีนี้เลยคือ ทำไมพรรคถึงคิดว่าบุคคลคนนี้เหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของพรรคในการสมัครส.ส.เขต 1 ใน 400 คน ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนในสภา เพราะไม่ว่าผลคดี ณ เวลานั้นเป็นอย่างไร

แต่ข้อเท็จจริงก็เห็นได้ชัดจากทั้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้วว่า จำเลยเองก็เบิกความรับว่าไปมีอะไรกับผู้เสียหายซึ่งเป็นนักร้องในสังกัดของตัวเองจริง และผู้เสียหายก็มีคนไปพาหนีออกมาจากต่างประเทศจริง ทั้งยังมีการพาไปแจ้งความที่ต่างประเทศ ซึ่งหากพิจารณาแล้วย่อมเห็นได้ว่าเป็นพฤติการณ์ที่มีความผิดปกติ

โดยหากยึดตามมาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่พรรคเคยขับ ส.ส. ออกจากพรรคจากกรณีคุกคามทางเพศแล้ว ผมในฐานะที่เคยเป็นกรรมการสรรหาผู้สมัครส.ส.ของพรรคก้าวไกลนครราชสีมา เมื่อปี 2566 คิดว่าแม้ในเวลานั้นจำเลยจะยังไม่มีความผิดตามกฎหมาย แต่จำเลยก็ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้สมัครเช่นกัน แต่พรรคกลับเลือกที่จะส่งบุคคลดังกล่าวลงสมัคร ส.ส. ถึง 2 ครั้ง (เข้าใจว่าเคยส่งลงท้องถิ่นด้วย)

สุดท้ายนี้ ถ้าใครจะกล่าวว่าผมพยายามโพสต์พาดพิงเพื่อทำร้ายพรรค ผมก็ขอน้อมรับ แต่อยากให้ท่านทั้งหลายกลับไปคิดสักนิดว่า แท้จริงแล้วเป็นโพสต์ของผมที่ทำร้ายพรรคหรือเป็นพรรคที่กำลังทำร้ายตัวเอง

คุณภาพคัดสมัคร

ทั้ง 3 กรณีที่เกิดขึ้นกับพรรคประชาชน สะท้อนกลับไปถึงระบบการคัดกรองผู้สมัครของพรรคว่ามีปัญหาในการตรวจสอบ แต่การคัดกรองผู้สมัครที่มีปัญหาทั้งเรื่องพัวพันกับยาเสพติด เว็บพนัน หรือมีคดีความอาญา เป็นเรื่องใหญ่ที่คณะกรรมการคัดสรรไม่น่าพลาด

บางคนที่หลุดจากการเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคในรอบนี้ ซึ่งคนที่หลุดออกไปก็ไม่ได้ออกมาพูดว่าเกิดอะไรขึ้น ยกเว้น แก้วตา ธิษะณา ชุณหวัณ

ส่วนรุ่นก่อนในนามพรรคก้าวไกลก็มีหลายคนที่มีปัญหาเรื่องคดีความ

ซึ่งนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ชอบแคมเปญนี้ แต่มันเป็นแคมเปญของพรรค

“ต้องยอมรับว่าพรรคประชาชนสามารถสยบเรื่องผู้สมัคร สส.ที่เป็นสีเทาได้นิ่งสนิท อาจทำให้หลายคนลืมชื่อบุคคลเหล่านี้ไป สามารถเปิดเรื่องใหญ่กลบเรื่องเก่าได้เป็นอย่างดี”

ย้อนกลับพรรคประชาชน

วันนี้เราได้เห็นการตรวจสอบย้อนศรหลาย ๆ นโยบายของพรรคประชาชน ที่เคยตรวจสอบองค์กรอื่นแต่สุดท้าย คนของพรรคก็ดำเนินการที่ไม่แตกต่างกัน เช่น กรณีปฏิทินของสำนักงานประกันสังคม ที่ทีมไอซ์ รัชนก ศรีนอก และทีมประกันสังคมก้าวหน้า ตรวจสอบอย่างหนัก ก็พบว่าที่อบจ.ลำพูนก็มีการทำปฏิทินแจกเช่นกัน ซึ่งเป็นนายกฯ อบจ.ลำพูน มาจากพรรคประชาชน

หรือความพยายามปลุกกระแสแพ้ได้ แต่ถูกโกงไม่ได้ พุ่งเป้าไปที่การทำงานของ กกต. แต่ตอนนี้ถูกอดีตสส.พรรคประชาชนออกมาเปิดเผยเรื่องทีม IO ของพรรค ทำให้ต้องออกมาปฏิเสธกันเป็นพัลวัน และลากไปถึงเรื่องการขอ Laser ID จากผู้สมัครพรรคประชาชน ทำให้เกิดการตีความกันว่าอาจเข้าข่ายยุบพรรค จนกลายเป็นเรื่องร้อนของพรรคประชาชนที่ต้องหาทางรับมือในเวลานี้

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่

Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j