ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ(MWG)แจงแรงงานกัมพูชาลักลอบเข้าไทยโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ จันทบุรี ตราด สระแก้วเพิ่มสูงขึ้นมาก ที่สำคัญแรงงาน 1คน ต้องจ่าย‘ส่วย’ให้คนมีสี 4ครั้งสูงถึง 5 หมื่นบาท จับตาระบบ‘ส่วยแรงงานต่างด้าว’ฟื้นคืนชีพ และจ่ายหนักกว่าเดิม แนะรัฐบาลใหม่ ให้โอกาสแรงงานกัมพูชาที่เคยเข้ามาทำงานในไทยและนายจ้างเก่าต้องการเข้ามาทำงานได้ ชี้แรงงานพวกนี้เจียมตัว อ่อนน้อม มุ่งหวังส่งเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัว รายได้ต่อคนต่อเดือนเฉลี่ย 15,000-25,000บาท เหตุกลับไปอยู่กัมพูชาลำบากและอดตายได้ มติครม.ต่อใบอนุญาตเฉพาะ3 สัญชาติ พม่า ลาว เวียดนาม ไปถึง 31 มี.ค.2570 ส่วนกัมพูชา ชะลอไปก่อน!
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ตั้งแต่มีการปะทะครั้งแรกเมื่อ 24 ก.ค.2568 ปะทะรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 และคาดว่ามีโอกาสที่กัมพูชาจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิงจนนำไปสู่เหตุการณ์ปะทะครั้งที่ 3 ได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละรอบที่ปะทะเป็นเวลาหลายวันเกิดการสูญเสียตามมา ในส่วนของแรงงานกัมพูชาที่อยู่ในไทยที่มีทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ต่างก็ต้องเดินทางกลับประเทศตามคำสั่งของนายฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่พยายามปั่นกระแสว่าแรงงานเหล่านี้อยู่ในไทยจะไม่ปลอดภัย
เมื่อหลั่งไหลกลับไปแล้วพวกเขาก็ต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ไม่มีงานทำ ชีวิตความเป็นอยู่ในครอบครัวลำบากแสนเข็ญ บ้างก็กลัวอดตาย ขณะที่ทำงานอยู่ไทยพวกเขาสามารถส่งเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัว ในที่สุดพวกเขาก็ต้องดิ้นรนหาทางที่จะกลับเข้ามาทำงานในไทยให้ได้ แต่เมื่อด่านชายแดนปิด เส้นทางที่ดีที่สุดคือการลักลอบด้วยการใช้เส้นทางธรรมชาติตามตะเข็บชายแดนจังหวัดตราด จันทบุรี สระแก้ว ฯลฯ
อีกทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการลักลอบของแรงงานข้ามชาติ ที่สังคมต้องจับตามองก็คือ ‘ส่วยแรงงานต่างด้าวหรือสินบนแรงงานต่างด้าว’ นั่นเอง
นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) ระบุว่าแรงงานกัมพูชาไม่มีการนำเข้ามาใหม่ และ มติ ครม.ออกมาเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2568 ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว พม่า ลาว เวียดนาม ไปถึง 31 มี.ค.2570 ในส่วนของแรงงานกัมพูชาให้ชะลอออกไปก่อน ประมาณ 1 แสนกว่าคน จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ขณะที่แรงงานกัมพูชาอีกกลุ่มที่มีสถานะไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2567 จะได้รับอนุญาตทำงานถึง 31 มีนาคม 2569
“แรงงานเขมรที่กลับไป พวกเขาก็ลำบาก ส่วนฝั่งเราผู้ประกอบการก็ได้รับผลกระทบ ด้านการเกษตร เป็นฤดูเก็บผลไม้ จะมีการตัดอ้อยเข้าโรงงานกันแล้ว จะทำอย่างไร ส่วนการก่อสร้างขาดแคลนหนักมาก มีการดึงแรงงานพม่าเข้ามาทดแทน ซึ่งแรงงานพม่าในไทยแบบถูกกฎหมายมี 2 ล้าน ไม่ถูกกฎหมายเป็นล้านคน”
อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการก็ต้องการแรงงานเหล่านี้ ส่วนแรงงานกัมพูชากลับไปแล้วก็ต้องประสบความยากจน จึงพยายามหาทางเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติเป็นจำนวนมาก และได้ข้อมูลจากบรรดาแรงงานด้วยกันบอกว่า แรงงานพวกนี้หาช่องทางเข้ามาต่อเนื่องบางรายเข้า-ออกถึง 4 ครั้ง แต่ละครั้งต้องเสียเงินให้กับคนมีสีเพราะแรงงานพวกนี้เข้ามาแบบไม่ถูกกฎหมาย เมื่อเจ้าหน้าที่พบก็จับส่งกลับไป
“เข้ามาแล้วต้องจ่ายให้คนมีสี แล้วก็ถูกคนมีสีจับส่งกลับ เพราะรู้ว่าเข้ามาแบบไม่ถูกกฎหมาย แต่ก็เข้ามาใหม่ คนมีสีก็เปลี่ยนเป็นอีกคน ให้เข้ามาแล้วก็จับส่งกลับไปอีก เรียกว่าไป-กลับ รวมกันแล้ว 4 เที่ยว ต้องจ่ายเงินไปเกือบ 5 หมื่นบาท เรื่องนี้จึงเป็นช่องทางให้คนบางกลุ่มหาประโยชน์จากแรงงานเขมร”
ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ บอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐและแรงงานกัมพูชาต่างก็สมประโยชน์กันทั้ง 2 ฝ่าย แต่เมื่อเข้ามาแล้วก็อยู่ไม่ได้ ถูกจับส่งกลับ ทั้งที่แรงงานเหล่านี้บางคนสามารถกลับมาทำงานกับนายจ้างเดิม แม้ว่าพวกนี้จะเป็นแรงงานที่ไม่ถูกกฎหมาย แต่ด้วยรู้จักนิสัย ใจคอและพฤติกรรม ประกอบกับแรงงานขาดแคลนนายจ้างก็อยากจะรับไว้เช่นกัน ซึ่งนายจ้างบางรายไม่กล้ารับคนงานพวกนี้ไว้เพราะปัญหาความขัดแย้งและกระแสชาตินิยมจะส่งผลกระทบต่อบริษัทเขาได้
“พวกนี้เข้ามาเพื่อทำงานจริง ๆ ได้เงินก็ส่งกลับให้ครอบครัว แต่ปัญหาขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศและกระแสชาตินิยมทำให้ไม่มีใครกล้าให้แรงงานพวกนี้เข้ามา อาจถูกจับตาจากหลายๆ ฝ่าย เพราะกลัวว่าจะเป็นสายลับ ก่อวินาศกรรม จริง ๆ นายจ้างเก่าเขาไม่กลัวหรอก แต่นายจ้างใหม่ก็อาจจะกลัวเรื่องเป็นสายลับหรือไม่”
ดังนั้นหากรัฐบาลเปิดช่องทางคือถ้าเป็นแรงงานกัมพูชา ที่เคยทำงานอยู่แล้ว มีหลักฐานก็น่าจะพิจารณาให้เข้ามาทำงานตามปกติได้ ส่วนแรงงานที่ไม่มีหลักฐานก็ไม่ต้องให้เข้ามาก็น่าจะช่วยผู้ประกอบการที่ต้องการแรงงานได้แล้ว
“แรงงานกัมพูชาที่ต้องการทำงาน เก็บเงิน เลี้ยงครอบครัว เขาจะเจียมตัว ไม่กล้าวุ่นวายและอยากอยู่เงียบ ๆ ไม่ออกมาสร้างปัญหา เพราะถ้าเขาไม่มีงานทำ ครอบครัวที่กัมพูชาก็เดือดร้อนกันไปหมด”
สำหรับรายได้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานด้านการเกษตร ส่วนใหญ่จะเป็นการเหมาจะเก็บเป็นคันรถ หรือ เป็นมัดก็อยู่ที่ตกลงกัน แต่เฉลี่ยแล้วจะมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 15,000-20,000 บาท แต่แรงงานบางคนได้ถึง 25,000 บาท ส่วนภาคก่อสร้างจะได้ค่าจ้างเป็นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทขึ้นไป แต่บางคนเป็นแรงงานฝีมือ มีทักษะดีจะมีอัตราค่าแรงที่สูงขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกันสิ่งที่น่าเป็นห่วงในอนาคตและเชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน เพราะช่วงนี้ก็มีแรงงานกัมพูชาพยายามหาช่องทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และจะมีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ตามด้วยส่วยแรงงานก็จะเพิ่มขึ้น
“กระบวนการจ่ายส่วยแรงงานกัมพูชาให้กับตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ด้านแรงงาน จะมีมากขึ้นและกลับไปสู่ระบบเดิม ๆ จากแรงงานผิดกฎหมายลักลอบเข้ามา แรงงานก็ต้องจ่าย เพราะถ้าโผล่หัวออกไปถูกเรียกดูใบอนุญาตจ้างงาน ไม่มีก็ต้องจ่าย นายจ้างก็ต้องจ่ายเมื่อจะรับแรงงานกลุ่มนี้ไว้ ระบบจ่ายใต้โต๊ะจากช่องทางนี้กลับคืนมาและต้องจ่ายสูงด้วย”
ขณะที่แรงงานพม่าที่ลักลอบเข้ามาก็ยังมีให้เห็นเป็นปกติ เนื่องจากการเข้ามาแบบถูกกฎหมายยังไม่เปิด ซึ่งขึ้นอยู่กับนโยบายฝ่ายพม่าด้วยว่าจะเปิดเมื่อไหร่ แต่แรงงานที่เข้ามาไม่ถูกกฎหมายไม่ว่าจะเป็นแรงงานพม่าหรือแรงงานกัมพูชา ก็ต้องจ่ายส่วยในอัตราที่ไม่แตกต่างกัน เฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาทต่อหัว
นายอดิศร เกิดมงคล ระบุว่า ปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชา เชื่อว่าในที่สุดต้องมีการเจรจาและนำไปสู่การเปิดด่าน เพราะทั้ง 2 ประเทศอยู่ติดกันก็คงต้องหาวิธีการอยู่ร่วมกันให้ได้ และเรื่องของแรงงานกัมพูชาคาดว่าหลังเลือกตั้ง 8 ก.พ.นี้ มีการจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว คงจะมีนโยบายในเรื่องของแรงงานกัมพูชาออกมาชัดเจน และทางองค์กร MWG ก็ต้องมีมาตรการเรื่องทางออกของแรงงานกัมพูชาเสนอไปที่รัฐบาลอีกครั้ง เช่นกลุ่มที่มีเอกสารหลักฐานว่าเคยทำงาน ก็ควรจะให้เข้ามาและต่อใบอนุญาตทำงานได้ โดยให้มีการมารายงานตัว ตรวจอัตลักษณ์ หรือกันพื้นที่ให้อยู่เฉพาะพื้นที่ที่จดทะเบียน ห้ามเคลื่อนย้ายหรือออกนอกเขตพื้นที่ไม่ได้ เป็นต้น
“ไม่ควรให้ระบบส่วยแรงงานแบบเดิม ๆ ซึ่งเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่รัฐทุจริตเกิดขึ้นอีก ซึ่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ได้เข้าดำเนินคดีกับกรณีทุจริตเรียกรับเงินใต้โต๊ะแรงงานข้ามชาติเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เราต้องไม่ให้ระบบส่วยแรงงานข้ามชาติกลับมาอีก” ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ระบุ
ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j


