xs
xsm
sm
md
lg

ฉกระหว่างรบ!!เขมรเร่งดูดนักท่องเที่ยวอินเดีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เขมรสบช่องปั่นกระแสไทยทำลายรูปเคารพชาวฮินดู หวังดูดนักท่องเที่ยวอินเดียเที่ยวกัมพูชาแทน ไทยชี้แจงจนกระแสแผ่ว เที่ยวเขมรล้ำลึกพาชาวอินเดียดู“ย่างวัว”จนกระแสลบ เร่งออกข้อห้ามย่างวัว ล่าสุดอินเดียต่ออายุไม่เก็บวีซ่าe-Tourist Visa นักท่องเที่ยวไทย ส่วนชาวเน็ตเขมรฉุนด่า“อินเดียสกปรก”จนอินฟลูฯ เขมรต้องออกมาห้าม

ในช่วงของการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาก่อนที่จะมีการลงนามหยุดยิงเมื่อ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 น. ฝ่ายกัมพูชาฉวยทุกจังหวะที่มองว่าได้เปรียบประเทศไทย กระทำการโจมตีด้วยข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนเพื่อสร้างความเข้าใจที่สับสน ชิงความได้เปรียบ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว

กรณีทหารไทยได้ทำลายรูปปั้นพระวิษณุ บริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568 ถูกชาวกัมพูชานำไปปั่นต่อหวังสร้างความบาดหมางระหว่างคนไทยกับคนอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดู

“เราขอประณามการทำลายปราสาทโบราณและรูปปั้นที่ชาวพุทธและชาวฮินดูเคารพบูชา”

กลายเป็นจังหวะชิงไหวชิงพริบนอกแนวรบระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะนักท่องเที่ยวอินเดียถือเป็นกลุ่มดาวรุ่ง ที่สามารถเข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวกลุ่มเดิมที่หายไป อย่างของกัมพูชา เดิมไทยเป็นเบอร์ 1 ก็หายไปเกือบทั้งหมดจากเหตุปะทะบริเวณชายแดน แม้กัมพูชาจะได้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทดแทน แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่หายไปจากปัญหาสแกมเมอร์

ดังนั้นการหาเงินเข้าประเทศจึงเป็นเรื่องสำคัญของกัมพูชา เพราะฮุนเซนเรียกแรงงานจากไทยกลับเกือบ 1 ล้านคน และได้งานทำในประเทศราว 3 แสนคนที่เหลือราว 6 แสนคนยังว่างงาน ซึ่งจะกลายเป็นภาระด้านเศรษฐกิจและสังคมให้กับกัมพูชาต่อไป

ปั่นอินเดียขึ้น

การปั่นกระแสของฝ่ายกัมพูชานับว่าได้ผล เมื่อกระทรวงการต่างประเทศอินเดียออกหนังสือตอบคำถามเรื่องการรื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้า

นายรันธีร์ ไจสวาล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย แถลงเมื่อ 24 ธันวาคม 2568 ว่า เราได้รับรายงานเกี่ยวกับการรื้อถอนรูปปั้นเทพเจ้าฮินดูที่สร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังดำเนินอยู่

เทพเจ้าฮินดูและพุทธได้รับการเคารพและบูชาอย่างลึกซึ้งจากผู้คนทั่วทั้งภูมิภาค ในฐานะส่วนหนึ่งของมรดกทางอารยธรรมร่วมกันของเรา

ถึงแม้จะมีการอ้างสิทธิ์ในดินแดน การกระทำที่ไม่เคารพเช่นนี้ย่อมทำร้ายความรู้สึกของผู้ศรัทธาทั่วโลก และไม่ควรเกิดขึ้น
เราขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่การเจรจาและการทูตอีกครั้ง เพื่อฟื้นฟูสันติภาพ หลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิต ความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมรดกทางวัฒนธรรมเพิ่มเติม


มิได้ดูหมิ่น-เคารพทุกศาสนา

จากนั้นศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ออกมาชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าว มิได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ หรือการดูหมิ่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ แต่เป็นการดำเนินการด้านการบริหารจัดการพื้นที่และความมั่นคง ภายหลังจากฝ่ายไทยสามารถกลับเข้าควบคุมพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตที่ประเทศไทยยืนยันสิทธิอธิปไตย

สิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเป็นโครงสร้างที่ถูกติดตั้งขึ้นภายหลัง และไม่ได้เป็นศาสนสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ
การดำเนินการจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันการควบคุมพื้นที่ ลดความเสี่ยงของความเข้าใจคลาดเคลื่อน และป้องกันไม่ให้เกิดการใช้สัญลักษณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดเพิ่มเติม

ประเทศไทยให้ความเคารพต่อทุกศาสนาและทุกความเชื่ออย่างเท่าเทียม รวมถึงศาสนาฮินดู ซึ่งมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกับประเทศในภูมิภาคมาอย่างยาวนาน

พร้อมทั้งตระหนักถึงความรู้สึกของประชาชนและผู้ที่นับถือศาสนาทั่วโลก และขอแสดงความเสียใจหากเหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความไม่สบายใจอันเนื่องมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ต้องประณามกัมพูชา

25 ธันวาคม 2568 นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า เมื่อดินแดนที่ตั้งขององค์ศรีหริวิษณุอยู่ในประเทศไทย แต่กัมพูชาใช้วิธีการเคลมอ้างสิทธิในดินแดนหรือแผ่นดินที่มิใช่ของตน ย่อมเป็นการกระทำที่ผิดที่โกหกองค์หริในการกระทำบูชา ถ้าสถานทูตอินเดียจะประณามการกระทำก็สมควรที่จะต้องโทษกัมพูชาไม่ใช่ไทย

ทุกวันนี้กัมพูชาได้ย่ำยีองค์พระศิวะด้วยการขนเครื่องศาสตราวุธยุทโธปกรณ์เพื่อหวังเข่นฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยใช้เทวาลัยแห่งองค์พระศิวะ เช่น ปราสาทพระวิหาร เป็นต้น ทำเป็นบังเกอร์ ติดตั้งอาวุธ ซ่องสุมกำลังพลรบ

ทั้ง ๆ ที่อินเดีย คือ 1 ใน 7 ชาติสมาชิกองค์กรพระวิหาร ทำไมสถานทูตไม่ประณามการนำเทวาลัยไปเข้าสู่สงคราม หรือนี่่คือเกมการเมืองที่นำพระผู้เป็นเจ้ามาเล่นเกม


หวังดูดนักท่องเที่ยวอินเดีย

ขณะที่ฝากฝั่งกัมพูชาได้ออกมาประเมินผลบวกจากสถานการณ์ดังกล่าว จะทำให้นักท่องเที่ยวอินเดียเปลี่ยนเป้าหมายจากเที่ยวเมืองไทยมากัมพูชาแทน จากการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างอินเดียกับกัมพูชา แถมได้เรื่องการรื้อถอนรูปปั้นดังกล่าวเข้ามาเป็นตัวหนุน

ตามมาด้วยประธานสมาคมตัวแทนท่องเที่ยวแห่งกัมพูชา (CATA) ได้เตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่แวะพักในกรุงเทพฯ เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนเดินทางต่อไปยังกัมพูชา เกี่ยวกับรายงานเรื่องการคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่สนามบิน

นั่นคือความพยายามที่จะขู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มักมาแวะที่ประเทศไทยก่อนเดินทางต่อไปยังกัมพูชา แต่ครั้งนี้กัมพูชากล่าวหาประเทศไทยตรง ๆ

อินเดียเจอย่างวัว

ความคาดหวังของธุรกิจการท่องเที่ยวกัมพูชาต่อนักท่องเที่ยวอินเดียที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคตนั้น อาจถูกสกัดด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่นในกัมพูชาเอง หลังจากเกิดปัญหาขึ้นกับนักท่องเที่ยวอินเดีย เพจเจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามันโพสต์เมื่อ 31 ธันวาคม 2568 ว่า ชวนมาเที่ยว “ไม่ดูตาม้าตาเรือ ชาวฮินดูช๊อค ร้านย่างวัวในกัมพูชา”

หลังจากกัมพูชาต้องการเล่นประเด็นที่ไทยทําลายเทวรูปฮินดู จึงมีการเชิญชวนผู้นับถือศาสนา ที่เกี่ยวข้องมาท่องเที่ยวในกัมพูชาในเวลานี้ เพื่อสร้างกระแสโจมตีไทย

โดยกลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มแรก ๆ ประมาณ 800 คน ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงท่องเที่ยวภายในกัมพูชา แต่เจอปัญหา เนื่องจากมีร้านค้าที่จําหน่ายเนื้อวัวย่าง มีการโชว์ให้เห็นชิ้นส่วนต่างๆ วางโชว์ก่อนย่าง เช่น ลิ้นทั้งยวง ขาทั้งขา เครื่องใน พบเจอได้ทั่วไปตามแหล่งท่องเที่ยว

ภาพที่ออกมาทำร้ายจิตใจผู้นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งนับถือวัวคือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และวัวเชื่อมโยงกับพระศิวะ มีคนอินเดียถ่ายคลิปพร้อมบรรยายและนําไปเผยแพร่ในโซเชียลของอินเดีย

พระชื่อดังของกัมพูชาหลังจากทราบข่าว ว่ามีชาวอินเดียถ่ายเป็นคลิปและนํามาโพสต์ ลงในโซเชียลของอินเดีย ส่งผลให้ เกิดภาพ ที่ไม่ดีในการท่องเที่ยว ทางพระรูปนี้จึงออกมาขอร้องประชาชนที่เป็นพ่อค้าขอให้เอาผ้าคลุมชิ้นส่วนที่โชว์ก่อนย่าง

"ปัจจุบันมีชาวอินเดียเดินทางมาเยือนกัมพูชาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกัมพูชาและอินเดียมีเที่ยวบินตรง และเนื่องจากประเทศไทยได้ทำลายรูปปั้นพระวิษณุในดินแดนกัมพูชา อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นประเทศที่ให้ความเคารพวัว แต่ในขณะเดียวกันก็มีการขายวัวจำนวนมากตามท้องถนน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของพวกเขา"


เอาใจอินเดีย-ห้ามย่างวัว

จากนั้น ดร.ชัย โบริน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการศาสนาและวัฒนธรรม กัมพูชา ได้ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ว่าด้วยการป้องกันการปฏิบัติที่เรียกว่า “การย่างวัว” ในที่สาธารณะ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว กระทรวงศาสนาและกิจการศาสนาขอออกข้อแนะนำ ดังนี้

1. ห้ามโดยเด็ดขาด การจัดแสดงเชิงพาณิชย์ “ย่างวัว” ในที่สาธารณะ เช่น บริเวณหน้าร้านค้า เป็นต้น ซึ่งเป็นภาพที่แสดงถึงความรุนแรงและความโหดร้าย ขัดต่อหลักอหิงสาของพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ

2. การขนส่งสัตว์ นก และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถสามล้อ หรือพาหนะอื่นๆ ต้องมีการปกปิดอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการมัดด้วยเชือก การวางไว้กลางแจ้ง หรือการแขวนให้เห็นบนท้องถนน ซึ่งเป็นภาพที่สะท้อนถึงความรุนแรง กระทบต่อคุณค่าทางพระพุทธศาสนาและศักดิ์ศรีของสังคม

3. สำหรับสัตว์ที่ถูกเชือดแล้ว การขนส่งทางถนนต้องบรรจุหีบห่ออย่างเหมาะสม ปิดคลุมให้มิดชิด และดำเนินการอย่างถูกสุขลักษณะ หลีกเลี่ยงการขนส่งโดยไม่บรรจุหีบห่อหรือเปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสาธารณสุขและแสดงภาพความรุนแรง

อินเดียยกเว้นค่าวีซ่าคนไทย

อย่างไรก็ตามเมื่อ 1 มกราคม 2569 มีการแจ้งข่าวว่า รัฐบาลอินเดียได้ขยายระยะเวลาการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทท่องเที่ยว (e-Tourist Visa) ระยะเวลา 30 วัน แบบเข้าได้ 1 หรือ 2 ครั้ง สำหรับผู้ถือสัญชาติไทย ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569

เดิมรัฐบาลอินเดียประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราประเภทท่องเที่ยว (e-Tourist visa)สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2567 เรื่อยมา ดังนั้นเรื่องอินเดียไม่พอใจประเทศไทยเรื่องการทำลายรูปปั้นในช่วงปะทะกับกัมพูชานั้น จึงขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังทำการตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียมาระยะหนึ่งแล้วและยังมีสถานที่อย่างเช่น พาหุรัดและสถานที่ต่าง ๆ เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ เห็นได้จากตัวเลขนักท่องเที่ยวอินเดียที่มาเมืองไทยปี 2568 ขึ้นมาเป็นอันดับ 3 จำนวน 2,487,319 คน เพิ่มขึ้น 16.82% สร้างเม็ดเงินเป็นอันดับ 3 หรือราว 93,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.61%


ไม่สมหวังด่าอินเดีย

เมื่อมีคำชี้แจงจากฝ่ายไทยออกมามากขึ้น และท่าทีของสถานทูตอินเดียเริ่มเงียบลง รวมไปถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทท่องเที่ยว (e-Tourist Visa) ให้กับนักท่องเที่ยวไทย

ดูเหมือนความหวังที่จะดึงให้นักท่องเที่ยวอินเดียให้เปลี่ยนใจจากไทยไปเที่ยวกัมพูชาแทนเริ่มที่จะแผ่วลง ชาวอินเดียเริ่มเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องดังกล่าว และพบว่าชาวเน็ตกัมพูชามีการโพสต์ต่อว่าชาวอินเดียว่า "คนอินเดียสกปรกโสโครก"

จนกระทั่ง Influencer ของกัมพูชาอย่าง ทินิน ต้องออกคลิป ขอให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย(กัมพูชา) หยุดใช้คำพูดดูหมิ่นเหยียดหยามชาวอินเดียหรือประเทศอินเดีย เช่น คำว่า "คนอินเดียเหม็น" เป็นต้น ชาวกัมพูชาไม่ควรเอาเรื่องนี้มาเป็นเรื่องส่วนตัว เราควรเป็นคนที่มีศักดิ์ศรี ไม่ควรล้อเลียนวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของอินเดีย

ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวอินเดียไม่ติด 10 อันดับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกัมพูชา แม้ช่วงนี้จะพยายามอ้างเรื่องเทวสถานจากศาสนาฮินดู ซึ่งก็มีมานานแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้พยายามหาจุดขายดึงนักท่องเที่ยวอินเดีย ส่วนจะได้ผลหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของภาคธุรกิจในกัมพูชาเอง

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j



กำลังโหลดความคิดเห็น