xs
xsm
sm
md
lg

เขมรแบนสินค้าไทยแค่ Content-ของจริงยังลักลอบนำเข้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กระแสแบนสินค้าไทยจากฝั่งกัมพูชาแค่โตบนโลกOnline แต่ความเป็นจริงยังหาทางลักลอบนำเข้าสินค้าไทยตลอด
จับ เลิฟ ริยา หลังประกาศนำเข้าสินค้าจากไทยที่เธอว่าจ้างผลิต ส่วนเตีย เสียมลูกเตีย บันห์ มีแค่ 2 ปั๊ม แต่มีรายอื่นขอเข้าร่วมเปลี่ยนPTT เป็นPEACH แนะไม่อยากใช้สินค้าไทยต้องหาสินค้าทดแทนให้ได้ก่อน ถ้าผลิตเองมีนายทุนรึยัง? ทุกอย่างต้องใช้เวลาไม่ได้เสกมาง่ายๆ


นโยบายแบนสินค้าไทยจากฝ่ายกัมพูชานั้นมีมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568 เราได้เห็นภาพและคลิปผ่าน Social Media จากประชาชนชาวกัมพูชา แต่ยังพบพฤติกรรมบางประการที่ย้อนแย้งกับนโยบายในการแบนสินค้าจากประเทศไทย เช่น ลักลอบนำเข้านมจากประเทศไทย

การปิดด่านมีผลต่อสินค้าของทั้ง 2 ประเทศที่ไม่สามารถข้ามไปมาได้ ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้เริ่มก่อน ช่วงก่อนการปะทะใหญ่(24 กรกฎาคม 2568) มีการเรื่องการปิดด่าน และห้ามนำเข้าสินค้าจาก 2 ประเทศ ช่วงราว 1 เดือน

จนมาถึง 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 กรมศุลกากรและสรรพสามิตของกัมพูชา ได้อัปเดตรายการสินค้าที่มีต้นกําเนิดจากประเทศไทย ที่ห้ามนําเข้ามาในกัมพูชา ได้แก่ ผักและผลไม้ น้ํามันเชื้อเพลิงและก๊าซเชื้อเพลิง คือ 1.น้ำมันเบนซิน 2.ดีเซล 3.ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG และ LNG) 4.น้ำมันเตา 5.น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว รายการอื่นนอกเหนือจากรายการข้างต้นไม่อยู่ภายใต้การห้ามนําเข้า

ตามมาด้วย 18 กรกฎาคม 2568 ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ได้พิจารณาผ่อนปรนมาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดนในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรีและตราด เพื่อลดผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน การค้า การลงทุน รวมทั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของผู้ประกอบการ โดยอนุญาตให้ยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และอุตสาหกรรม สามารถเดินทางเข้า-ออกผ่านพื้นที่ชายแดนทางบกได้ ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป

ตัดไม่ขาด

จากนั้นจึงเกิดการปะทะใหญ่ระหว่างฝ่ายไทยกับกัมพูชาเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 และมีข้อสรุปหยุดยิงช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 28 กรกฎาคม 2568

กระแสแบนสินค้าจากไทยจากฝั่งกัมพูชายังมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ผ่านโลก Social Media ผ่านตัวบุคคลกัมพูชา ขึ้นอยู่กับว่าจะนำเสนอออกมาอย่างไร เช่น ทิ้ง เหยียบ ทำลาย สินค้าของไทย แต่ก็ยังพบว่าสินค้าที่คนกัมพูชานำไปมอบให้ทหารเขมร ก็ยังมีสินค้าไทยติดไปด้วยแทบทุกครั้ง ถ้ารู้ตัวก็รีบลบภาพออก หรือพบการลักลอบขนสินค้าจากไทยไปกัมพูชา อย่างที่พบในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1

นี่คือความย้อนแย้ง บนโลก Social โหมกระแสแบนสินค้าไทย แต่คนกัมพูชาทั่วไปก็ยังแสวงหาสินค้าไทยมาใช้เหมือนเดิม


จับ Influencer ดัง

สำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชารายงานว่า เช้าวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ตำรวจจังหวัดกันดาลได้ล้อมและจับกุม ออกญา เชง สเรยราช หรือ “เลิฟ ริยา” อินฟลูเอนเซอร์เจ้าของผลิตภัณฑ์โลชั่นชื่อดังของกัมพูชา เธอถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดการเลือกปฏิบัติและก่อความไม่เคารพต่อกองทัพ

ทั้งนี้เมื่อ 13 สิงหาคม 2568 “เลิฟ ริยา” ได้ไลฟ์สด ประกาศว่ายังคงนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยต่อไป ทำให้เกิดกระแสต่อต้านเธอขึ้นมาชั่วข้ามคืนทันที เนื่องจากชาวกัมพูชาในขณะนี้ถูกปลุกปั่นให้เชื่อว่าการสนับสนุนสินค้าไทยเท่ากับนำเงินให้ไทยซื้ออาวุธมาทำร้ายชาวกัมพูชา

จากนั้น 21 สิงหาคม 2568 ตำรวจจังหวัดกันดาล อ้างว่าตรวจพบสารต้องห้ามผิดกฎหมายในผลิตภัณฑ์ 4 อย่างของบริษัท เลิฟ ริยา สารต้องห้ามทั้งหลายที่พบในผลิตภัณฑ์ของเครือบริษัท เลิฟ ริยา มีทั้ง ปรอทและแคดเมียม ซึ่งเป็นโลหะหนัก ที่สามารถก่อผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง หากใช้เป็นเวลานาน

ตามมาด้วย 22 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวเฟรชนิวส์ของกัมพูชา รายงานว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์กัมพูชา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ เพิกถอนบรรดาศักดิ์ “ออกญา” ของ “ออกญา เชง เสร็ยร็วต” ตามที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ทูลเกล้าฯ


แปลงร่างปั๊ม Peace 35 แห่ง

นายเตีย เสียม (Tea Siam) เจ้าของแฟรนไชส์ ปตท.ในกัมพูชา และเป็นพี่ชายของ เตีย เซ็ยฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา กำลังเป็นผู้นำในการผลักดันการเปลี่ยนชื่อ "สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศ" เป็น "พีซ ปิโตรเลียม กัมพูชา" (Peace Petroleum Cambodia) ซึ่งเป็นบริษัทของกัมพูชาเอง โพสต์ Facebook เมื่อ 28 สิงหาคม 2568 ว่า
ผมเป็นเพียงหนึ่งในผู้ที่ซื้อสิทธิ์การจัดจำหน่ายจากบริษัทเดิมและเป็นเจ้าของสถานีบริการเพียง 2 แห่ง ซึ่งแห่งหนึ่งกำลังดำเนินการอยู่และอีกแห่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

1. เนื่องจากประสบปัญหาอย่างมากจากปัญหาที่เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจก่อตั้ง PEACE Petroleum Cambodia โดยได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากเจ้าของสถานีบริการทั้ง 35 รายและประชาชนทั่วไป

2. จากสถานีบริการทั้งหมดประมาณ 200 แห่ง มีเพียง 35 แห่งเท่านั้นที่มุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ ที่จะยกเลิกสัญญากับบริษัทเดิมและเปลี่ยนเป็น PEACE Petroleum Cambodia

3. ขณะนี้เรากำลังเตรียมนำเข้าน้ำมันใหม่จากบริษัทขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

4. นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และระบบใหม่ของสถานีบริการทั้งหมดต้องใช้เวลา การเตรียมการ และการบูรณะเพื่อสะท้อนถึงอัตลักษณ์ใหม่ของ PEACE เราทุกคนต้องการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ เพื่อลืมความเจ็บปวดในอดีตและก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความภาคภูมิใจของชาวกัมพูชา

พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า โปรดทราบว่าขณะนี้มีสถานีบริการน้ำมันทั้งหมด 35 แห่งที่ได้เปลี่ยนเป็นสถานี PEACE อย่างเป็นทางการแล้ว หมายเหตุ: สถานีบริการอื่นๆ ที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ถือเป็นการตัดสินใจส่วนบุคคลของเจ้าของสถานีบริการแต่ละราย ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับ PEACE Petroleum Cambodia


เขมรยังต้องการสินค้าไทย

วันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคม 2568 เวลา 17.30 น. กองกำลังบูรพา ชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองร้อยทหารพรานที่ 1204 (ชค.ทพ.12) ม.พัน 30 เข้าลาดตระเวนในพื้นที่บ้านหนองปรือ หมู่ 7 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำสิ่งของออกนอกประเทศ

เจ้าหน้าที่ได้พบชายต้องสงสัย 2 คน กำลังเข็นรถเข็น 2 คัน ที่บรรทุกกระสอบขนาดใหญ่เต็มคัน เมื่อชายต้องสงสัยเห็นเจ้าหน้าที่ก็รีบทิ้งรถเข็นไว้ ก่อนจะวิ่งหนีข้ามคลองน้ำใสไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา จากการตรวจสอบ พบสินค้าไทยจำนวนมากที่เตรียมลักลอบส่งออกนอกประเทศ

ถัดมา 28 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ และได้ตรวจพบสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนมหาศาลที่ถูกทิ้งไว้ริมคลองกั้นเขตแดนในพื้นที่บ้านหนองปรือ ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พร้อมกับรถเข็นที่ใช้ในการลำเลียง ซึ่งคาดว่ากำลังจะถูกลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร

วิธีแบนสินค้าไทย

หนึ่งในสมาชิก The wild Chronicles ประวัติศาสตร์ ข่าวต่างประเทศ ท่องเที่ยวที่แปลก ได้รวบรวมเรื่องการแบนสินค้าไทยจากฝั่งกัมพูชาไว้ดังนี้

กระแส #แบนสินค้าไทย ในกัมพูชายังคงขยายวงกว้าง แม้ในความเป็นจริงประชาชนจำนวนมากยังคงนิยมใช้สินค้าไทย ส่งผลให้กัมพูชาเกิดกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนกัมพูชาหันมาสนับสนุนและใช้สินค้าที่ผลิตภายในกัมพูชา

ล่าสุดมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ โดยชาวกัมพูชารายหนึ่งออกมากล่าวอ้างว่า ประเทศไทยผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับบริโภคภายในประเทศที่มีคุณภาพมาตรฐาน แต่สินค้าที่ส่งออกมายังกัมพูชากลับปนเปื้อนสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอาจทำให้ชาวกัมพูชาล้มป่วย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้าจากไทย

กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชาได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูมของบริษัทผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมยี่ห้อ Kofi หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภค กรณีพบการ ปลอมแปลงบาร์โค้ดสินค้า โดยนำบาร์โค้ดกัมพูชา (884) มาติดทับบนบาร์โค้ดไทย (885) ที่บรรจุภัณฑ์

สืบเนื่องจากผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวกัมพูชารายหนึ่ง โพสต์ภาพให้เห็นว่านมที่ตนซื้อมาเป็นสินค้านำเข้าจากมาเลเซีย แต่เมื่อแกะสติ๊กเกอร์บาร์โค้ดออก กลับพบว่ารหัสเป็นของประเทศไทย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีการปลอมแปลงบาร์โค้ดจริง โดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ยอมรับต่อข้อเท็จจริงดังกล่าว

Fresh News สื่อกัมพูชารายงานว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาได้ดำเนินการเผาทำลายสินค้าไทยหลายรายการที่ถูกลักลอบนำเข้ามายังกัมพูชาผ่านทางประเทศลาว โดยมีการขนส่งเข้ามาทางด่านชายแดน จังหวัดพระวิหาร

จากการตรวจสอบรถบรรทุก 4 คัน เจ้าหน้าที่กัมพูชาพบว่า สินค้าไทยที่นำเข้ามามีคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากมีขนาดใหญ่และส่งกลิ่นเหม็น โดยสินค้าที่ถูกยึดและนำไปทำลายประกอบด้วย กึ๋นไก่ 205 กล่อง ปีกไก่ 45 กล่อง ปลาสลิดหนังงู 100 กล่อง แป้งทอดกรอบ 140 กิโลกรัม

รวมทั้งหมดมีน้ำหนัก 50,140 กิโลกรัม โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการเผาทำลาย ขณะเดียวกันรถบรรทุกทั้ง 4 คันที่ใช้ในการลักลอบขนส่งจะถูกดำเนินการปรับตามกฎหมายของกัมพูชา

แม้กระแสการแบนสินค้าไทยในกัมพูชาจะกำลังขยายตัว แต่สินค้าหลายชนิดที่อ้างว่าเป็นสินค้ากัมพูชา ยังคงผลิตโดยโรงงาน OEM ในไทย ซึ่งเป็นโรงงานรับจ้างผลิตตามความต้องการของลูกค้า ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลมีเดียกัมพูชาหลายครั้ง

ล่าสุด “เพจ Re-IDEA” ของกัมพูชา ได้ออกมาโพสต์เตือนประชาชนกัมพูชาเกี่ยวกับการเลือกซื้อสินค้ากัมพูชา ระบุว่า หากสินค้าที่อ้างว่าเป็น “สินค้ากัมพูชา” แต่บนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ไม่ปรากฏข้อความ Made in Cambodia หรือ Product of Cambodia รวมถึงไม่มีที่อยู่ของโรงงานผลิตภายในประเทศ ให้ถือว่าสินค้านั้นเป็นของปลอม 100% แม้ว่าจะมีบาร์โค้ดขึ้นต้นด้วยเลข 884 ซึ่งเป็นรหัสประเทศกัมพูชาก็ตาม


แบนแค่ Content

วิธีการแบนสินค้าไทย คุณลองดูการแบนของชาวกัมพูชาทุบขวดเบียร์สัญชาติไทย ทิ้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เขาทำจริงทุกครั้งหรือทำเพื่อสร้าง Content ถ้าแบนจริงกันทั้งประเทศ จะมีคนที่ลักลอบนำเข้าสินค้าจากไทยที่ถูกจับได้หรือ?

วันนี้เราเห็นการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์จากฝั่งกัมพูชา มีการทำสลากเพื่อมาปิดทับสินค้าเดิมที่ผลิตจากเมืองไทย แม่ค้าบางรายกรีดสลากของไทยออกแล้วใช้ตามปกติ

โลกทางการค้าก็เปลี่ยนไปจากเดิม ผู้ผลิตจากกัมพูชาหลายรายมาใช้ฐานการผลิตจากประเทศไทย ทำครีม lotion อาหารเสริมต่าง ๆ หลายราย จะตีความว่าเป็นสินค้าจากไทยหรือกัมพูชา หรือเพียงแค่เปลี่ยนสลากสินค้าเป็นภาษากัมพูชาพอหรือไม่

อย่าลืมว่าคุณเคยกินสินค้าอะไรมาเป็นเวลา 10-30 ปี แสดงว่าคุณต้องพอใจคุณภาพของสินค้านั้นระดับหนึ่ง คุ้นลิ้น พอใจในรสชาด จนกลายเป็นสิ่งปกติในชีวิต วันหนึ่งต้องมาปรับตัวเพราะสถานการณ์ทางการเมือง วันข้างหน้าก็ยังไม่ทราบว่าหากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ค้าขายได้เหมือนเดิมแล้วจะเป็นอย่างไร

สินค้าทดแทน-ทุนมีมั๊ย?

แหล่งข่าวที่ติดตามข่าวสารจากกัมพูชากล่าวว่า การจะแบนสินค้าไทย คุณต้องมีแหล่งสินค้าทดแทนก่อน ถ้าเป็นสินค้าที่ต้องบริโภค รสชาด คุณภาพ ต้องใกล้เคียงหรือดีกว่า ตามมาด้วยราคาไม่ต่างไปจากเดิมมาก ถ้าสามารถหามาทดแทนได้ก็เป็นเรื่องดี แต่ถ้าของใหม่คุณภาพด้อยกว่า ราคาแพงกว่านี่ก็จะเป็นปัญหาสำหรับคนกัมพูชาเอง

ส่วนแนวคิดที่จะผลักดันใช้สินค้าจากกัมพูชานั้น ก็ต้องไม่โกหกตัวเองว่า กัมพูชาผลิตสินค้าอะไรได้บ้าง สินค้านั้นเป็นที่ยอมรับของคนเขมรหรือไม่ สำคัญที่สุดคือมีทุนที่จะผลิต ก่อตั้งโรงงานหรือไม่ เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา ศึกษาตลาด หาความคุ้มค่า ไม่ใช่เกิดกระแสทีก็ปลุกกันที พอกระแสหมดก็ตัวใครตัวมัน นักธุรกิจเขาก็ต้องประเมินความเสี่ยงเหล่านี้ก่อนการลงทุนเสมอ

ที่สำคัญทุนของกัมพูชามีพอที่ผลิตสินค้าทดแทนสินค้าที่นำเข้าจากไทยหรือไม่ หากจะหาต่างชาติเข้ามาร่วมทุน จะมีต่างชาติรายใดไว้ใจประเทศนี้หรือไม่ ที่ผ่านมาคนทั้งโลกเห็นแล้วว่าประเทศนี้เป็นอย่างไร มันย่อมส่งผลต่อการตัดสินค้าของทุนต่างชาติอยู่ไม่น้อย

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j


กำลังโหลดความคิดเห็น