xs
xsm
sm
md
lg

บูมเมอแรง “ทะลุวัง” ทำ “ก้าวไกล” ดิ่งเหว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ผศ.ดร.วันวิชิต” ชี้ “ก้าวไกล” ขว้างงูไม่พ้นคอ กำลังถูกดิจิทัลฟุตพรินต์เล่นงาน ทำคะแนนนิยมหล่นฮวบ เหตุสังคมไม่สามารถแกะภาพ “ก้าวไกล” กับ "ทะลุวัง" ออกจากกันได้ อีกทั้งคาใจที่พรรคไม่ประณามการคุกคามขบวนเสด็จ เตือนหากเล่นการเมืองแบบเดิม พื้นที่ของก้าวไกลจะน้อยลงเรื่อยๆ พร้อมระบุ ทะลุวังเอฟเฟกต์ส่งผลให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับเว้นโทษ ม.112 ต้องถึงทางตัน!

นับเป็นปรากฏการณ์ที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะทันทีที่ข่าวการคุกคามขบวนเสด็จของ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” จากการกระทำที่เหิมเกริมจาบจ้วงของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ “แฟรงค์” นายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร สมาชิกกลุ่มทะลุวังเผยแพร่ออกไป คนไทยในทุกองคาพยพของสังคมต่างพร้อมใจกันถวายกำลังใจและลุกขึ้นปกป้องพระเกียรติยศของกรมสมเด็จพระเทพฯ หลายหน่วยงาน รวมถึงประชาชนคนไทยต่างนัดหมายกันใส่เสื้อสีม่วง ติดริบบิ้นม่วง และทำกิจกรรมเพื่อถวายความจงรักภักดี จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “ม่วงทั้งแผ่นดิน”

ขณะเดียวกัน ก็เกิดกระแสตีกลับไปยังกลุ่มทะลุวัง และ “พรรคก้าวไกล” เพราะเป็นพรรคการเมืองเดียวที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขมาตรา 112 ก้าวไกลจึงถูกมองว่าอาจอยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้ ส่งผลให้คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลตกลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งหลายฝ่ายต่างประเมินว่านี่อาจเป็นจุดหักเหครั้งสำคัญของพรรคก้าวไกล

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์ที่คนไทยในทุกภาคส่วนต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ “ตะวัน ทะลุวัง” ที่คุกคามขบวนเสด็จของสมเด็จพระเทพฯ ย่อมส่งผลต่อพรรคก้าวไกลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาโลกดิจิทัลฟุตพรินต์ (การกระทำที่ถูกบันทึกไว้ในโลกออนไลน์) ทำงานกับพรรคการเมืองหลายๆ พรรคหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น เมื่อเกิดปรากฏการณ์หลังตะวันป่วนขบวนเสด็จคนก็ย้อนไปดูการกระทำของพรรคก้าวไกลในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากพรรคก้าวไกล และกลุ่มทะลุวังนั้นมีแนวคิดทางการเมืองที่คล้ายกัน

ที่จริงประเด็นนี้ถูกพูดถึงตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการเข้าข่ายล้มล้างสถาบันของพรรคก้าวไกล จากกรณีการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งพรรคก้าวไกลถูกดิจิทัลฟุตพรินต์เล่นงาน เพราะกิจกรรมใดๆ ที่พรรคก้าวไกลเคยทำมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะกระทำร่วมกับตะวัน หรือกับกลุ่มทะลุวัง ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคมันสอดคล้องกันหมด การแสดงออกของกลุ่มทะลุวังจึงถูกสังคมจับจ้องว่ามีความเชื่อมโยงกับพรรคก้าวไกล อีกทั้งในมุมมองของสังคมนั้นไม่อาจแกะภาพของก้าวไกลกับกลุ่มทะลุวังออกจากกันได้


ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าวต่อว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคก้าวไกลและกลุ่มทะลุวังมีความสัมพันธ์และเอื้อประโยชน์ในแง่อุดมการณ์ซึ่งไปในทิศทางเดียวกัน ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคก้าวไกลก็ไปประกันตัวกลุ่มทะลุวังที่มีความผิดในคดี ม.112 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยขึ้นเวทีติดสติกเกอร์ยกเลิกมาตรา 112 กับกลุ่มทะลุวัง ซึ่งแม้จะบอกว่าเป็นสิทธิส่วนตัวแต่เมื่อกระทบต่อความรู้สึกของสังคม พรรคการเมืองก็ต้องพึงระวัง เพราะอย่าลืมว่าพรรคการเมืองที่เจริญแล้วในยุคการเมืองแบ่งบานต้องมีความฉลาดทางวัฒนธรรม ซึ่งสังคมไทยบ่มเพาะบรรทัดฐานกติกาการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะการให้ความเคารพต่อสถาบันหลักของชาติซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อกลุ่มทะลุวังได้กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดต่อสถาบัน แต่พรรคการเมืองที่สนิทสนมกันกลับเพิกเฉย ย่อมส่งผลให้ประชาชนเคลือบแคลงใจ แม้แต่ประชาชนที่ไม่ได้สนใจการเมืองก็รับพฤติกรรมนี้ไม่ได้ ถ้ากลุ่มทะลุวังเฉลียวใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้ไม่เหมาะสมก็ต้องหยุด ไม่ต้องให้สอนให้เตือนกันว่าอะไรควรไม่ควร

“ขณะนี้เราได้เห็นปรากฏการณ์ม่วงทั้งแผ่นดิน เพราะต้องยอมรับว่าสมเด็จพระเทพฯ มีความใกล้ชิดกับพสกนิกรอย่างมาก พระองค์ท่านติดดินมาก ทุกคนมองว่าพระองค์ได้ทรงอุทิศตนเพื่อแผ่นดินนี้มาอย่างยาวนาน ฉะนั้นการที่กลุ่มการเมืองใดจะไปก้าวล่วงจึงเป็นเรื่องที่สังคมไทยไม่อาจให้อภัยได้ คนจึงยิ่งออกมาปกป้องพระองค์ท่าน ตะวัน และกลุ่มทะลุวังไม่ได้สำนึกว่าตนได้กระทำสิ่งที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ แต่กลับไปบอกว่าขอโทษที่ใจร้อนขับรถเร็ว แต่ไม่ได้แสดงความสำนึกผิดต่อพระองค์ท่าน ตะวันและกลุ่มทะลุวังได้ก้าวเข้าไปในพื้นที่อันละเมิดมิได้ และดึงให้สถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง แน่นอนว่าความคิดหรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอนุรักษนิยม หรือเสรีนิยม ล้วนเป็นสิ่งสวยงาม การขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องในสิ่งต่างๆ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่การเลยเถิดเข้าไปในพื้นที่อันละเมิดมิได้ การพูดในลักษณะฉวัดเฉวียนคาบลูกคาบดอกเกี่ยวกับสถาบัน ทำให้คนที่ไม่เคยสนใจการเมืองหันมามองว่าการกระทำเช่นนี้ไม่ได้นำไปสู่การปฏิรูป และไม่ใช่เรื่องที่จะมาออกกฎหมายนิรโทษกรรมได้ เพราะเรื่องนี้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน” ผศ.ดร.วันวิชิต ระบุ

ปรากฏการณ์ ม่วงทั้งแผ่นดิน ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ พร้อมใจกันใส่เสื้อสีม่วงและจัดกิจกรรมเพื่อถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการกระทำของกลุ่มทะลุวังครั้งนี้ส่งผลให้คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลตกต่ำลงอย่างมากนั้น “ผศ.ดร.วันวิชิต” เห็นว่า ประเด็นหลักที่คนเลือกพรรคก้าวไกลนั้นส่วนใหญ่เป็นเพราะชอบนโยบายหลายๆ เรื่องและเบื่อการเมืองแบบเก่า แต่ไม่ได้เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งคนส่วนนี้มีไม่น้อย และเมื่อสังคมมองแบบปะติดปะต่อ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ที่ตะวันป่วนขบวนเสด็จ ก็เกิดปรากฏการณ์ที่คนไทยต่างลุกขึ้นมาโพสต์ถวายกำลังใจให้สมเด็จพระเทพฯ มีการปะทะกันระหว่างกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) กับกลุ่มทะลุวัง และเมื่อสื่อมวลชนไปสัมภาษณ์นายพิธา และนายพิธา บอกว่า “รู้สึกกังวลใจ แต่เข้าใจ” ทั้งที่พฤติกรรมป่วนขบวนเสด็จไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ เนื่องจากเป็นกระทำที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง คนที่ฟังการให้สัมภาษณ์ของนายพิธาจึงไม่มั่นใจว่านายพิธาเข้าใจหรือเห็นด้วยกับการกระทำของตะวันกันแน่?

อีกทั้งไม่มีใครในพรรคก้าวไกลออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับกลุ่มทะลุวังเลย ในสถานการณ์เช่นนี้พรรคก้าวไกลต้องแสดงความจริงใจโดยกล้าประณามต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสมของตะวันและกลุ่มทะลุวัง ถ้ากล้าตัด กล้าเฉือนเนื้อที่เป็นมะเร็งทางการเมืองเพื่อป้องกันการลุกลาม พรรคก้าวไกลก็อาจจะได้คะแนนนิยมกลับคืนมา แต่ถ้ายังแบ่งรับแบ่งสู้แบบนี้ก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ส่วนว่าคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลจะลดลงไปขนาดไหนนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอดูปฏิกิริยาของผู้คนอีกระยะหนึ่ง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนในครั้งต่อไปด้วย

“ตอนนี้เหมือนพรรคก้าวไกลขว้างงูไม่พ้นคอ สิ่งที่ก้าวไกลทำนั้นย้อนแย้ง สถาบันท่านอยู่เหนือการเมือง ท่านอยู่ในฐานะที่ปกเกล้า แต่ไม่ปกครอง เป็นที่สักการะของปวงชนชาวไทย อย่าเอาสถาบันมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในภาวะแบบนี้จึงไม่แปลกที่จะมีคนลุกขึ้นมาส่งสัญญาณเตือนแรงๆ ไปถึงพรรคก้าวไกล ยิ่งเล่นการเมืองในลักษณะนี้พื้นที่ของคุณก็จะถดถอยน้อยลงเรื่อยๆ ต่อให้คุณมีโวหารในการอภิปราย เก่งในการตรวจสอบ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีของคุณ แต่ประชาชนเขาแยกส่วนในการบันทึกข้อมูลระหว่างการทำงานในฐานะ ส.ส.กับท่าทีที่มีต่อสถาบัน” ผศ.ดร.วันวิชิต กล่าว

ส่วนประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 และการออกกฎหมายนิรโทษกรรม อันเป็นนโยบายหลักของพรรคก้าวไกลนั้น “ผศ.ดร.วันวิชิต” ชี้ว่า วันนี้แน่นอนแล้วว่าพรรคก้าวไกลไม่มีโอกาสที่จะแก้ไข ม.112 อีกต่อไป เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันต่อทุกองค์กร และจะผูกพันไปตลอด อีกทั้งการกระทำของตะวันที่ขวางขบวนเสด็จฯ ยังส่งผลให้ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของพรรคก้าวไกล ที่จะนิรโทษกรรมนักโทษ ม.112 ต้องถึงทางตันอีกด้วย

ข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่


Facebook :https://www.facebook.com/SpecialScoopManagerOnline/
Instragram :https://instagram.com/special.scoop.mgronline
Tiktok :https://vt.tiktok.com/ZSe4j


กำลังโหลดความคิดเห็น