“นพ.ธีระวัฒน์” ชี้ทั่วโลกพบ Long Covid ถึง 30% ของผู้ที่หายจากโควิด เตือนผลกระทบถึงตายได้หากเกิดกับสมองจะรุนแรงมาก แจงเกิดจาก 3 สาเหตุ ทั้งเชื้อโควิดเข้าทำลายระบบควบคุมการอักเสบ เชื้อโควิดที่ซ่อนตัวอยู่ และตัววัคซีนที่ก่อให้เกิด Long Covid เสียเอง ชี้ควรเฝ้าระวัง 6 เดือนหลังหายจากโควิด ด้าน “อธิบดีกรมการแพทย์” ระบุอาการมากหรือน้อยขึ้นกับปัจจัยด้านสุขภาพ เผย สธ.สั่งทุกโรงพยาบาลเตรียมรับมือ! พร้อมวางระบบส่งต่อผู้ป่วย
กล่าวได้ว่าแม้ขณะนี้ความหวั่นวิตกต่อโควิดในประเทศไทยจะลดน้อยลงเนื่องจากผู้ที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนมีอาการไม่รุนแรง และยอดผู้เสียชีวิตมีไม่มาก แต่สิ่งที่น่าตระหนกขณะนี้คือ อาการที่เกิดจากผลกระทบของโควิดซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากที่หายป่วยโควิดแล้ว ที่เรียกว่า “Long Covid” ซึ่งถือว่าอันตรายและส่งผลกระทบต่อผู้ที่เคยป่วยโควิดในระยะยาว
นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามผู้ป่วยที่หายจากโควิดมาเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง โดยได้ทุนจากสภาวิจัยแห่งชาติ เราพบว่า ผู้ที่เป็น Long Covid ในไทยมีจำนวนมาก โดยตอนนี้หน่วยประสาทวิทยาและศูนย์สุขภาพโรคอุบัติใหม่กำลังติดตามคนไข้ที่หายจากโควิดแล้วเป็น Long Covid และกำลังรวบรวมตัวเลขอยู่
อาการมี 2 ลักษณะ
โดยอาการของ Long Covid จะแยกออกเป็น 2 ลักษณะคือ 1.อาการที่เกิดกับสมองและระบบประสาท และ 2.อาการที่เกิดกับส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมอง
สำหรับอาการ Long Covid ที่เกิดกับสมองและระบบประสาท ซึ่งจะรวมถึงไขสันหลังและเส้นประสาทด้วย จะเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคของอารมณ์และอาการทางจิต ซึ่งเกิดได้ทั้งกับคนที่มีโรคทางสมองมาก่อนและคนที่ไม่เคยมีอาการทางสมองมาก่อนเลย บางคนอาจจะเป็นความจำสั้น พอเป็น Long Covid ก็กลายเป็นโรคสมองเสื่อม ซึ่งลักษณะของอาการของ Long Covid ที่เกิดกับสมองและระบบประสาทนั้น ประกอบด้วย ความผิดปกติด้านระบบประสาท ผลกระทบเรื่องระบบความจำ เหนื่อยล้าผิดปกติ ความผิดปกติทางอารมณ์ ความผิดปกติในการนอนหลับ หดหู่ซึมเศร้า การเคลื่อนไหวผิดปกติ โรคลมชัก ความจำสั้น อาการพาร์กินสัน
ส่วนอาการ Long Covid ที่เกิดกับส่วนอื่นๆ ที่ไม่ใช่สมอง ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกและข้อ เป็นตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก โรคเบาหวาน ผลกระทบต่อตับอ่อน หรือโรคไตซึ่งเคยเป็นมาเล็กน้อยกลับลุกลามมากขึ้น หัวใจผิดปกติ ระบบความดันโลหิตขึ้นๆ ลงๆ ชีพจรเต้นช้าบ้างเร็วบ้าง เกิดภาวะน้ำวุ้นในตาผิดปกติ เหยื่อบุตาอักเสบ โรคผิวหนังที่ไม่สามารถควบคุมได้ ผิวหนังพุพอง ผื่นคันเรื้อรัง ผมร่วง ซึ่งบางคนไม่เคยมีอาการเหล่านี้มาก่อนเลย หรือเป็นอาการที่เคยมีอยู่แล้วแต่มีอาการรุนแรงขึ้นหลังจากที่หายจากโควิด
ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า อาการ Long Covid ที่เจอส่วนใหญ่มักจะอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ซึ่งถือว่าเป็นอาการที่ไม่รุนแรง แต่หากมีโรคประจำตัวก็อาจเกิดผลกระทบกับอวัยวะข้างเคียง เช่น คนที่เป็นโรคหัวใจ อาการของ Long Covid ก็จะใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ คนที่เป็นหอบหืดจะหายใจลำบาก ไอเรื้อรัง ซึ่ง Long Covid ไม่ได้เกิดกับทุกคน ซึ่งบางประเทศพบ Long Covid ประมาณ 10% ของผู้ป่วยโควิดทั้งหมด ขณะที่บางประเทศพบถึง 30-40% ส่วนในประเทศไทยนั้นผลสำรวจยังไม่ชัดเจน
เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิด Long Covid หลังจากที่ผู้ป่วยหายจากโควิดแล้วนั้น “นพ.ธีระวัฒน์” อธิบายว่า มี 3 สาเหตุ คือ
1) เกิดจากการที่เชื้อโควิดทำลายระบบควบคุมการอักเสบ ส่งผลให้หลังหายจากโควิดระบบในร่างกายเกิดการอักเสบไม่รู้จบ ซึ่งจะแยกเป็น 2 ลักษณะ คือ อาการที่เกิดขึ้นในสมอง และอาการที่ไม่ได้เกิดกับสมองซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย แต่หากเป็นอาการที่ไม่ได้เกิดกับสมองการรักษาจะง่ายกว่า แต่บางรายอาจจะเกิดทั้งในสมองและส่วนอื่นของร่างกาย
สาเหตุที่ 2) เกิดจากเชื้อโควิดที่ซ่อนอยู่ โดยแม้จะรักษาโควิดหายแล้วแต่ยังมีเชื้อโควิดที่ซ่อนอยู่ในเนื้อเยื่อ ซึ่งเชื้อที่หลบอยู่ในร่างกายจะจุดชนวนเป็นระยะทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นกับทุกอวัยวะในร่างกาย และจากการศึกษานั้นพบว่าเกิดขึ้นได้กับโควิดทุกสายพันธุ์ อย่างไรก็ดี ในส่วนของสายพันธุ์โอมิครอนนั้นยังไม่แน่ใจว่าเชื้อจะสามารถหลบซ่อนได้หรือไม่ ถ้าหากเชื้อโอมิครอนสามารถหลบซ่อนได้การรักษาคงลำบากเพราะเชื้อสามารถแพร่ได้รวดเร็วมาก
สาเหตุที่ 3) Lovg Covid ที่เกิดจากวัคซีนซึ่งทำให้เกิดผลกระทบเช่นเดียวกับ Long Covid ที่เกิดขึ้นหลังหายจากโควิด ซึ่งอาการจะเหมือนกันทุกอย่างและเกิดได้กับร่างกายทุกส่วน ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากเพราะวัคซีนอาจจะทำลายระบบควบคุมการอักเสบได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการอักเสบเกิดขึ้นเรื่อยๆ เป็นการอักเสบเรื้อรัง อย่างไรก็ดี สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้โดยการฉีดวัคซีนใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งจะช่วยลด Long Covid ที่เกิดจากวัคซีนให้น้อยลง เนื่องจากวัคซีนนั้นคือตัวจำลองของโควิดที่ฉีดเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน
“เรากำลังจิตตกมาก เพราะโอมิครอนแพร่เชื้อได้เร็วมาก ถ้าหากเกิด Long Covid คนที่เป็น Long Covid จะมีจำนวนมหาศาล ซึ่งผลกระทบจะเกิดขึ้นได้กับทุกอวัยวะ แต่หากเกิดกับระบบสมองจะเป็นปัญหาใหญ่ และหากเกิดกับเด็กเล็กอาจจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของร่างกาย ดังนั้น ตอนนี้นอกจากเราต้องรักษาผู้ป่วยโควิดเฉียบพลันแล้ว ยังต้องต้องรับมือกับ Long Covid ที่เกิดกับผู้ป่วยโควิดที่หายแล้ว และ Long Covid ที่เกิดจากวัคซีนซึ่งส่งผลกระทบระยะยาว ซึ่งความน่ากลัวของ Long Covid คืออาจกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หาย” นพ.ธีระวัฒน์ ระบุ
ระยะเฝ้าระวัง 6 เดือน
นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวต่อว่า ตัวเลขจากทั่วโลก พบว่ามีผู้ที่เป็น Long Covid ถึง 30% ของผู้ที่หายจากโควิดทั้งหมด ซึ่งหมายถึงผู้ที่มีอาการทุกระบบของร่างกาย แต่หากเป็น Long Covid ที่มีอาการทางสมองและระบบประสาทจะมีอยู่ประมาณ 8-15% ของผู้ที่หายจากโควิด ซึ่งล่าสุดประเทศฟินแลนด์ได้ประกาศว่า Long Covid ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของฟินแลนด์ ส่วนผลกระทบของ Long Covid จะอันตรายมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือไม่ และอาการป่วยที่เกิดจากโควิดรุนแรงหรือเปล่า ถ้ารุนแรง Long Covid ก็จะรุนแรงตามไปด้วย
โดย Long Covid จะเกิดตั้งแต่หลังหายจากโควิดไปจนถึง 6 เดือนหลังจากนั้น ซึ่งถือเป็นระยะที่ต้องเฝ้าระวัง ความผิดปกติที่เกิดจาก Long Covid นั้นควบคุมและรักษายากมาก มีอันตรายถึงตายได้หากมีภาวะสมองอักเสบเรื้อรังซึ่งหลังจากเป็น Long Covid จะมีอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ รักษายาก และกลายเป็นโรคเรื้อรัง อีกทั้งอาจเกิดอาการเฉียบพลันขึ้นมาได้เป็นพักๆ
“Long Covid สามารถทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าหากเป็นภาวะที่ทำให้เกิดสมองอักเสบเรื้อรังและเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจเกิดภาวะเฉียบพลันได้เป็นระยะ ที่หนักที่สุดสำหรับเราตอนนี้คือคนไข้เก่าที่เป็นโรคทางสมองอยู่แล้ว เช่น พาร์กินสัน สมองเสื่อม ลมชัก ซึ่งหลังจากหายจากโควิดก็มีอาการมากขึ้น สมองเสื่อมมากขึ้น ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีอาการลมชักที่ควบคุมไม่ได้ หรือคนที่เป็นสมองอักเสบที่เกิดจากภูมิคุ้มกันแปรปรวนก็ควบคุมอาการได้ยากขึ้น หากมีอาการความจำเสื่อม การเคลื่อนไหวผิดปกติ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จะอันตรายมาก และกลายเป็นภาระของครอบครัว อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อสุขภาพจิตด้วย” นพ.ธีระวัฒน์ กล่าว
วิธีรักษา
สำหรับวิธีรักษา Long Covid นั้น “นพ.ธีระวัฒน์” ระบุว่า บางรายอาจค่อยๆ หายไปเอง แต่ในรายที่รุนแรงต้องใช้ยาซึ่งแพทย์ต้องประเมินว่าความรุนแรงของอาการ ถ้ารุนแรงมากต้องใช้ยาแรง และต้องดูว่าภาวะความอักเสบยังหลงเหลือในร่างกายหรือไม่ ถ้าหลงเหลืออยู่ต้องใช้ยาที่ควบคุมการอักเสบ ซึ่งยาจะแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอาการ สำหรับวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโควิดและฉีดวัคซีนใต้ชั้นผิวหนังเพื่อลดผลกระทบจากการแพ้วัคซีน ซึ่งจากการติดตามข้อมูลพบว่าวัคซีนทุกตัวทุกยี่ห้อมีโอกาสแพ้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น ซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ตอบรับการฉีดวัคซีนใต้ชั้นผิวหนังเป็นอย่างดี ขณะที่ผู้ป่วยมี่หายจากโควิดแล้วต้องพยายามฟื้นฟูสุขภาพและหากมีโรคประจำตัวต้องพยายามควบคุมให้ดีที่สุด เพราะหากเป็น Long Covid โรคประจำตัวที่เป็นอยู่จะปะทุขึ้นมาหมด
สอดคล้องกับ อธิบดีกรมการแพทย์ ซึ่งระบุว่า การป้องกัน Long Covid ที่ดีที่สุดคือป้องกันตัวเองไม่ให้ติดโควิด ถ้าติดแล้วต้องสำรวจตัวเองว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ซึ่งการจะเกิด Long Covid หรือไม่นั้นนั้นขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง ประการแรก ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวกับตัวผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นอายุ สุขภาพ มีโรคประจำตัวหรือไม่ ถ้าอายุมากและมีโรคประจำตัว โอกาสที่จะเป็น Long Covid จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อีกประการหนึ่งคืออาการขณะที่ป่วยโควิด ถ้าอาการหนัก โอกาสที่จะเป็น Long Covid ก็จะสูง แต่ถ้าติดโควิดแล้วไม่มีอาการ ร่างกายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว อายุยังน้อย โอกาสที่จะเป็น Long Covid ก็จะน้อย
โดยผู้ป่วยโควิดควรเฝ้าระวังการเกิด Long Covid อย่างน้อย 2-3 เดือนหลังจากหายจากโควิด ทั้งนี้พบว่าผู้หญิงมีโอกาสเกิด Long Covid มากกว่าผู้ชาย ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเพราะขณะป่วยโควิดผู้หญิงจะเกิดการอักเสบในอวัยวะต่างๆ ได้มากกว่า และผู้ที่มีโรคประจำตัวจะได้รับผลกระทบมากกว่า
“หลักการคือระวังอย่าให้ติดโควิด ซึ่งจะไม่เป็น Long Covid แน่ๆ หากติดโควิดต้องดูว่าร่างกายตนเองเป็นอย่างไร ถ้ามีปัญหารีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ เช่น ถ้ามีอาการหอบหืด ต้องทดสอบเป่าลมหายใจเพื่อดูว่าปอดทำงานดีไหม ถ้ามีอาการใจสั่นต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อทดสอบการเต้นของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่ คือผลกระทบโดยรวมไม่น่าจะรุนแรง ยกเว้นคนที่มีโรคประจำตัว อายุเกิน 60 ปี หรือมีอาการรุนแรงขณะที่ป่วยโควิด ซึ่งอาการ Long Covid อาจจะรุนแรงและเรื้อรัง เช่น นอนไม่หลับ หายใจหอบเหนื่อย ส่วนนอกเหนือจากนั้นอาการจะไม่รุนแรง แต่คุณภาพชีวิตไม่เหมือนเดิม” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว
ทุกฝ่ายเตรียมรับมือ
ส่วนแนวทางการรับมือกับ Long Covid นั้น “นพ.ธีระวัฒน์” ชี้แจงว่า ขณะนี้ทางศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่กำลังพัฒนาวิธีการประเมินว่าการอักเสบนั้นยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า และหากการอักเสบยังหลงเหลืออยู่มันเข้าไปสร้างขยะพิษในสมองมากน้อยแค่ไหน สมองถูกทำลายมากน้อยเพียงใด เพื่อที่เราจะได้วางแผนในการให้ยาได้ถูกต้องว่าควรจะใช้ยาแรงระดับใด คือที่จริงเราประเมินได้หมดแล้วแต่วิธีการประเมินนั้นแพงมาก ค่าใช้จ่ายครั้งละ 15,000-30,000 บาท เลยทีเดียว เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาวิธีประเมินใหม่เพื่อให้สามารถตรวจผู้ป่วยได้ทั้งประเทศ
ส่วนการเตรียมรับมือ Long Covid ของระบบสาธารณสุขไทยน่าจะเป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งต้องระวังในส่วนของอาการจิตตก หดหู่ ซึมเศร้า อ่อนเพลีย ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่จะคิดว่าเกิดจากความวิตกกังวลหลังติดโควิดจึงให้ยาแก้ซึมเศร้า แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นอาการที่เกิดจากการอักเสบที่หลงเหลืออยู่ในร่างกาย ซึ่งต้องให้ยาต้านการอักเสบ หรือหากอาการดังกล่าวเกิดจากทั้งสองสาเหตุต้องให้ยาทั้งสองอย่าง ดังนั้น จึงต้องประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ขณะที่ “อธิบดีกรมการแพทย์” เปิดเผยถึงแนวทางการรับมือของกระทรวงสาธารณสุขต่อ Long Covid ว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้ทุกโรงพยาบาลเตรียมรับมือ พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ที่สงสัยว่าจะเป็น Long Covid ไปตรวจกับโรงพยาบาลที่ให้การรักษาโควิดก่อน หากมีอาการที่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถรักษาได้จะส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่มีความชำนาญเพื่อให้สามารถรักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที เราวางระบบทุกอย่างไว้รองรับแล้ว


