xs
xsm
sm
md
lg

ไทยเผชิญหลุมดำการเงิน-ดอกเบี้ยจริงติดลบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คนมีเงินออมระทมเจอดอกเบี้ยต่ำติดดินยังไม่พอ กลัวความเสี่ยง ไม่มีทางไปจำทนฝากแถมเจอเงินเฟ้อพุ่งทะยาน กดดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ อาจเจออีกหลายเดือน คาดแบงก์ชาติไม่ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเหตุต้องการฟื้นเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 กลายเป็นแรงผลักให้ต้องยอมเสี่ยงหาแหล่งผลตอบแทนสูง เตือนระวังมิจฉาชีพหลอกลงทุน

ท่ามกลางความวิตกกังวลในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้เสียชีวิตที่อยู่ราว 20-40 รายต่อวัน รวมไปถึงการเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนที่หลายหน่วยงานเตรียมจุดฉีดในหลายพื้นที่ และความสับสนในเรื่องการลงทะเบียนฉีดวัคซีน ที่มีทั้งแอปหมอพร้อม ประกันสังคม กรุงเทพมหานคร นนทบุรี

ขณะที่ภาคเศรษฐกิจต่างประสบปัญหาทั้งเรื่องการว่างงาน และรายได้ของประชาชนในบางกลุ่มอาชีพลดลงจากการปิดให้บริการ จนรัฐบาลต้องออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ

ภาคการเงินเจอปัญหาเรื่องเงินล้นระบบ การปล่อยสินเชื่อชะลอตัวทั้งจากผู้ประกอบการกังวลต่อสถานการณ์ไม่กล้าลงทุนเพิ่ม และธนาคารเองเกรงเรื่องความเสี่ยงต่อการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ รวมถึงการลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากเหลือเพียง 1 ล้านบาทที่จะมีผลในวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ทำให้เงินออมของประชาชนไหลเข้าไปสู่ธนาคารรัฐเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ตามมาคือ สลากออมทรัพย์ของธนาคารรัฐจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว แม้ผลตอบแทนที่ได้จะต่ำมาก

นาทีนี้แบงก์พาณิชย์แทบไม่มีโปรโมชันเงินฝากดอกเบี้ยที่สูงกว่าตลาด สลากออมทรัพย์ของธนาคารรัฐลดรางวัลและลดการออกสลากใหม่ ให้ผลตอบแทนต่ำมาก พันธบัตรรัฐบาลออกมาเป็นรอบๆ หากผลตอบแทนสูงกว่าตลาด แทบจะไม่เหลือมาถึงมือประชาชนทั่วไป

หากต้องการยอมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับดอกเบี้ยสูงอย่างหุ้นกู้ ที่แม้จะระบุว่าเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป แต่ในทางปฏิบัติแล้วลูกค้าขาจรไม่มีโอกาสที่จะเอื้อมถึง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้จำหน่ายมักจะเก็บไว้ให้ลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารเป็นลำดับแรก และไม่เหลือมาถึงลูกค้าขาจรทั่วไป นั่นเท่ากับปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งออมเงินดอกเบี้ยดี หรือหากจะเหลียวกลับไปมองกองทุนรวมที่มีนักการเงินมืออาชีพคอยบริหารให้ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของผลตอบแทนที่อาจส่งผลต่อเงินต้นให้ลดลงได้


รู้ยังดอกเบี้ยฝากติดลบ

เมื่อไม่มีหนทางไปของเงิน ทุกอย่างจึงไปกองที่ธนาคารทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ ที่แม้ผลตอบแทนที่ได้รับจะต่ำมากแต่ทุกคนก็ต้องยอมรับบนเงื่อนไขที่เป็นแหล่งออมที่มีความปลอดภัย

แต่ทุกข์ของคนมีเงินออมไม่ว่าจะตั้งใจออมเพื่ออนาคตในช่วงที่พ้นวัยทำงาน หรือเพื่อความมั่นคงของครอบครัวยังไม่หมดไป เมื่อผลตอบแทนที่ต้องยอมฝากเงินเพื่อรับดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถูกตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนเมษายน 2564 พุ่งขึ้นมาที่ 3.41% สูงที่สุดในรอบ 14 เดือน

ในทางการเงินวัดดอกเบี้ยที่แท้จริงใช้อัตราดอกเบี้ยในตลาดหักลบด้วยตัวเลขเงินเฟ้อ เช่น ดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 0.5% เงินเฟ้อเมษายน 3.41% เท่ากับดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ 2.91% หากเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ที่ 1.79% เท่ากับผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบ 1.62%

ขณะที่เงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคมและเดือนต่อๆ ไปมีแนวโน้มยังอยู่ในอัตราสูง เนื่องจากในช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้นเงินเฟ้อมีตัวเลขติดลบ

ความหมายในทางการเงินคือ หากวัดในเรื่องราคาสินค้าและบริการที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับผลตอบแทนของเงินฝากแล้ว ราคาสินค้าปรับตัวขึ้นสูงกว่า ทำให้การออมเงินเพื่อรับดอกเบี้ยไม่น่าจูงใจ หากเป็นสถานการณ์ปกติธนาคารแห่งประเทศไทยจะเข้ามาบริหารจัดการด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุม แต่ช่วงโควิด-19 การสกัดเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยย่อมไม่ส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ


เงินเฟ้อพุ่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ออกบทวิเคราะห์ ภาวะเงินเฟ้อสูง...กดดันผลตอบแทนแท้จริง แต่ก็เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจ สภาพคล่อง และดอกเบี้ยของ กนง.

ในภาวะปัจจุบัน ทั่วโลกกำลังเผชิญความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ และไทย ทั้งนี้ แม้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันที่ขยับขึ้น และปัจจัยเรื่องฐานเปรียบเทียบจะเป็นสาเหตุสำคัญที่หนุนทิศทางเงินเฟ้อในหลายๆ ประเทศให้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2/2564 แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ยังมีปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศที่เป็นสาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้เงินเฟ้อขยับสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่าง ในสหรัฐฯ (อัตราเงินเฟ้อสะท้อนจาก CPI อยู่ที่ 4.2% YoY ในเดือนเมษายน 2564) ปัจจัยเฉพาะเพิ่มเติมที่หนุนเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเป็นเรื่องของข้อจำกัดในภาคการผลิต-บริการ ซึ่งไม่สามารถตอบสนองได้ทันกับความต้องการที่เร่งตัวขึ้นหลังจากที่มีการคลายล็อกให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง นอกจากนี้ เงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังน่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีแผนจะดำเนินการหลายโครงการในช่วงหลายเดือนหลังจากนี้

สำหรับประเทศไทย อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ 3.41% YoY เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขยับขึ้นจาก -0.08% YoY ในเดือนมีนาคม 2564 โดยแม้สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นจะมาจากปัจจัยเรื่องฐานเปรียบเทียบที่ต่ำในช่วงเดียวกันปี ก่อนที่โดนกระทบจากโควิด-19 รอบแรก แต่ก็ยังคงต้องติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันและสถานการณ์ของค่าเงินบาทซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยมีโอกาสทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

แบงก์ชาติคงไม่ขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี สถานการณ์เงินเฟ้อและความแข็งแรงของภาวะเศรษฐกิจไทยกับสหรัฐฯ มีความแตกต่างกัน เพราะสภาวะเงินเฟ้อไทยในปัจจุบันเกิดขึ้นจากปัจจัยด้านอุปทาน และเป็นช่วงจังหวะเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันและความเสี่ยงจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่สาม ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อเนื่องยังแนวโน้มการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะที่เหลือของปีนี้และปีหน้า

ภายใต้สภาวะเงินเฟ้อจากปัจจัยด้านอุปทานและเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนสูงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มีโอกาสน้อยมากที่อัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้น (เพราะไม่ใช่กรณีที่เงินเฟ้อเกิดขึ้นพร้อมกับเศรษฐกิจที่ขยายตัว) โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะยังคงให้น้ำหนักความสำคัญกับการดูแลปัญหาเศรษฐกิจมากกว่าปัญหาเงินเฟ้อ และน่าจะยังต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ด้วยการยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำ เพื่อช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพรวม

สอดคล้องไปกับมาตรการด้านการคลังที่ยังจะต้องเน้นการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อประคองสถานการณ์กำลังซื้อและรายได้เพื่อให้ครัวเรือนมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปก่อน

เงินเฟ้อกดดอกเบี้ยจริงติดลบ

ส่วนผลกระทบของเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นต่อผลตอบแทนจากการออมและลงทุนนั้นคงต้องย้อนมองฝั่งอัตราดอกเบี้ยตลาดการเงินและอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีการปรับตัวตามกลไกการส่งผ่านของอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินของ กนง. ดังนั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายยังทรงตัวต่ำ สภาวะเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ และระบบธนาคารพาณิชย์ไทยยังมีภาวะสภาพคล่องสูง (4.62 ล้านล้านบาท) จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยตลาดและอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำตามไปด้วย

ดังนั้น เมื่อเงินเฟ้อเร่งขึ้นจึงส่งผลทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทย หรืออัตราดอกเบี้ยที่หักด้วยเงินเฟ้อเริ่มมีค่าติดลบแล้วตั้งแต่ในเดือน เม.ย.2564 ที่ผ่านมา โดยเงินเฟ้อในเดือน เม.ย.2564 อยู่ที่ 3.41% YoY สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ

สำหรับแนวโน้มเงินฝากในปี 2564 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ยอดคงค้างเงินฝากปี 2564 ในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศน่าจะประคองการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเติบโตอาจชะลอลงมาอยู่ในช่วง 3.5-5.0% เทียบกับที่เติบโตสูงถึง 10.9% ในปี 2563 นำโดยการเติบโตของเงินฝากในกลุ่ม CASA (บัญชีกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์) ซึ่งจะยังทำหน้าที่แหล่งพักเงิน/สภาพคล่องที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังคงมีสัญญาณไม่แน่นอนจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศ

นอกจากนี้ เงินฝากในกลุ่ม CASA ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้ประโยชน์สาหรับธุรกรรมทางการเงินที่หลากหลาย สำหรับภาพรวมการออกแคมเปญเงินฝากใหม่ในปี 2564 นี้ คาดว่าจะยังคงมีจำนวนที่น้อยกว่าจำนวนแคมเปญที่ครบกำหนด และจะยังคงเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในแคมเปญใหม่ๆ เพื่อบริหารต้นทุนเงินฝากให้เหมาะสม เนื่องจากสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ยังคงอยู่ในระดับสูง

เตือนระวังมิจฉาชีพ

แหล่งข่าวที่ติดตามคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจกังวลว่า ลำพังเรื่องเงินออมไม่มีที่ไปแม้ได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ก็ล่อใจมิจฉาชีพที่พร้อมจะหลอกลวงอยู่แล้ว นี่ยิ่งมาเจอเรื่องเงินเฟ้อสูงที่ทำให้ดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ผู้มีเงินออมต่างต้องการแสวงหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น

รูปแบบการหลอกลวงในยุคนี้มีทั้งประเภทออมเงินดอกเบี้ยสูงในระยะเวลาไม่กี่วัน ซึ่งใช้ช่องทางบนออนไลน์ในการชักชวน แจ้งอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาคืนเงินให้ทราบ พร้อมทั้งโชว์สลิปโอนเงินว่าจ่ายคืนให้ลูกค้าจริงพร้อมดอกเบี้ยที่แจ้งไว้ หรือการตั้งวงแชร์ออนไลน์ขึ้นมา ซึ่งทำได้สะดวกจากการโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ

แต่เมื่อเจ้ามือหมุนเงินไม่ทันก็จะปิดไลน์และช่องทางการติดต่ออื่นๆ หนี บางรายก็กลับไปเปิดระดมเงินใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ พวกนี้เงินหลักสิบหลักร้อยก็รับหมด เพราะหลายคนไม่กล้าลงเงินก้อนใหญ่


สร้างรูปแบบอินเตอร์

กลุ่มต่อมาเป็นการชักชวนให้เสี่ยงโชค ทั้งหวยไทย ลาว เวียดนาม หรือชวนเล่นกาสิโนออนไลน์ที่ให้วงเงินล่วงหน้าล่อใจ หรือทำการตลาดด้วยการแจกเงิน อ้างว่าช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนแลกกับการแชร์ Link ไปตามกลุ่มต่างๆ ที่เป็นการประชาสัมพันธ์เว็บพนันที่เป็นผู้สนับสนุน

กลุ่มที่สร้างความน่าเชื่อถือมากที่สุดจะเป็นการคิดรูปแบบการลงทุนที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ชวนมาร่วมทำธุรกิจขายของออนไลน์ บางรายต้องเสียค่าสมาชิกแต่ออกแบบมาเหลือเพียง 1-2 พันบาท สินค้าที่ขายมักเป็นสินค้าที่คุณภาพไม่สูง แต่จะมีการแทรกสินค้าแบรนด์เนมมาบ้างในบางช่วง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ผลตอบแทนที่ได้มาจากทั้งการหาสมาชิกใหม่และยอดขายสินค้า บางรายแปลงให้เป็นเงินสกุลดิจิทัล ทำให้ดูเหมือนเป็นรูปแบบการค้าในระดับสากล

บางเจ้าเสนอการลงทุนในเงินสกุลต่างประเทศ ไปจนถึงการเทรดบิตคอยน์ แม้ในต่างประเทศจะมีการลงทุนในลักษณะนี้จริง แต่ยังเป็นสินค้าใหม่สำหรับคนไทย ซึ่งมีความเสี่ยงสูง

ได้แค่ระยะแรก

อยากให้คนที่มีเงินออมตั้งข้อสังเกตว่า ธุรกิจเหล่านี้ได้รับอนุญาตจากทางการของไทยแล้วหรือไม่ เคยมีผู้เสียหายจากการร่วมลงทุนในลักษณะนี้บ้างหรือไม่ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ในเรื่องของผลตอบแทนที่ได้รับนั้นอาจจะจริงในช่วงแรก เพราะเจ้ามืออาจจ่ายให้เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้ารายอื่น แต่ต้องดูในระยะยาวด้วย

ผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาดนั้นมักต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง ถามว่าบุคคลเหล่านี้เป็นนักบริหารเงินจริงหรือไม่ เพราะในสภาพตลาดแบบนี้คงมีคนไม่มากนักที่สร้างผลตอบแทนได้เหนือตลาดบนเงื่อนไขความปลอดภัยของเงินต้น

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในเวลานี้ทั้งเงินออมล้นระบบ ผลตอบแทนดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ หากยึดที่ความปลอดภัยของเงินต้นเป็นหลักแล้ว เราทำได้เพียงอดทนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ยอมรับสภาพกับสิ่งที่เป็นอยู่ รอให้สถานการณ์คลี่คลายแล้วค่อยหาช่องทางที่ปลอดภัยใหม่






กำลังโหลดความคิดเห็น