xs
xsm
sm
md
lg

ชี้จุดแข็ง-จุดอ่อนตลาดออนไลน์ปี 64 ท่ามกลางโควิด-19 ระลอกใหม่ ขายยังไงให้รุ่ง!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“นักการตลาด” ชี้ปี 64 ตลาดออนไลน์แข่งดุ! แนะเร่งสร้างแบรนดิ้ง ต้องมีตัวตนบนโลกออนไลน์ “อ.เบิร์ด” เผยกลยุทธ์และจุดเด่น-จุดด้อยของสื่อโซเชียลแต่ละประเภท ย้ำแอดมินเพจต้องเปลี่ยนมารับออเดอร์กะดึกเพื่อช่วงชิงลูกค้า ด้าน “ณัฐวุฒิ” ระบุ 6 อาชีพมาแรงรับโควิด-19 ระลอกใหม่!

เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้ การซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์จึงเป็นที่จับตาขึ้นมาอีกครั้ง ส่วนว่าในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ การค้าออนไลน์จะคึกคักเหมือนช่วงที่โควิด-19 เข้ามาระบาดใหม่ๆ หรือไม่ และพ่อค้าแม่ค้าจำเป็นต้องปรับตัวต่อวิกฤตครั้งนี้อย่างไรบ้างนั้น? นักการตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketer คงจะสามารถไขข้อข้องใจในเรื่องนี้ได้

นายณัฐวุฒิ ภู่เพชร นักการตลาดออนไลน์
นายณัฐวุฒิ ภู่เพชร นักการตลาดออนไลน์ ชี้ว่า ปี 2564 นี้ ตลาดออนไลน์ยังมีบทบาทสำคัญ แต่จะไม่บูมเท่าปี 2563 ที่ผ่านมา แม้ไทยจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่นเดียวกับปีที่แล้ว เนื่องจากรอบนี้รัฐบาลไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ไม่มีการสั่งปิดห้างร้านเหมือนการระบาดรอบแรก แค่ประกาศล็อกดาวน์จังหวัด ภายในจังหวัดยังทำการค้าขายได้ ยกเว้นในบางพื้นที่เสี่ยงเท่านั้น ขณะที่เงินเยียวยาที่รัฐจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก็น้อยกว่ารอบแรก ทำให้กำลังซื้อน้อยกว่า

อีกทั้งเมื่อปีที่แล้วผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้มีผู้ค้าในระบบออนไลน์เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ปีนี้ตลาดออนไลน์มีการแข่งขันสูงขึ้น ต่างจากโควิด-19 รอบแรกที่ใครจับตลาดออนไลน์ก่อนก็รวยก่อน นอกจากนั้น ผู้ค้ารายใหญ่ก็มาเข้ามาจับตลาดออนไลน์เช่นกัน และมีศักยภาพในการยิงโฆษณามากกว่าผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้ารายย่อยจึงต้องพยายามขายผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้ง facebook, TikTok, google หรือ E-Marketplace อย่าง Shopee, Lazada

แต่กลยุทธ์การขายที่สำคัญมากในปีนี้คือการสร้างแบรนดิ้ง (Branding) หรือตัวตนบนโลกออนไลน์ของเจ้าของสินค้า เพราะในอนาคตคนดังจะไม่ใช่ศิลปินดาราอีกต่อไป แต่เป็นคนธรรมดาที่มีความน่าสนใจทำให้มีผู้ติดตามจำนวนมาก เมื่อคนเหล่านี้โพสต์ขายสินค้า ไม่ว่าขายอะไรลูกค้าก็พร้อมจะช่วยซื้อ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ที่ขายในตลาดจะเหมือนหรือคล้ายคลึงกัน แต่คนตัดสินใจซื้อเพราะชอบคนขาย ตัวอย่าง เช่น พิมรี่พาย, ฮาซัน ขายอาหารทะเลตากแห้ง

ซึ่งการสร้างแบรนดิ้งต้องมีองค์ประกอบดังนี้
1)ผู้ขายจะต้องมีเอกลักษณ์หรือจุดขายที่น่าสนใจ
2)เข้าถึงง่าย
3)มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เช่น ทักทายลูกค้าที่เข้ามาดูไลฟ์สด ตอบคำถามขณะไลฟ์ขายสินค้า
4)มีความจริงใจ เช่น ถ้าเสื้อที่ขายมีตำหนิก็บอกตรงๆ ว่ามีตำหนิ

ทั้งนี้ การขายผ่านตลาดออนไลน์ในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ตัวสินค้า แต่แข่งกันที่บริการและความน่าเชื่อถือ ซึ่งผู้ซื้อจะต้องสามารถซื้อสินค้าได้ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก รวดเร็วทั้งในการตอบคำถามและจัดส่งสินค้า

“อ.เบิร์ด” ภกรณ์ มลสิริเรืองเดช ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดออนไลน์
ขณะที่ “อ.เบิร์ด” ภกรณ์ มลสิริเรืองเดช ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดออนไลน์ มองว่า ตลาดออนไลน์ในปีนี้น่าจะดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว
เนื่องจากปีที่ผ่านมามีปัจจัยเร่งให้คนหันมาซื้อและขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์กันมากขึ้น ขณะที่มาตรการของภาครัฐก็ผลักดันให้ประชาชนรู้จักและใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน เช่น โครงการคนละครึ่ง ซึ่งทำให้ตอนนี้คนไทยคุ้นชินกับการซื้อของออนไลน์ อย่างไรก็ดี แม้จำนวนผู้ซื้อสินค้าผ่านออนไลน์จะมากขึ้นแต่ผู้ขายในระบบออนไลน์ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้น ปีนี้ตลาดออนไลน์จึงมีการแข่งขันมากขึ้น อย่างไรก็ดี แพลตฟอร์มที่เป็นช่องทางการขายแบบออนไลน์ก็มีช่องทางต่างๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยกระตุ้นการขายได้ไม่น้อย เช่น ลาซาด้า จัดมหกรรมลดราคาถี่ขึ้น

“การปรับเพิ่มช่องทางการขาย โดยขายทั้งแบบออฟไลน์คือมีหน้าร้าน และขายแบบออนไลน์ด้วยจะทำให้มีลูกค้ารายใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จะเห็นได้ว่าหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบแรกลดน้อยลงและคนกลับมาใช้ชีวิตปกติ กลับมาซื้อสินค้าที่หน้าร้านเหมือนเดิม แต่หลายร้านยอดขายผ่านออนไลน์ลดลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งเท่ากับว่าเขามียอดขายและรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนที่จะเกิดโควิด-19” ภกรณ์ ระบุ

อาจารย์เบิร์ด ยังให้คำแนะนำในการทำตลาดออนไลน์ในปีนี้ ว่า เนื่องจากการขายออนไลน์ในแต่ละช่องทางนั้นมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน จึงต้องมีการวางแผนให้เหมาะกับประเภทสินค้าและเหมาะกับการขายแต่ละช่องทางด้วย

1) facebook และ E-Marketplace อย่าง Shopee, Lazada เป็นช่องทางการขายที่ได้ผลดี แต่การแข่งขันสูง ดังนั้น ผู้ขายสินค้าจึงต้องเน้นการออกแบบสินค้าที่โดนใจ และนำเสนอจุดขายที่ตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ เพื่อให้ลูกค้าตัดสินซื้อเร็วที่สุดก่อนที่จะข้ามไปดูสินค้าของเจ้าอื่น ดังนั้น จึงต้องศึกษาก่อนว่าจริงๆ แล้วลูกค้าอยากได้อะไรจากสินค้าที่เราขาย เช่น สินค้าที่ขายคือเก้าอี้สำนักงาน ผู้ขายซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าด้วยนั้นอาจมองว่าเก้าอี้ของตัวเองมีความแข็งแรงทนทาน จึงนำประเด็นนี้มาเป็นจุดขาย ทั้งๆ ที่ในมุมของคนซื้อต้องการเก้าอี้สำนักงานที่ดีไซน์สวยและนั่งสบาย ซึ่งแม้สินค้าตัวนี้จะมีคุณสมบัติครบ คือ แข็งแรง ดีไซน์สวยและนั่งสบาย แต่ถ้าคนขายไม่นำเรื่องดีไซน์และนั่งสบายมาชูเป็นจุดขาย ลูกค้าก็ไม่สนใจซื้อ


2) ยูทูป และกูเกิล เป็นช่องทางขายที่ได้ผลดีมาก และการแข่งขันไม่สูงนัก แต่ปัญหาคือคนขายมักยิงแอดยูทูปไม่ค่อยเป็น และปัญหาที่พบมากคือลักษณะของรายการที่ลงโฆษณาไม่ตรงกับประเภทสินค้า เช่น ช่องยูทูปเป็นรายการชิมอาหาร แต่สินค้าที่ลงโฆษณาเป็นครีมบำรุงผิว คนที่เห็นแอดจึงไม่ใช่ลูกค้าเป้าหมาย และไม่ตัดสินใจซื้อ

3) ปัจจุบันราคาค่าลงโฆษณาบนยูทูป และกูเกิลถูกลง แต่มีผู้ที่เห็นโฆษณาจำนวนมาก โดยหากมีผู้ดูโฆษณาบนยูทูปหรือกูเกิลตามระยะเวลาที่กำหนด 1 ครั้ง จะเสียค่าโฆษณาประมาณ 50 สตางค์ แต่หากคลิกข้ามโฆษณาก่อนเวลาที่กำหนดเจ้าของสินค้าก็ไม่เสียค่าโฆษณา การยิงแอดบนยูทูปและกูเกิลจึงเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจ

4) ผู้ขายที่เป็นรายย่อย หรือ SME ซึ่งคนอาจจะรู้จักน้อย ควรลงโฆษณาในสื่อออนไลน์ให้ครบทุกช่องทาง เพื่อให้สินค้าอยู่กับผู้ซื้อตั้งแต่เริ่มสนใจไปจนถึงตัดสินใจซื้อ เช่น ลูกค้าสนใจอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเพราะอ่านเรื่องเที่ยวญี่ปุ่นใน facebook แอดทัวร์ญี่ปุ่นของบริษัท A จึงเด้งขึ้นมา แต่ลูกค้ายังไม่ตัดสินใจ โดยเข้าไปเสิร์ชหาวิธีเดินทางไปญี่ปุ่นในกูเกิล หากแอดทัวร์ญี่ปุ่นของบริษัท A เด้งขึ้นมาอีก โอกาสที่ลูกค้าจะเลือกซื้อทัวร์จากบริษัท A ก็มีสูง แต่ถ้าบริษัท A ลงแอดใน facebook อย่างเดียวก็จะพลาดโอกาสในการขาย เพราะลูกค้ามักจดจำและตัดสินใจซื้อสินค้าที่เขาเห็นล่าสุด

5) ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขายผ่าน facebook ก็คือแอดมิน หากแอดมินสามารถตอบแชตได้ไว โอกาสที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อย่อมมีสูงมาก เพราะการที่ลูกค้าแชตถามแปลว่าลูกค้าสนใจในสินค้าอยู่แล้ว แต่หากถามแล้วไม่มีใครตอบ ลูกค้าก็จะไปเสิร์ชหาสินค้าประเภทเดียวกันจากเจ้าอื่น

“เนื่องจากการเก็บข้อมูลพบว่าลูกค้าจำนวนไม่น้อยจะสั่งซื้อค้าออนไลน์ในช่วงเวลากลางคืน เพราะเป็นช่วงที่เขาว่างและผ่อนคลายที่สุด ดังนั้น ปัจจุบันเจ้าของสินค้าหลายรายจึงจ้างแอดมินให้ทำงานช่วงกลางคืนด้วย เพื่อให้สามารถรับคำสั่งซื้อและตอบคำถามลูกค้าได้ทันที เพราะจุดนี้คือจุดสำคัญในการช่วงชิงลูกค้า” อาจารย์เบิร์ด กล่าว


สำหรับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้ง 2 ระลอก ซึ่งทำให้วิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปนั้นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์อย่าง ณัฐวุฒิ มองว่า จะส่งผลให้งานในสาขาเหล่านี้มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้น อันได้แก่

1)งานที่ทำให้คนมีอาชีพ เช่น สอนชงกาแฟ สอนการตัดต่อวิดีโอ สอนทำยูทูป

2)สตรีมเมอร์ (Streamer) หรือผู้ผลิตสื่อเกมต่างๆ ให้คนดูผ่านออนไลน์ แล้วมีผู้ติดตามจำนวนมาก หรือที่เรียกว่านักแคสเกม เป็นอาชีพที่สามารถทำรายได้สูงกว่าเงินเดือนประจำ และกลายเป็นอาชีพยอดนิยมของคนรุ่นใหม่

3)ยูทูปเบอร์ เนื่องจากปัจจุบันคนมีความต้องการที่หลากหลายในการเสพสื่อ และต้องการเข้าถึงสื่อโดยไม่จำกัดเวลา คือดูเมื่อไหร่ก็ได้ การดูคลิปที่เสนอคอนเทนต์รูปแบบต่างๆ ในยูทูปจึงได้รับความนิยมอย่างมาก ดังนั้น ใครก็สามารถเป็นยูทูปเบอร์ได้ เพียงแต่มีคอนเทนต์ที่คนสนใจ

4)โค้ช ซึ่งสอนเทคนิคหรือกลยุทธ์ในการเพิ่มศักยภาพในสาขาอาชีพต่างๆ เช่น การยิงแอดโฆษณาออนไลน์ การเทรดหุ้น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

5)สาขาอาชีพที่ซัพพอร์ตสื่อออนไลน์ เช่น ตัดต่อวิดีโอ เขียนสคริปต์

6)อาชีพที่เกี่ยวกับมาร์เกตติ้งออนไลน์ เช่น แอดมินเพจที่ทำรับคำสั่งซื้อและทำหน้าที่ตอบคำถามลูกค้า พนักงานแพกสินค้า

ส่วนสาขาอาชีพที่น่าหนักใจในปีนี้ ได้แก่

1)อาชีพที่เน้นการใช้แรงงาน

2)การขายแบบออฟไลน์ หรือขายผ่านหน้าร้าน ซึ่งหากจะขายออฟไลน์ก็ต้องทำการขายแบบออนไลน์ควบคู่ไปด้วย เพราะแม้แต่ห้างสรรพสินค้าในปัจจุบันก็หันมาขายผ่านออนไลน์ด้วย หรือแบรนด์ใหญ่ๆ ที่มีหน้าร้านของตัวเองก็ไปเปิดร้านในช็อปปี้และลาซาด้าด้วยเช่นกัน

“จากสถานการณ์ปัจจุบันแต่ละคนไม่ควรทำงานแค่อย่างเดียว แต่ควรมี 2-4 จ๊อบเพื่อเพิ่มช่องทางในการหารายได้ และป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอน เนื่องจากเราไม่มีทางรู้ว่าแต่ละบริษัทจะปรับลดเงินเดือนหรือปรับลดพนักงานเมื่อใด

เพราะเชื่อว่านับจากนี้เจ้าของกิจการจะไม่แบกรับภาระ เพราะที่ผ่านมา แบกภาระในช่วงโควิด-19 รอบแรกไปเยอะแล้ว นอกจากนั้นแต่ละคนก็ควรเพิ่มทักษะทั้งในสาขาอาชีพปัจจุบันและสาขาอาชีพใหม่ๆ ” ณัฐวุฒิ กล่าว




กำลังโหลดความคิดเห็น...