xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมกาย“จ้างบวช”บูชาธรรมฯ พร้อมโบนัส - ถีบ“อัยย์”ทำเสียเรื่อง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ธรรมกายแก้ลำโครงการอุปสมบทรุ่นบูชาธรรมมหาปูชะนียาจารย์ 5,000 รูป ต่ำเป้ายังขาดอีกพันกว่ารูป สุดท้ายใช้ไม้เด็ดจ้างบวชอยู่ให้ถึงวันธรรมชัย 27 สิงหาคม รับเงินเดือน 100% และจ่ายโบนัสอีก 50% เมื่อจบโครงการ ด้านการเคลื่อนไหวช่วยเหลือพระผู้ใหญ่คึกคักกันทั้งในและนอกสภาฯ ธรรมกายปัด“อัยย์ เพชรทอง”ที่ร้องทุกข์กล่าวโทษพลเอกประยุทธ์ ไม่เกี่ยวข้องกับวัด ไม่ใช่ตัวแทนศิษย์ ส่วน”สมเกียรติ ศรลัมพ์” ศิษย์ธรรมกายสละเก้าอี ส.ส.ประกบติดรัฐมนตรีคุมงานด้านศาสนา
(ภาพ : Phra Sanitwong Charoenrattawong)
หลังจากพิธีฝังลูกนิมิต 100 ลูก พ่อนิมิตอีก 8 ลูก และยังมีหลานนิมิต เหลนนิมิตให้กับนักบุญทุนน้อยได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 ผ่านพ้นไป ทางวัดพระธรรมกายได้จัดโครงการอุปสมบทรุ่นบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ กำหนดเข้าโครงการตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม สิ้นสุดโครงการในวันที่ 12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2562 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีการอุปสมบทของพระธัมมชโย เป้าหมายระดมคนเข้ามาบวชให้ได้ 5,000 รูป ซึ่งเป็นโครงการบวชฟรี โดยมีผู้นำบุญตามสายต่าง ๆ เดินทางไปชักชวนให้คนมาร่วมบวชในครั้งนี้

แต่ผลที่ออกมานั้นกลับต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แม้ทางวัดจะมีสิ่งจูงใจด้วยการมอบแก้วกายสิทธิ์ ธงชัยพระไตรรัตน์ ให้กับผู้ที่ทำหน้าที่ชวนบวชได้ตามเป้า 20 คนจะได้ 1 ดวง ตอนนี้ทางวัดจึงได้ขยายระยะเวลาในการชวนคนมาบวชออกไปจนถึงวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และยืดเวลาออกไปอีก ทั้งนี้ในวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ซึ่งในวันดังกล่าวจะมีพิธีบรรพชาและมีพิธีอุปสมบทวันที่ 15 สิงหาคม 2562
โครงการบวชบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ และเนื่องในวาระครบ 50 พรรษาของคุณครูไม่ใหญ่ (ภาพ : ใจหยุด 24 น.)
“จ้างบวช”ให้ได้ตามเป้า

แม้จะเพิ่มเงื่อนไขให้ผู้นำบุญชายเข้ามาร่วมบวชได้ แค่เพียง 3 สัปดาห์ไม่ต้องครบกำหนด 12 พฤศจิกายน แต่จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ตัวเลขยอดนาคธรรมทายาทมีจำนวน 3,341 คน ขาดอีก 1,659 คน จึงจะครบ 5,000 รูป นับว่ายอดผู้ที่จะบวชตามโครงการยังต่ำกว่าเป้าอยู่อีกพันกว่าคน ทางฝ่ายจัดการของวัดพระธรรมกายจึงแจ้งมายังกลุ่มลูกศิษย์ ด้วยข้อความดังนี้

ด่วนพิเศษ “นโยบายส่วนกลาง ยอดบวชรุ่นบูชาธรรมฯ ต้องให้ถึง 5,000 ให้ได้”

ขอให้สมาชิกองค์กรทุกท่าน ใน 2 วันนี้ ให้ทิ้งทุกอย่างวางทุกสิ่ง มาช่วยกันตามคนบวชให้ถึงเป้า 5,000 คน โดยแบ่งเป้าให้ทุกสำนักช่วยกันตามเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสำนักละ 20 คน และโซนภูมิภาคโซนละ 50 คน พาเข้าวัดภายในวันที่ 9 สิงหาคม 2562

สำหรับสมาชิกองค์กรชายที่มีศรัทธาจะออกบวชรุ่นบูชาธรรมมหาปูชนียาจารย์ จะมีโปรโมชั่นสวัสดิการพิเศษ โดยติดต่อขอรายละเอียดที่เลขานุการสำนักทุกสำนัก

ตามมาด้วยอีกข้อความที่แจ้งว่า “สมาชิกที่บวช ครูอาสาชาย อาสาฟื้นฟูชาย พนักงานชาย บวชถึงวันธรรมชัย(27 สิงหาคม)เบิกปัจจัยเงินเดือนได้ 100% หลังจากนั้นถึงจบโครงการ ให้ 50% ของเงินเดือน”

แหล่งข่าววงในกล่าวว่า เราได้ตรวจสอบถึงเรื่องนี้ พบว่าเป็นข้อความจริง เพื่อต้องการให้ได้ยอดผู้บวชครบ 5,000 คนตามเป้าที่กำหนดไว้ และเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีการอุปสมบทของพระธัมมชโย คือในวันที่ 27 สิงหาคมที่ทางวัดถือว่าเป็นวันธรรมชัยนั้น จึงต้องการภาพการบวชครั้งใหญ่ให้ออกมาสู่สายตาของคนทั้งโลกจะต้องดูยิ่งใหญ่ ผลจากการออกเงื่อนไขดังกล่าวทำให้ข้อมูลเมื่อ 9 ตุลาคม 2562 เวลา 16.43 น. ยังขาดผู้ร่วมบวชอีก 792 คน

“จะเรียกว่าจ้างบวชก็ว่าได้ ชุดผู้นำบุญขอให้บวช 3 สัปดาห์ แต่ชุดนี้ขอให้บวชได้ถึง 27 สิงหาคม 2562 และพิเศษกว่านั่นคือได้ค่าแรง 100% แถมมีโบนัสให้อีก 50% เมื่อจบโครงการในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562”
นายอัยย์ เพชรทอง องค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ(ภาพ : องค์กรพลังชาวพุทธ)
อัยย์ เพชรทอง ร้องทุกข์กล่าวโทษนายกฯ

ขณะที่ทันทีที่รัฐบาลแสดงท่าทีเดินเครื่องกับคดีความของวัดพระธรรมกายที่ค้างคามาตั้งแต่ปี 2560 ทำเอาบรรดาสายที่ให้การสนับสนุนเครือข่ายของวัดพระธรรมกายทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่างออกมาแสดงบทบาทกันตามแนวทางที่สามารถทำได้

กลุ่มที่มีสถานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรต่างใช้เวทีในสภาฯ ตั้งกระทู้สอบถามเรื่องของสถานการณ์ด้านพระพุทธศาสนา มีทั้งสายตรงของวัดพระธรรมกายอย่างนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อฝ่ายรัฐบาล และยังมีสายจากพรรคเพื่อไทยอย่างนายสุทิน คลังแสง และนายนิยม เวชกามา เป็นเรื่องของเหตุการณ์การจับกุมตัวพระผู้ใหญ่เมื่อปี 2561 แต่ไม่ได้เจาะจงไปที่วัดพระธรรมกาย

ส่วนเกมนอกสภานั้นศิษย์วัดพระธรรมกายอย่างนายอัยย์ เพชรทอง ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในนามขององค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ เมื่อ 5 สิงหาคม 2562 แต่รอบนี้พุ่งเป้าไปที่ตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ด้วยการร้องทุกข์กล่าวโทษว่ากระทำผิดมาตรา 161 และทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ 6 แห่งได้แก่ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ อัยการสูงสุด ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการทหารบก

ทั้งนี้เมื่อ 16 กรกฎาคม 2562 ในการถวายคำสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่จะต้องกล่าวถ้อยคำถวายสัตย์ปฏิญาณตามกฎหมายมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่คณะท่านนายกฯและคณะรัฐมนตรี ได้กล่าวขาดข้อความไม่ครบตามมาตรา 161 อันเป็นผลทำให้การเข้ารับตำแหน่งของคณะท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้

อนึ่งการกระทำของคณะท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ยังหมิ่นเหม่และกระทบจิตใจต่อประชาชนชาวไทยทุกคนที่มีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ยิ่ง กากระทำที่แสดงต่อหน้าพระพักตร์ ต้องตั้งใจกระทำด้วยความเคารพและยึดมั่นความถูกต้องแห่งตัวบทกฎหมายเป็นสำคัญ อีกทั้งการแสดงออกที่ต้องยึดถือความถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ด้วยเหตุนี้กลุ่มองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ(อปพส.) ทั่วประเทศขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายให้ถูกต้อง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้เป็นกฎหมายปกครองประเทศสูงสุดสืบต่อไป
วัดพระธรรมกายชี้แจงไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของนายอัยย์ เพชรทอง
ธรรมกายแจง”อัยย์”ไม่ใช่ตัวแทนวัด

ในวันเดียวกันทางสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ออกหนังสือชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของอัยย์ เพชรทอง และองค์กร อปพส. โดยระบุว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อโซเชียลว่า องค์กร อปพส. เตรียมร้องทุกข์กล่าวโทษ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามโดยผู้ใช้ชื่อว่า อัยย์ เพชรทอง 5 สิงหาคม 2562 โดยอาจทำให้เข้าใจว่าเป็นการกระทำของศิษย์วัดพระธรรมกายนั้น

วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า วัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลและองค์กร อปพส. ทั้งนี้การดำเนินการใด ๆ ที่ผ่านมาหรือที่จะดำเนินการต่อไปของนายอัยย์ เพชรทองและองค์กร อปพส. ไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ไม่ใช่ตัวแทนวัด และไม่ใช่ตัวแทนศิษย์แต่อย่างใด รวมทั้งทางวัดไม่ได้สนับสนุนการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการแสดงทัศนคติด้านอื่น ๆ ทุกประการ

องค์กรพุทธฯ เดินสาย

สำหรับการร้องทุกข์กล่าวโทษนายกรัฐมนตรีของทีมงานนายอัยย์ เพชรทองนั้น สอดคล้องกับแนวทางของพรรคฝ่ายค้านที่ดำเนินการอยู่ นอกจากนี้พรรคการเมืองสายพุทธศาสนานอกสภาอย่างนายกรณ์ มีดี หัวหน้าพรรคแผ่นดินธรรมต่างก็แสดงความคิดเห็นเรื่องของการจับกุมพระชั้นพรหมทั้ง 3 รูปเมื่อ 24 พฤษภาคม 2561 ผ่านทางโซเชียลในระยะหลัง

นอกจากนี้เครือข่ายสายพุทธ ยังได้จัดงานเสวนาวิชาการ พระพุทธศาสนากับความมั่นคงของชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อ 9 สิงหาคม 2562 โดยวิทยากรส่วนใหญ่เคยร่วมงานกับการจัดงานเสวนาครั้งก่อน ๆ ที่จัดโดยสายของอัยย์ เพชรทอง

การเคลื่อนไหวของทีมงานอัยย์ เพชรทอง ในรอบนี้แตกต่างไปจากเดิม เพราะเป็นการพุ่งเป้ามาที่ภาคการเมืองและเล็งเป้าไปที่ตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยตรง ขณะที่ครั้งก่อนเป็นการยื่นตรวจสอบพระปกครองของวัดพระธรรมกาย 6 รูป ด้วยความเชื่อที่ว่าภายในวัดพระธรรมกายมีหนอนที่ต้องการจะโค่นพระธัมมชโยด้วยการให้ถูกดำเนินคดี

ตอนนี้สายที่ให้การสนับสนุนพระเถระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมขั้วอำนาจเดิม ต่างพยายามปลุกเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งส่วนที่มีสถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและองค์กรด้านพุทธศาสนาภายนอก ด้วยเหตุที่รัฐบาลชุดนี้มีข้อจำกัดในเรื่องของเสียงในสภาที่ปริ่มน้ำ ข้อต่อรองบางประการอาจเป็นผลหรือหวังผลไปถึงอายุของรัฐบาลที่อาจสั้นกว่าที่ควรจะเป็น หากเลือกตั้งใหม่โอกาสที่พรรคฝ่ายค้านจะกลับมาเป็นรัฐบาลก็มีความเป็นไปได้สูง

หวั่นล้มเจรจา

กรณีของนายอัยย์ เพชรทอง ครั้งนี้มาในนามขององค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ(อปพส.) ที่เคยเรียกร้องสำเร็จมาแล้วเรื่องเพลงชาติไทยที่ไม่มีภาพของพุทธศาสนาในเพลงชาติ ครั้งนี้กล่าวโทษนายกรัฐมนตรี เรื่องการถวายคำสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

การเดินเครื่องชนนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ย่อมไม่น่าจะเป็นผลดีกับทางวัดพระธรรมกาย เพราะน่าจะมีการเจรจากันระหว่างฝ่ายของวัดพระธรรมกายกับรัฐบาลในเรื่องคดีความของพระธัมมชโย ที่อาจได้สิทธิในการประกันตัวหากเข้ามอบตัวสู้คดี ผลของการเดินเกมของอัยย์อาจทำให้ข้อตกลงบางประการอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง จนเป็นเหตุให้วัดพระธรรมกายออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำของนายอัยย์ เพชรทอง

ช่วงที่พ้นจากมาตรา 44 ทางวัดพระธรรมกายพยายามฟื้นฟูศรัทธาของวัดให้กลับขึ้นมาใหม่อย่างเงียบๆ หลายครั้งที่การเดินสายของทีมงานอัยย์ในรูปของการจัดเสวนาทางวิชาการที่อ้างเรื่องการให้ความรู้ทางกฎหมายกับพระภิกษุตามจังหวัดต่างๆ ถูกเชื่อมโยงมายังวัดพระธรรมกาย จนทำให้ทางวัดเคยออกประกาศห้ามทีมงานของอัยย์ เข้าไปในวัดพระธรรมกาย แต่สุดท้ายมีการยกเว้นชื่อของอัยย์ เพชรทอง ออกจากคำสั่งห้าม

ส่วนสถานการณ์ล่าสุดนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ และส.ส.บัญชีรายชื่อ ฝ่ายรัฐบาลได้ลาออกเพื่อเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลงานด้านศาสนา โดยเลื่อนนางนันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 ขึ้นมาเป็น ส.ส.แทน



กำลังโหลดความคิดเห็น...