xs
xsm
sm
md
lg

ขนส่งทางน้ำสายใหม่ลงทุนแสนล้าน เชื่อม 'แม่น้ำโขง-อ่าวไทย' ผุดSmart City 6แห่ง!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


จับตาโครงการพัฒนาขนส่งทางน้ำ 'สายแม่น้ำโขง-วัง-อ่าวไทยเชื่อมอาเซียน' งบประมาณกว่า 1 แสนล้านบาท มีจุดเริ่มต้นจากแม่น้ำโขง จังหวัดเชียงราย ระเบิดเขาลัดเลาะระยะทาง 20-40 กิโลเมตร ผ่านแม่น้ำกก แม่น้ำลาว มาถึงแม่น้ำวัง และเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลงมาออกอ่าวไทย พร้อมพัฒนาเป็นSmart City 6 แห่ง ใน 6 จังหวัด เพื่อใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวจากจีนมายังประเทศไทยได้สะดวก ชี้โครงการนี้จะเกิดได้หากนายกรัฐมนตรียังคงเป็น 'บิ๊กตู่'

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมอย่างมาก จะเห็นได้จากการลงทุนทั้งทางอากาศ ถนนไฮเวย์ มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูงระหว่างเมือง รถไฟทางคู่ และ รถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายสายจนทำให้เกิดวิกฤตจราจรในขณะนี้ แต่เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกมากขึ้น

อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสนใจกับการพัฒนาระบบคมนาคมในอนาคต ที่เห็นอยู่ในขณะนี้คือการศึกษาของคณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี พล.ท.จเรศักณิ์ อานุภาพ เพื่อนเตรียมทหาร รุ่น 12 (ตท.12) รุ่นเดียวกับบิ๊กตู่ เป็นประธาน ซึ่งมักจะพูดกับเพื่อนๆ กรรมาธิการว่าบิ๊กตู่ทำงานหนักและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอยู่แล้ว ดังนั้น กมธ.จึงต้องทำงานเพื่อเป็นการช่วยเสริมซึ่งกันและกันให้กับรัฐบาลบิ๊กตู่
พล.ท.จเรศักณิ์ อานุภาพ
ดังนั้นสิ่งที่ กมธ.คมนาคม ได้โจทย์มาก็คือต้องศึกษา วิจัย เพื่อดูว่าการคมนาคมในอนาคตใหม่ควรจะเป็นรูปแบบไหนและจะต้องสะท้อนถึงอนาคตของประเทศได้ด้วย โดยจะต้องมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลบิ๊กตู่ไม่ได้ล้าหลัง

“กมธ. ได้โจทย์ก็มีการศึกษา ไฮเปอร์ลูปHyperloop ซึ่งเป็นระบบขนส่งแบบใหม่ สะดวก รวดเร็ว ต้นทุนถูกกว่าไฮสปีดเทรน และมีการผลักดันให้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไปแล้ว และระหว่างนี้เราก็ศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าหากทำได้จริง สายแรกที่น่าจะเกิดคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ แทนไฮสปีดเทรนที่ยังไม่สามารถได้ข้อสรุป”

แหล่งข่าวจาก สนช. บอกว่า กมธ.คมนาคมยังมีโปรเจกต์สำคัญคือโครงการพัฒนาการขนส่งทางน้ำสายแม่น้ำโขง-วัง-อ่าวไทยเชื่อมอาเซียน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการขนส่งทางน้ำ พัฒนาเมืองที่ทันสมัยSmart City เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองหลักและบริหารจัดการน้ำ โดยจะมีการขุดเจาะภูเขาจากแม่น้ำวัง เชื่อมแม่น้ำโขง โดยผ่านแม่น้ำกก และแม่น้ำลาว มีระยะทางประมาณ 20-40 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้เกิดเส้นทางขนส่งทางน้ำตั้งแต่ต้นทางที่จังหวัดเชียงรายติดแม่น้ำโขง สามารถขนส่งสินค้าจากจีน ผ่านลาว เข้ามาประเทศไทยได้สะดวก

จะมีการขุดเจาะตัดลัดไหล่เชิงลาดเขาเข้ามาที่แม่น้ำกก แม่น้ำลาว แม่น้ำวัง เข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน เข้าสู่แม่น้ำบางปะกง และเข้าอ่าวไทย จะทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกและมีการสร้างท่าเรือ (Port) เป็นจุดรับส่งสินค้า ที่คาดว่าจะมีการดึงรางรถไฟเข้ามาที่ท่าเรือเพื่อขนถ่ายตู้ Container ได้สะดวก และมีการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามเมืองต่างๆ สร้างเป็นSmart Cityรวม 6แห่ง"
ที่มา:  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
สำหรับการพัฒนาพื้นที่เป็น Smart City จะมีด้วยกัน 6 จุดใน 6 จังหวัด ประกอบด้วย ที่จังหวัดเชียงราย, ลำปาง, ตาก, กำแพงเพชร, นครสวรรค์ และสิงห์บุรี (ดูแผนที่ประกอบ)

โดยเส้นทางขนส่งทางน้ำสายนี้ พล.ท.จเรศักณิ์ ได้มีการนำไปเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ รวมไปถึงกระทรวงคมนาคมและสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ซึ่งได้รับความเห็นชอบแล้วเพราะเชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในเรื่องของการขนส่ง การค้า และการท่องเที่ยว ซึ่งอาจจะมีการนำเรือท่องเที่ยวขนาดใหญ่จากจีนมายังประเทศไทยได้ด้วย

"มีการคุยกันใน กมธ.ว่า สนข.จะดำเนินการจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาศึกษารายละเอียดของโครงการนี้ ซึ่งต้องลงพื้นที่สำรวจ ทางคณะทำงานของ กมธ.ก็จะลงไปสำรวจด้วยเช่นกัน เราก็มั่นใจว่าทางรัฐบาลจีนต้องให้ความสนใจเพื่อประโยชน์ทางการค้าและการท่องเที่ยวที่จะเชื่อมโยงกันได้สะดวก ซึ่งจีนอาจจะเสนอตัวเข้าร่วมลงทุนก็ได้”

อย่างไรก็ดี ในการศึกษาโครงการนี้ คณะทำงานได้ใช้แผนที่ดิจิทัลจากกรมแผนที่ทางทหาร ควบคู่กับข้อมูลความสูงเชิงเลข (DEM : Digital Elevation Model) มาช่วยวิเคราะห์ในการสร้างเป็นLayer ชั้นรายละเอียด เพื่อให้ได้เส้นทางที่เหมาะสมจากขอบเขตลุ่มแม่น้ำวังที่อยู่ติดกับแม่น้ำกก และแม่น้ำโขงพบว่าสันปันน้ำของกลุ่มแม่น้ำวังอยู่ติดกับลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีความสูงต่ำสุดประมาณ 600-800 เมตร ส่วนสันปันน้ำของลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำกก พบว่าอยู่ช่วง 500-600เมตร และมีระยะทางน้อยกว่าในการขุดเจาะไปยังลุ่มน้ำโขง
ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้คณะทำงานเลือกแนวทางนี้จากกลุ่มแม่น้ำวัง ไปยังแม่น้ำลาว ผ่านแม่น้ำกก และสุดท้ายไปออกแม่น้ำโขง

“ตรงนั้นมีเขาอยู่ 2 ลูก จะใช้เป็นแนวขุดร่องน้ำจากแผนที่ดิจิทัลทหาร เชิงเขาที่บรรจบกันต่ำสุดของเชิงลาดน้ำไหลมารวมกันค่อนข้างเยอะ ก็ต้องดูพื้นที่จริงว่าเป็นหินแข็งหรือหินผุ ถ้าหินแข็งก็ใช้ไดนาไมต์ระเบิด แต่ถ้าเป็นหินผุใช้แบ็กโฮเจาะได้ ซึ่งหินแข็งหรือหินผุจะมีผลต่อต้นทุนค่าก่อสร้างเช่นกัน”
ส่วนแม่น้ำวัง ลงมาถึงอ่าวไทย จะต้องมีการสร้างเขื่อนยกระดับน้ำในแต่ละช่วงของแม่น้ำเพื่อให้การเดินเรือเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละจุดที่เป็นประตูระบายน้ำหรือตัวเขื่อนมีหน้าที่กั้นน้ำและสับเปลี่ยนระดับเรือในการขึ้น-ลงของแม่น้ำ รวมไปถึงการจัดการคลองผันน้ำรอบเมืองและไซฟ่อนในลักษณะต่างๆ เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ต้องผ่านเส้นทางหลักต่างๆ เช่น ถนนพหลโยธินและแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การเดินทางเพื่อออกทะเลอ่าวไทยและเพื่อไปยังประเทศต่างๆ ทางอ่าวไทยได้สะดวกขึ้น

โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนประมาณแสนล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ในรูปแบบการลงทุนภาครัฐต่อภาครัฐ หรือเอกชนที่สนใจแบบPPP

ทั้งนี้จากการประเมินค่าก่อสร้างประมาณแสนล้านบาทนั้นจะใช้ในการก่อสร้างเขื่อนยกระดับน้ำตลอดแนวใช้งบลงทุนถึง 6-7 หมื่นล้านบาท ส่วนค่าขุดเจาะจากแม่น้ำวังขึ้นไปยังแม่น้ำโขงจะประมาณ 2 หมื่นกว่าล้านบาท และโครงการนี้จะเป็นจริงได้ หากรัฐบาลต่อไป ยังเป็นรัฐบาลที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี!