วงในชี้ 'ปรีชาพล พงษ์พานิช' ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน 'เสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์' ฝีมือไม่ธรรมดา แท้จริงคือมือทะลวงข้อมูลนาฬิกา “ริชาร์ด มิลล์” ปล่อยผ่าน เพจ CSI LA เล่นงาน 'บิ๊กป้อม' และยังได้แรงหนุนจาก 'ยิ่งลักษณ์' นั่งเป็นวิปรัฐบาล และ กมธ.สื่อสารฯ พร้อมทำงานใกล้ชิดกับ 'แก๊งไอติม' เตะโด่ง 'เฉลิม อยู่บำรุง' พ้นทำเนียบ ถึงวันนี้ปรีชาพลจะเป็นอัศวินที่ตระกูลชินวัตร มอบให้นำทัพ แต่จะสามารถใช้บารมี 'พ่อ' กรุยทางมหาดไทย และ ก.ศึกษาเพื่อช่วยเลือกตั้งครั้งนี้ได้สำเร็จหรือไม่? ยังต้องรอการพิสูจน์!
ว่าไปแล้ว ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ไม่ใช่ได้ดีเพราะเป็นลูกชายนายเสริมศักดิ์ และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ที่จะใช้เป็นสปริงบอร์ดก้าวขึ้นตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทษช.ได้เท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ที่ทำให้ ร.ท.ปรีชาพล เข้าตานายทักษิณ ชินวัตร และผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนในพรรคเพื่อไทยจนไม่อาจปฏิเสธที่จะไม่ให้ตำแหน่งนี้ได้
ถ้าจะพูดถึงวุฒิการศึกษา เขาจบปริญญาตรี ด้านวิศวกรรมศาสตร์ Construction Management จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ออสเตรเลีย และระดับปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ออสเตรเลีย
แม้วันนี้จะมีอายุเพียง 38 ปี แต่ผ่านงานการเมืองด้วยการเป็น ส.ส. 3 สมัย เคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และถือเป็นคนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการทำงานให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตลอดมา
อีกทั้งยังถูกจัดเป็นคนรุ่นใหม่ที่ทำงานใกล้ชิดและคลุกคลีอยู่กับแก๊งไอติม ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ให้ฉายาไว้ หลังจากที่ ร.ต.อ.เฉลิม ถูกคนกลุ่มนี้เล่นงานให้พ้นเส้นทางรองนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงกลางปี 2556
สำหรับแก๊งไอติม ที่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวไว้ ประกอบด้วย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายธีรัตถ์ รัตนเสวี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังทำงานที่เกี่ยวข้องกับสื่อโซเชียลมีเดียร่วมกับ นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ น.ส.สุทิษา ประทุมกุล อดีตเลขานุการส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมทั้ง น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร) เป็นต้น
ว่ากันว่าบารมีของ 'ปรีชาพล' โดดเด่นมากในช่วงที่เขาได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ในพรรคและแรงหนุนจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้มาเป็นวิปรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่ง 'วิป' ถือว่ามีความสำคัญในทางการเมืองและพรรคการเมืองมาก ที่จะเชื่อมโยงกับบรรดาสมาชิกรัฐสภาให้สามารถทำงานลุล่วงไปได้ด้วยดี
“จริงๆ แรงหนุนที่มาจากพ่อกับแม่มีส่วนสำคัญ พ่อคุมพื้นที่พิษณุโลก แม่คุมพื้นที่ขอนแก่น และยังมีเครือข่ายอีกหลายจังหวัด ทำให้มี ส.ส.ในมือไม่ต่ำกว่า 30 คน ยิ่งได้แรงหนุนจากตระกูลชินวัตรก็ทำให้ ปรีชาพล เป็นคนหนึ่งที่มีความโดดเด่นแม้จะอายุยังน้อย”
แหล่งข่าวบอกว่า ตัวตนของปรีชาพล เป็นคนที่มีบุคลิกอ่อนน้อม เป็นผู้รับฟังที่ดี แต่มีความกล้าและพร้อมที่จะทำตามคำสั่ง จึงเข้าหาผู้ใหญ่ในพรรคได้ง่าย และยังมีผลงานที่โดดเด่น ล่าสุดที่คนในพรรคให้การยอมรับก็คือ การขุดคุ้ยเรื่องนาฬิกาเรือนโต “ริชาร์ด มิลล์”(Richard Mille) และนาฬิกา Patex Philippe ที่ทำมาจากแพลทินัม รุ่น Annual Calen Chronograph ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 'บิ๊กป้อม' สวมใส่ไปในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ เหตุใดจึงไม่ปรากฏในบัญชีประเภท 'ทรัพย์สินอื่น' ที่มีราคามากกว่า 2 แสนบาท ซึ่งต้องยื่นทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อปี 2557
จากนั้นจึงมีการขุดคุ้ยออกมาอย่างต่อเนื่องโดยเพจเฟซบุ๊ก CSI LA เกือบจะทุกวัน และสื่อต่างๆ ทุกประเภท ได้ตามติดข้อมูลดังกล่าวจนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และตัวบิ๊กป้อม จนเป็นเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จริงและเรียกบิ๊กป้อม มาให้ข้อมูลในเรื่องนาฬิกาดังกล่าว พร้อมๆ กับเกิดกระแสความไม่พอใจของผู้คนในสังคมและเรียกร้องให้บิ๊กป้อมแสดงความรับผิดชอบต่อประเด็นที่เกิดขึ้นด้วยการ 'ลาออก'
ที่สำคัญข้อมูลที่เพจ CSI LA นำมาเสนอนั้นดูน่าเชื่อถือ แต่จะจริงหรือไม่จริง? เป็นเรื่องที่ต้องมีการพิสูจน์ แต่การที่เพจนี้ได้บอกรายละเอียดของนาฬิกาแต่ละเรือนอย่างละเอียด รวมไปถึงมูลค่าของนาฬิกาที่บิ๊กป้อมสวมใส่นั้น ได้สร้างความกังขาให้ผู้คนในสังคมจนเกิดเป็นกระแสโจมตีได้อย่างดี
“ปรีชาพล เป็นคนสำคัญในการขุดคุ้ยนาฬิกาบิ๊กป้อมได้ละเอียด และมีการแบ่งกันชงเรื่อง ส่วนช่องทางไปอย่างไรจนเป็นที่ฮือฮาในเพจเฟซบุ๊ก CSI LA นั่น ก็เป็นขั้นตอนที่พวกเราไม่รู้รายละเอียด”
แหล่งข่าวบอกว่า ปรีชาพล เป็นคนที่สนใจนาฬิกาแบรนด์ดังๆ ที่สวมใส่กันในวงชั้นสูง และแวดวงข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งนิยมชมชอบที่จะมอบเป็นของฝาก ของกำนันให้กับผู้หลัก ผู้ใหญ่ในเทศกาลต่างๆ ซึ่งความชอบเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ปรีชาพลมีอยู่ เขาจึงคลุกคลีกับร้านนาฬิกาดังๆ จนกลายเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจที่จะบอกเล่าที่มาที่ไปและใครเป็นเจ้าของตัวจริงของนาฬิกาแต่ละเรือนที่มีการขายออกไปแล้ว และวันนั้นได้มีการตรวจสอบนาฬิกาเหล่านี้ยังอยู่กับใครบ้าง
“คนที่ซื้อนาฬิกาแบบนี้ถือเป็นลูกค้า VIP เจ้าของร้านจะเก็บเป็นความลับ เพราะผู้ขายจะรู้หมด ว่ารุ่นนี้ใครซื้อไป ใครชอบรุ่นไหน จะมีการลงทะเบียนไว้อย่างละเอียดทุกเรือน วิธีการเช่นนี้จะเป็นผู้นำเข้าที่มีหน้าร้าน และรู้กันในกลุ่ม CLUB ชั้นสูง จะมีรายใหญ่อีกรายที่มีการนำเข้านาฬิกา ไม่ได้มีหน้าร้าน แต่มักจะมอบเป็นของขวัญให้กับผู้ใหญ่ในราชการและนักการเมือง ซึ่งปรีชาพลได้ไปพูดคุยมาแล้ว”
ดังนั้นการที่ปรีชาพลขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค ทษช. ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยรู้สึกผิดหวังเพราะสมาชิกพรรคต่างก็รู้กันว่าจะต้องนำพาพรรคเพื่อไทยและทษช.ไปอย่างไรท่ามกลางกฎกติกาการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในการเลือกตั้งด้วยการใช้บัตรใบเดียวเลือก ส.ส. 2 ระบบ รวมไปถึงวิธีการคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมคะแนนเฉลี่ย 70,000 คะแนนต่อ ส.ส. 1 คน
ส่งผลให้พรรคขนาดใหญ่อย่างเพื่อไทย ไม่มีโอกาสได้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และส่งผลให้พรรคเพื่อไทยจะได้จำนวน ส.ส.ลดลงกว่าที่ผ่านมา และไม่สามารถนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งได้
“การเกิดขึ้นของ ทษช.จะช่วยแก้ปัญหาให้เพื่อไทยได้ จึงต้องมียุทธศาสตร์ชัดเจนและสื่อให้ชาวบ้านได้รู้ว่า ทษช.คือพรรคอะไร และจาตุรนต์ ฉายแสง ก็จะเป็นคนเดินยุทธศาสตร์ ทษช.ได้อย่างดี เพราะพี่อ๋อย เก่งทุกด้าน และเป็นคนที่มีอุดมการณ์สูง จะไม่ยอมให้ใครครอบได้ง่ายๆ คนแบบพี่อ๋อย อย่างไรก็มีความสำคัญในพรรคอยู่แล้ว”
ส่วนบรรดาแกนนำหรือผู้ใหญ่ของเพื่อไทย ที่ไปอยู่ ทษช.ก็ต้องร่วมมือกันเดิน เพราะในอนาคตอันใกล้หากเพื่อไทยถูกยุบพรรค ก็จะต้องสร้าง 'ทษช.' เข้ามาแทนที่ได้ทันที
เวลานี้บรรดาสมาชิกพรรคเพื่อไทย ต่างพากันทยอยลาออกกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อมาสังกัดพรรค ทษช. ไม่ว่าจะเป็น นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สายตรงเจ๊แดง, นายวราวุธ ยันต์เจริญ, นางสาวสุทิษา ประทุมกุล อดีตเลขานุการส่วนตัวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์, นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ, นายพิชิต ชื่นบาน อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ, นายสุธรรม แสงประทุม อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย
นอกจากนี้ยังมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่พาพี่ๆ น้องๆ ออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นางฐิติมา ฉายแสง อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีต ส.ส.มหาสารคามพร้อมแกนนำ นปช. ที่เข้ามาสังกัด ทษช. ทั้งนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวิภูแถลง พัฒนภูไท นพ.เหวง โตจิราการ
อย่างไรก็ดี พรรคเพื่อไทยและ ทษช.ต่างก็มีจุดอ่อน จุดแข็งและความเหมือนที่น่าสนใจ แต่จะต้องทำอย่างไรที่จะไม่ให้ประชาชนสับสนในการลงคะแนน เพราะไม่ว่าเพื่อไทยและ ทษช. ต่างก็รู้ว่าเป็นพรรคครอบครัวชินวัตร ซึ่งจะเป็นจุดแข็งในกรณีที่ชอบ 'ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' แต่จะเป็นจุดอ่อนหากพื้นที่ใดไม่ชอบ 2 พี่น้องชินวัตร ก็จะไม่ลงคะแนนให้เช่นกัน
ส่วนเรื่องของนโยบาย พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคเก่าและมีผลงานมาแล้วจึงสามารถครองใจประชาชนได้ แต่พรรค ทษช. เป็นพรรคใหม่จึงต้องคิดและหานโยบายที่โดนใจประชาชนจริงๆ ก็จะได้รับการยอมรับได้ง่ายเช่นกัน เพราะจะใช้วิธีการสื่อด้วยการส่งรุ่นหลานชินวัตรเข้ามาทำงานการเมืองเพียงอย่างเดียวไม่ว่าจะเป็นนายฤภพ ชินวัตร (ลูกชายนายพายัพ ชินวัตร) หรือ น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (ลูกสาวนางเยาวเรศ ชินวัตร) ไม่ได้ ซึ่งขณะนี้พรรค ทษช. ได้มีแกนนำทั้งที่เป็นของ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ “เจ๊แดง” และแกนนำที่เป็นสายตรงของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รวมไปถึงแกนนำคนเสื้อแดง ก็มาอยู่ที่นี่ จึงเป็นโอกาสในการเข้าถึงประชาชนได้ง่าย
ขณะที่โครงสร้างพรรคเพื่อไทยที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ และ ทษช. ที่มี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรค อาจจะดูไม่โดดเด่นเท่ากับคนที่ทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ฯ พรรคเช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือ ทษช. หากมีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นประธานก็ตาม
แต่เมื่อ ร.ท.ปรีชาพล ถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค ทษช. ภายใต้แรงหนุนจากพี่น้องตระกูลชินวัตรทั้ง นายทักษิณ นางเยาวภา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จึงถึงเวลาแล้วที่นายเสริมศักดิ์ จะต้องแสดงศักยภาพความเป็น 'สิงห์มหาดไทย' ที่เคยปูทางให้กับบรรดารุ่นน้องๆ ได้เติบโตและนั่งเป็นผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ หลายแห่งในขณะนี้ รวมไปถึงการผลักดันให้ข้าราชการหลายๆ คนในกระทรวงศึกษาธิการเมื่อครั้งที่นั่งเป็นรัฐมนตรรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เติบโตคุมหน่วยงานด้านการศึกษาในเวลานี้ จะหันมาหนุนพรรคไทยรักษาชาติ และ ร.ท.ปรีชาพล ได้อย่างไร
จึงเป็นเรื่องที่ต้องรอการพิสูจน์ บารมีพ่อ 'เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช' จะส่งต่อให้ลูกได้จริงหรือไม่?


