xs
xsm
sm
md
lg

จริงหรือ? เจ๊หน่อย ตัวป่วนเพื่อไทย ก๊วนปู-เจ๊แดง โบกมือลาเข้า “ทษช.”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


วงในแจงไม่มีใครทำลายเพื่อไทยได้นอกจากคนในกันเอง ระบุหาก “นายใหญ่-นายหญิง” ไม่เร่งจัดการ ปล่อยให้ “เจ๊หน่อย” แผ่อำนาจ-บารมี เหนือหัวหน้าพรรคทั้งเรื่องการจัดการภายใน ชี้เป็นชี้ตายผู้จะลงสมัคร ส.ส. “เพื่อไทย” มีสิทธิ์พ่าย จับตากลุ่มแกนนำขั้ว “เจ๊แดง-ยิ่งลักษณ์” ทั้ง “เสี่ยอ๋อย-นพดล-ปลอดประสพ-ชัยเกษม-กิตติรัตน์” รอความชัดเจนก่อนโยกเข้า ทษช.ที่คาดว่าจะมีประชุมใหญ่และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอีกครั้งประมาณ 20 พ.ย.นี้

วันนี้พรรคเพื่อไทยไม่เพียงต้องเผชิญสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่การยุบพรรค จากกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหว ทั้งที่ร้านอาหารในกรุงลอนดอน ต่อเนื่องกันหลายครั้งในสถานที่ต่างกัน เพื่อป่าวประกาศให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่หวั่นไหวต่อขบวนการใช้อำนาจรัฐ และอำนาจเงินในการดูดอดีต ส.ส.ของพรรคที่มีมาอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจเลือกตั้งเมื่อไหร่เพื่อไทยชนะที่ 1 หรือได้ถึง 300 ที่นั่งแน่นอน

รวมไปถึงกรณีที่แกนนำและคณะกรรมการบริหารพรรค 9 คน ได้ออกมาแถลงข่าวประเมินผลงาน 4 ปีในการรัฐประหาร เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.จัดกิจกรรมทางการเมือง และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116

แต่ทั้ง 2 ประเด็นไม่ใช่มูลเหตุสำคัญที่จะทำให้บรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยท้อถอยหรือถอดใจ!
นายทักษิณ ชินวัตร, คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร
หรือกฎกติกาการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมืองที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในการเลือกตั้งด้วยการใช้บัตรใบเดียวเลือก ส.ส.2 ระบบ รวมไปถึงวิธีการคิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมคะแนนเฉลี่ย 70,000 คะแนนต่อ ส.ส.1 คน ที่ทำให้พรรคขนาดใหญ่อย่างเพื่อไทย ไม่มีโอกาสได้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และส่งผลให้พรรคเพื่อไทยจะได้จำนวน ส.ส.ลดลงกว่าที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ “เพื่อไทย” ต้องหวั่นเกรง

ตรงกันข้าม ทั้งเรื่องยุบพรรคและกฎกติกาการเลือกตั้ง กลับทำให้พรรคเพื่อไทยฮึกเหิมและกำหนดยุทธศาสตร์ที่จะชนะเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ได้ เพราะเพื่อไทยเชื่อว่าสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำเนินการอยู่นั้นเป็นวิธีการจ้องทำลายพรรคเพื่อไทยโดยตรง

วิธีคิดเช่นนี้จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้คนเพื่อไทยต้องก้าวไปสู่ชัยชนะให้จงได้!
ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา
แต่วันนี้ดูเหมือนว่าแรงกระเพื่อมกำลังเกิดขึ้นในพรรคเพื่อไทย บางคนเกิดอาการเบื่อหน่ายถึงขั้นต้องย้ายพรรค และต้องดำเนินการย้ายพรรคให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 26 พ.ย.นี้เท่านั้น หากจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562

แกนนำพรรคเพื่อไทยบอกว่า ศึกในพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้สมาชิกถอดใจ ซึ่งเดิมก็พยายามมั่นใจว่า ความขัดแย้ง ได้ถูกจัดการไปแล้วในวันประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่มีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งผลเลือกตั้งสมาชิกได้ลงคะแนนเลือก พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการ, และคณะกรรมการบริหารพรรค 15 คนเป็นที่เรียบร้อย พร้อมแต่งตั้งให้ นายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง

ส่วนคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ นายกิตติรัตน์ นายปลอดประสพ นายภูมิธรรม คุณหญิงสุดารัตน์ นายชูศักดิ์ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายชัยเกษม นิติสิริ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และนายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

“มีหัวหน้าพรรคแล้วก็นึกว่าทุกอย่างจะดีขึ้น และเชื่อว่านายใหญ่และนายหญิงที่มีอำนาจจริงในพรรคเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการลดความขัดแย้งภายในพรรค จึงได้ให้คุณหญิงไปเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่ยิ่งสร้างความขัดแย้งมากขึ้น เราจึงเชื่อว่าองค์กรเพื่อไทยไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
แหล่งข่าวบอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพรรคขณะนี้จะมีความคล้ายคลึงเมื่อปี 2553ต่อ2554 ในสมัยที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รักษาการหัวหน้าพรรค และมีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญก็มีการเลือกให้นายยงยุทธขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยต่อไป และมีการตั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สามีนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ “เจ๊แดง” ขึ้นเป็นประธานที่ปรึกษากรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งในช่วงนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้เข้ามาทำงานภายในพรรคก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อปี 2554

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการพรรค และพรรคมีมติเลือก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับที่ 1 เพื่อชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

“ถ้ามองกันลึกๆ ปีนี้กับปีนั้นมีความคล้ายกัน คนที่เป็นหัวหน้าพรรคมาจากรักษาการหัวหน้าพรรค ทั้งนายยงยุทธ และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เป็นข้าราชการมาก่อน พร้อมที่จะรับคำสั่งและทำตามนโยบายของพรรคและนายใหญ่อยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาอะไร”

แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ รวมทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ เหมือนกับคุณหญิงสุดารัตน์ แต่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมหรือความเกลียดชัง ได้เหมือนยุคปัจจุบัน

แหล่งข่าวเล่าว่า ปัจจุบันแกนนำและสมาชิกหลายคนมีการปรึกษาหารือกันและยืนยันไม่อยากร่วมงานหรือบางคนใช้คำว่า “ไม่อยากร่วมสังฆกรรม” กับคุณหญิงสุดารัตน์ และต้องการที่จะย้ายไปอยู่พรรคสาขา ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อธรรม หรือพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่เวลานี้คาดว่าจะมีระดับแกนนำหลายคนที่อยู่ในมุ้งของเจ๊แดง และที่อยู่ในก๊วนของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะย้ายไปอยู่พรรคดังกล่าว

หากเปรียบเทียบระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ จะมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

คุณหญิงสุดารัตน์จะเป็นคนที่เชื่อว่าตัวเองมีบารมี และมักไปแสดงตัวกับสมาชิกพรรคว่าตัวเองเป็นหัวหน้าพรรค แสดงออกถึงความก้าวร้าวในการทำงาน ชอบออกคำสั่ง

“ยิ่งลักษณ์จะอ่อนน้อมถ่อมตน นุ่มนวลในการทำงาน ไม่พูดจารุนแรง ไม่แสดงอำนาจ ทั้งที่เป็นชินวัตร จึงทำให้คนในพรรคสนับสนุนและร่วมมือเต็มที”
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, “เจ๊แดง” นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์
ส่วนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีตำแหน่งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ เหมือนกับคุณหญิงสุดารัตน์ แต่วิธีการทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยนายสมชายจะให้เกียรติคนในพรรค ทั้งหัวหน้าพรรค แกนนำคนอื่นๆ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดยุทธศาสตร์และคัดเลือกผู้ที่จะส่งลงสมัคร ส.ส.ในแต่ละพื้นที่

ตรงกันข้ามกับคุณหญิงสุดารัตน์ ที่วันนี้สมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่คิดว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นหลังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคฯ แต่กลับดูรุนแรงกว่าช่วงก่อนเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เพราะคุณหญิงสุดารัตน์แสดงบทบาทเสมือนเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง สร้างแรงกระเพื่อมให้พรรคเพื่อไทยอย่างรุนแรง

“เพื่อไทยไม่ถึงขั้นแพแตก แต่ถ้าเจ๊หน่อยยังคงเป็นเช่นนี้ และนายใหญ่นายหญิง ไม่จัดการใดๆ ทั้งที่รู้ปัญหา ก็จะทำให้แกนนำ สมาชิกพรรคกำลังใจถดถอย ขาดความร่วมมือร่วมแรง ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เพราะในพรรคจะมีแต่การฟาดฟันกัน อยู่กันไม่สงบ ก็อาจทำให้พ่ายเลือกตั้งได้”
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
แหล่งข่าวเล่าว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง (อ๋อย) เป็นคนหนึ่งที่สมาชิกพรรคให้การยอมรับ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีเป็นนักต่อสู้ทางการเมือง เป็นนักประชาธิปไตย ที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับ คสช.ได้อย่างดี และครั้งนี้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานนโยบายและการหาเสียง รวมทั้งการสื่อสารของพรรค ที่ปกติจะมีนิสัยไม่ไปยุ่ง และไม่ต้องการให้ภายนอกรู้ว่าข้างในมีปัญหาหนัก แต่วันนี้ก็เริ่มคิดแล้วว่าจะอยู่หรือไม่อยู่ในพรรคเพื่อไทยต่อไป

“มีการคุยกัน ไม่ใช่แค่อ๋อย แต่ยังมีมือกฎหมายหลายคนที่เป็นคนเก่าแก่ของพรรคมีการคุยกันแล้ว ชัยเกษม นิติสิริ นพดล ปัทมะ ปลอดประสพ สุรัสวดี กิตติรัตน์ ณ ระนอง แม้กระทั่งพี่เหลิม (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) และอีกหลายคนก็อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะเดินอย่างไร”

ทั้งนี้เพราะตั้งแต่คุณหญิงสุดารัตน์เข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์ฯ ก็เริ่มแสดงแสนยานุภาพให้บรรดาสมาชิกในพรรคเห็น ทั้งเรื่องการเลือกผู้สมัคร การชี้ว่าจะให้ใครไปไหน อย่างไร และมีการสับเปลี่ยนคนทำงานที่มีการแต่งตั้งกันไว้แล้ว และกำหนดกระทั่งเรื่องไหนจะให้ใครพูด หรือไม่ให้พูด

“ตอนนี้ประธานยุทธศาสตร์ฯ มาทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เลือกผู้สมัคร ทำตัวเหนือหัวหน้าพรรคไปแล้ว งานของอ๋อยก็จะก้าวล่วงมาจัดการเองเสียหมด”
การประชุมพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา
แหล่งข่าวบอกอีกว่า ต้องจับตาดูจากนี้ไปจะมีแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทย และจะมีการประชุมพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ที่มีการเปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมี ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชาย นายเสริมศักดิ์และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช เป็นหัวหน้าพรรคแล้วนั้น คาดว่าจะมีการประชุมอีกครั้งประมาณไม่เกินวันที่ 20 พ.ย.นี้ เชื่อว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานอีกครั้งและช่วงนั้นก็อาจจะได้เห็นการเคลื่อนย้ายของสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เช่นกัน

“ทษช.ที่แกนนำพรรคเพื่อไทยเตรียมไว้ จะเป็นพรรคที่ชูบทบาทด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี ตอกย้ำและแก้ไขในสิ่งที่ คสช.ทำล้มเหลวไว้ และประชาชนทั่วไปกำลังประสบความยากลำบาก โดยจะเสนอนโยบายแก้ไขไว้ชัดเจน ที่ผ่านมาเพื่อไทยมีนโยบายช่วยรากหญ้าไว้ดีแล้ว ก็ต้องทำให้ดีขึ้นอีก

แหล่งข่าวบอกอีกว่า ทีมที่ทำงานให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะมือเศรษฐกิจ ก็น่าจะมาอยู่ที่พรรคทษช. เพราะในความเป็นจริงแล้วทีมงานของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีปัญหาโดยตรงกับคุณหญิงสุดารัตน์ ซึ่งวิธีนี้น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

แต่ต้องไม่ลืมว่าหากมีเหตุอันใดให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบ หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรคต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทั้งหมด ส่วนผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคแม้จะไม่โดนตัดสิทธิ แต่จะต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพรรค ทษช. หรือพรรคเพื่อธรรม ภายใน 90 วัน ก่อนวันเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นก็หมดสิทธิ์เช่นกัน ไม่เว้นกระทั่ง คุณหญิงสุดารัตน์ แม้ไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ก็ต้องวิ่งหาพรรคสังกัดให้ได้ภายใน 90 วันเช่นกัน

แต่ถ้าเพื่อไทยไม่ถูกยุบพรรค และคุณหญิงสุดารัตน์ทำงานเข้าเป้าตามที่นายใหญ่-นายหญิงต้องการ อาจได้รับการปูนบำเหน็จที่หลายคนคาดไม่ถึง เพราะจริงๆ อาจต้องการจะตั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง แต่จำเป็นต้องเลี่ยงบาลี เพื่อลดแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยก็เป็นได้!



กำลังโหลดความคิดเห็น...