xs
xsm
sm
md
lg

ม.44 แค่ชะลอบังคับใช้ พ.ร.บ.เดินเรือฯ “ตลาดอัมพวา-บ้านแหลม”! รอเวลา “กรมเจ้าท่า” รื้อ!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


แฉ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 ส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ชุมชนริมน้ำรวมถึงตลาดน้ำทั่วประเทศ ชี้กฎหมายฉบับนี้เปิดช่องให้เกิด “ส่วย” เจ้าท่า ขณะที่ผู้ออกกฎหมายส่วนใหญ่เป็น “ทหารเรือ” เป้าหมายเพื่อรักษาทะเลและแม่น้ำ ไม่คิดว่าประชาชนจะเดือดร้อนและเป็นช่องทางหาผลประโยชน์ ด้านชุมชนตลาดอัมพวา-บ้านแหลม แจงทุกครัวเรือนเข้าข่ายผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ยันชาวอัมพวาส่วนใหญ่ไม่ได้ไปแจ้งกรมเจ้าท่าตามประกาศ แต่รอวันว่ากรมเจ้าท่าจะมา “รื้อ” ค่อยคิดหาทางออก เชื่อจะเป็นช่องทางรีดไถ ระบุการเสนอออก ม. 44 แค่ชะลอ ไม่ได้ลดผลกระทบของประชาชนจาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้จริง !

กระแสความตื่นตระหนกอันเป็นผลมาจาก พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งมีข้อกำหนดให้เวลาประชาชนที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำต้องแจ้งต่อกรมเจ้าท่าหรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่มีสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2560 หากไม่มาแจ้งภายในกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับโดยคำนวณตามพื้นที่ของอาคารหรือสิ่งอื่นใดในอัตราตารางเมตรละ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 20,000 บาท

ปรากฏว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้สร้างผลกระทบต่อวิถีชุมชนดั้งเดิมที่อยู่อาศัยริมน้ำ ตลาดน้ำ และผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงชายฝั่งที่เป็นคนยากคนจนจำนวนมาก

พ.ร.บ.ฉบับนี้กระทบประชาชนทั้งประเทศ เช่นที่สมุทรสงคราม กระทบทั้งจังหวัดเพราะที่นั่นมีวิถีชุมชนริมน้ำ อำเภอสมุทรสงคราม บางคนที และอำเภออัมพวา เรามีตลาดน้ำอัมพวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดคนไทยและต่างชาติมาที่นี่ เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน รวมไปถึงอำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นชุมชนดั้งเดิมทำอาชีพประมง มีสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำเขตที่ดินกระทบทั้งสิ้น

ดังนั้นเมื่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ กรมเจ้าท่า สังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นน้ำและการเดินทางทางน้ำจึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วประเทศที่รุกล้ำลำน้ำต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยการให้มาแจ้งและแสดงหลักฐานต่อกรมเจ้าท่า หรือสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาที่สิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่เพราะไม่เช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดีมีโทษถึงติดคุก

ผลปรากฏว่าคนในชุมชนไม่ได้สนใจ จะมีก็เพียงส่วนน้อยที่ไปยื่นหลักฐานและเอกสารตามที่กรมเจ้าท่าประชาสัมพันธ์ไว้ เพราะผู้ที่อยู่ในชุมชนส่วนใหญ่มองว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ สร้างความเดือดร้อนต่อวิถีชุมชนที่พวกเขาดำรงชีวิตกันมาหลายชั่วอายุคน

ถ้าตีความตามกฎหมายบ้านเรือนในชุมชนอัมพวา เรียกว่าผิดกฎหมายกันเกิน 80 เปอร์เซ็นต์หรืออาจถึง 100 เปอร์เซ็นต์ก็ได้ เพราะทุกบ้านจะมีสิ่งที่ยื่นไปในแม่น้ำ ในคลองซอย มีทั้งบันได ทำเป็นลานยื่นออกไปนั่งพักผ่อน เป็นพื้นที่ขายของ โดยเฉพาะโฮมสเตย์ ที่อยู่ริมคลองผิดทั้งนั้น

แหล่งข่าวบอกด้วยว่า ที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำเคยอยู่กันฟรี ไม่ต้องเสียเงิน แต่จากนี้ไปก็ขึ้นอยู่กับว่า กรมเจ้าท่าจะพิจารณาอนุญาตเป็นราย ๆ ว่ารายใดจะได้ใบอนุญาต และรายได้ไม่ได้รับอนุญาต ก็จะต้องรื้อถอนหรือแก้ไขสิ่งปลูกสร้างที่ล่วงล้ำ และถ้าเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมเจ้าท่าก็จะถูกดำเนินคดีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ โดยคำนวณเป็นตารางเมตรของพื้นที่ที่ล่วงล้ำลำน้ำ ในอัตราตารางเมตรละไม่น้อยกว่า 1,000 บาท แต่ไม่เกินตารางเมตรละ 20,000 บาท

กฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องของคนที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่เข้าใจปัญหาหรือสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เขารู้แต่เพียงว่าสิ่งที่รุกล้ำทางน้ำ เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน เพราะคิดถึงแต่ทะเล แม่น้ำใหญ่ ๆ เลยลืมนึกถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นชุมชนริมคลองดั้งเดิม จึงเป็นการเปิดให้คนกลุ่มหนึ่งใช้เป็นช่องทางหาประโยชน์ได้ง่าย

แหล่งข่าวย้ำว่า กฎหมายฉบับนี้กำลังจะเป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าบางคนไปใช้หาผลประโยชน์ได้ เพราะเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่อยู่แล้วว่ารายใดจะอนุญาต หรือไม่อนุญาต ต้องรื้อ หรือไม่ต้องรื้อ และถ้าต้องเสียค่าปรับใบเสร็จที่ออกมาจะคิดจำนวนตารางเมตรตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ สอดคล้องกับความเห็นของชาวบ้านชุมชนริมคลองอัมพวา บอกว่า กฎหมายฉบับนี้กำลังทำให้ชาวบ้านต้องตกที่นั่งลำบาก เพราะกลายเป็นช่องทางให้ถูกรีดไถจากเจ้าหน้าที่ได้โดยง่าย

ปัจจุบันชาวบ้านอัมพวาต่างมีความเห็นแตกต่างกันออกไป จำนวนหนึ่งได้ไปยื่นหลักฐานเอกสารให้กรมเจ้าท่า เพื่อหวังว่าจะได้รับใบอนุญาต อีกจำนวนหนึ่งก็ไม่ยอมไปยื่นเอกสารเพราะเห็นว่าเป็นวิถีชีวิตที่อยู่กันมาหลายชั่วอายุคน จึงเลือกที่จะนั่งรอให้ถึงวันที่กรมเจ้าท่าจะเข้ามาดำเนินการแล้วค่อยคิดหาทางออกกับเรื่องนี้ต่อไป

บอกได้เลยว่า งานนี้ต้องมีการจ่ายเกิดขึ้น ถ้าเขาขอแค่หลังละ 1,000 บาท ก็มากนะ เพราะชุมชนอัมพวามีบ้านเรือนที่รุกล้ำเยอะมาก เจ้าหน้าที่อ้วนกันแน่ ๆ

ประเด็นนี้จึงสอดคล้องกับความเห็นของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) บอกว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ ผู้พิจารณาก็มีทหารเรือเป็นหลักและคาดไม่ถึงว่า จะส่งผลกระทบต่อประชาชนรุนแรง และเมื่อติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งการรับรู้จากเสียงของชุมชนทำให้รู้ว่า ประชาชนไม่มีความมั่นใจว่าใครบ้างจะได้รับอนุญาตและใครบ้างจะต้องรื้อถอนออกไป แต่กลับมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านว่าจะต้องมีการรีดไถกันเกิดขึ้นอีกแล้ว

เจ้าท่ากับป่าไม้ ตกเป็นจำเลยสังคมไม่ต่างกัน คนหนึ่งหาประโยชน์กันบนบก ป่าสมบูรณ์ แต่อีกคนหาประโยชน์ทางน้ำ งานนี้บอกได้เลย ไถกันทุกเดือน ทุกปี เพราะถ้ามองตามตัวบทกฎหมายฉบับนี้ ชาวบ้านก็ผิดจริง ๆ และในที่สุดจะกลายเป็น ‘ส่วย’ ที่ประชาชนต้องแบกภาระไว้
กระทรวงคมนาคม ได้เสนอให้ คสช. มีการออกคำสั่ง ม.44 เพื่อผ่อนผันบังคับใช้กฏหมาย เอาผิดผู้รุกล้ำลำน้ำ  ขยายเวลาแจ้ง และยกเว้นค่าปรับ  เมื่อ 27 มิ.ย 2560
ดังนั้น การที่ กระทรวงคมนาคม เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 เพื่อผ่อนผันการบังคับใช้มาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 เอาผิดผู้รุกล้ำลำน้ำ ในเรื่องการเพิ่มโทษผู้ล่วงล้ำลำน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยขอให้ขยายเวลาแจ้งขออนุญาตออกไป เพื่อผ่อนปรนระยะหนึ่งและยกเว้นส่วนของค่าปรับสำหรับผู้ที่ไม่ได้มาแจ้งซึ่งมีจำนวนมาก และมีค่าปรับย้อนหลังจำนวนมาก พร้อมเสนอขอผ่อนผันค่าปรับ รวมถึงค่าธรรมเนียมรายปีใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกไปก่อน เนื่องจาก พ.ร.บ.นี้มีผลทำให้ค่าปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 เท่า และเพิ่มโทษจำคุกไว้ด้วย

การออก ม.44 เป็นแค่การชะลอความเดือดร้อนออกไประยะหนึ่งเท่านั้น ความจริงรัฐบาลควรลงมาสำรวจจะได้เข้าใจวิถีชีวิตของชาวชุมชนริมน้ำ ว่าอยู่กันอย่างไร ตลาดอัมพวา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการสนับสนุน ชาวบ้านก็มีรายได้สูงขึ้น แต่วันนี้อัมพวาเริ่มซบเซา รายได้ก็ลดลง ๆ ถ้าต้องมาเจอปัญหาจากกฎหมายตัวนี้ก็คงจะลำบากกัน จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาสำรวจและหาทางแก้ไขในระยะยาวจะดีกว่า”

จากนี้ไปต้องจับตาดูว่ามาตรา 44 ที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้ คสช.ออกมาใช้นั้น จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนริมน้ำทั้งประเทศได้เพียงใด และจะนำไปสู่การยกเลิกหรือชะลอการใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2560 หรือไม่นั้น?...เป็นเรื่องที่ต้องติดตาม!
ภาพ : ธีรพงศ์ ต๋าอ่อน

กำลังโหลดความคิดเห็น