xs
xsm
sm
md
lg

เตือนสนช.พิจารณาเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่นอย่างรอบคอบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการออนไลน์ – กลุ่มเอฟทีเอว็อทช์ เตือนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาเอฟทีเอไทย – ญี่ปุ่นอย่างรอบคอบ หวั่นซ้ำรอยเล่ห์กลซ่อนเงื่อนเหมือนกองทุนป่าเขตร้อนไทย-สหรัฐฯ ขณะเดียวกันผู้ตรวจการรัฐสภา เสนอตุลาการรัฐธรรมนูญตีความเอฟทีเอไทย-ออสเตรเลีย ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอว็อทช์) แถลงถึงกรณีที่ทางรัฐบาลจะนำร่างความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย – ญี่ปุ่น เข้าหารือกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ก.พ. นี้ โดยเตือนให้สนช. พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบเพราะเนื้อหาในความตกลงจะส่งผลกระทบและส่งความเสียหายต่อทรัพยากรชีวภาพ สิ่งแวดล้อม ระบบสาธารณสุข ซึ่งอาจรวมถึงการสูญเสียอธิปไตยของประเทศด้วย

เอฟทีเอว็อทช์ ยังเสนอให้สนช. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาขึ้นมาพิจารณาแก้เนื้อความที่เป็นปัญหา และผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นการเจรจาระหว่างประเทศ และร่างพ.ร.บ.ประกอบการเจรจาฯ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังเช่นปัจจุบัน

ประเด็นที่กลุ่มเอฟทีเอว็อทช์ และนักวิชาการด้านต่างๆ เป็นห่วงกังวลต่อข้อตกลงเอฟทีเอไทย – ญี่ปุ่น เช่น 1) ความตกลงดังกล่าวจะทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งรองรับของเสียอันตรายจากญี่ปุ่น 2) การเปิดให้คนญี่ปุ่นเข้ามารักษาพยาบาลไทยโดยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมในประเทศได้ จะส่งผลกระทบต่อบริการสาธารณสุขของคนไทย

3) ผลกระทบต่อทรัพยากรชีวภาพของไทยเพราะวางหลักการและแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะการอนุญาตให้จดสิทธิบัตรหน่วยพันธุกรรมหรือสารสกัดอื่นที่ได้จากจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ ซึ่งกฎหมายไทยไม่อนุญาต เป็นต้น ขณะที่คณะเจรจาฯ พยายามปฏิเสธและประชาสัมพันธ์ว่าไม่มีปัญหา

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ นักวิชาการที่ปรึกษากลุ่มเอฟทีเอว็อชท์ ตั้งข้อสังเกตว่า การดื้อแพ่งไม่แก้ไขความบกพร่องในความตกลงฯครั้งนี้คล้ายกับกรณีการจัดตั้ง “กองทุนป่าเขตร้อนระหว่างไทย-สหรัฐฯ” ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 2545 ที่เปิดโอกาสให้สหรัฐฯเข้าถึงทรัพยากรชีวภาพของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำเยี่ยงโจรสลัดชีวภาพ โดยผู้มีบทบาทในการเจรจาขณะนั้นเป็นบุคคลเดียวกับที่มีบทบาทในการเจรจาอย่างมากในขณะนี้
 
"อยากเตือนให้รัฐบาลและ สนช. ให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะบทเรียนกองทุนป่าเขตร้อนที่คณะเจรจายืนยันว่าถูกต้องเหมาะสมทุกอย่าง แต่เมื่อร่างความตกลงฯ ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะก็ถูกชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องจนเกิดการคัดค้านจากสังคม และคณะรัฐมนตรีมีมติให้ทบทวนร่างความตกลงดังกล่าวและในที่สุดก็ยุติไปไม่มีการลงนามเกิดขึ้น"

ขณะเดียวกัน กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม 16 องค์กรทั้งในญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ ได้ยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในญี่ปุ่น เรียกร้องให้นำเรื่องของเสียออกไปจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ โดยระบุว่า ความตกลงที่ญี่ป่นได้ทำไปกับหลายประเทศรวมทั้งอยู่ระหว่างเจรจานั้น ได้ระบุรายชื่อของเสียอันตรายซึ่งจะได้รับสิทธิในการลดภาษีภายใต้ความตกลงฯ ทำให้การค้าขายของเสียอันตรายเป็นไปอย่างสะดวกยิ่งขี้น ซึ่งหมายถึงการผลักภาระในการจัดการของเสียหรือสินค้าที่ไม่ต้องการแล้วให้กับประเทศกำลังพัฒนา

กลุ่มเอฟทีเอว็อทช์ ยังแจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ได้พิจารณาคำร้องของผศ.ภญ.สำลี ใจดี และคณะ ที่ร้องเรียนมายังผู้ตรวจการฯ ว่า การทำความตกลงการค้าเสรีไทย – ออสเตรเลีย โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 124 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีความเห็นว่า การทำความตกลงการค้าเสรีไทย –ออสเตรเลีย โดยไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ จึงเสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาและวินิจฉัย