xs
xsm
sm
md
lg

“ลูกเสือชาวบ้าน” อีกหนึ่งพลังสามัคคีดับไฟใต้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เรื่องโดย ............ ปริญญา ชูเลขา / ทีมข่าวพิเศษ

“ รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย.....จะเกิดภาคไหนไหน ก็ไทยด้วยกันเชื้อสายประเพณี ไม่มีขีดคั่น.....เกิดใต้ธงไทยนั้น ปวงชนทุกคนคือไทย” เนื้อร้องท่อนหนึ่งของเพลง “รักกันไว้เถิด” คำร้อง-ทำนอง โดย นคร ถนอมทรัพย์ จะดังกึกก้องทั่วท้องสนามหลวง ในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย.นี้ ในงานรวมพลังลูกเสือชาวบ้านทั่วประเทศที่นัดรวมพลกว่า 20,000 คน

การรวมพลครั้งนี้เพื่อสนองกระแสพระราชดำรัสสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงต้องการรวมพลังแผ่นดินให้ลูกเสือชาวบ้านเข้าไปเป็นแกนกลางประสานสร้างความสมานฉันท์ สามัคคี สันติสุข และความสงบสุขให้เกิดขึ้นพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว

งานนี้ ศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้าน(ศปก.ลส.ชบ.) ที่อยู่ภายใต้ร่มเงาของ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานกรมตำรวจแห่งชาติ จะเป็นฝ่ายผนึกพลัง เรียกขวัญกำลังใจของลูกเสือชาวบ้านทั่วประเทศ พร้อมเตรียมเป็นฝ่ายสนับสนุน ประสานงาน และให้ความช่วยเหลือ ในการประสานมวลชนฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.ต. สุเทพ สุขสงวน ผู้ช่วยผู้อำนวยการ .ศปก.ลส.ชบ. เล่าถึงความเป็นมา ในการก่อตั้งลูกเสือชาวบ้าน ว่าก่อเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2514 เพื่อภารกิจเป็นแนวกันชนระหว่างชาวบ้านกับลัทธิคอมมิวนิสต์จีนที่รุกรานแทรกซึมเข้ามาในประเทศไทย ที่พยายามเข้าไปปลุกระดมชาวบ้านให้จับอาวุธขึ้นต่อสู้ภาครัฐ สร้างความแตกแยกทางความคิดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองไทย

ส่วนบุคคลสำคัญที่เป็นผู้ก่อตั้งก็คือ พล.ต.อ. สมควร หริกุล ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 4 สมัยนั้น โดยมีลูกเสือชาวบ้านที่ฝึกอบรมไปแล้ว 2.7 หมื่นรุ่น สมาชิกทั้งประเทศ 6.7 ล้านคน

“การรวมกลุ่มและรวมคนได้เร็วที่สุดคือ ลูกเสือชาวบ้าน ให้เกิดความสามัคคี เพื่อให้คนมีแนวคิดแนวร่วมเดียวกัน ให้รักชาติศาสน์กษัตริย์”

เป้าหมายการรวมกลุ่ม เจตนารมณ์ และอุดมการณ์ ในการจัดตั้งลูกเสือชาวบ้านนั้น พล.ต.ต. นิพนธิ์ ศิริวงศ์ ผู้ช่วย ผอ.ศปก.ลส.ชบ. กล่าวว่ากิจกรรมการฝึกอบรมของลูกเสือชาวบ้านที่มุ่งเน้นให้เกิดความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เอกลักษณ์ไทย เป็นพลเมืองดี ความสามัคคี การพัฒนาและวิถีทางประชาธิปไตย ยึดในคำปฏิญาณ 3 ข้อ กฎลูกเสือ 10 ข้อ ภารกิจ 7 ข้อ และคติพจน์ 8 ข้ออย่างเคร่งครัด

“ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ลูกเสือชาวบ้านไม่ติดอาวุธ แต่เป็นการรวมคนเพื่อติดอาวุธทางความคิด มีอุดมการณ์ตรงกัน เป็นผู้มีวินัย อยู่ในกฎกติกาลูกเสือเท่านั้น” พล.ต.ต.นิพนธ์ กล่าว

นางสมจิตร พัชรวชญ์ ประธานชมรม ลส.ชบ. ภาคตะวันออก กล่าวว่า มีสมาชิกลูกเสือชาวบ้านทั้งหมด 7-8 แสนคนใน 13 จังหวัดภาคตะวันออก จะมีการประชุมเพื่อกำหนดภารกิจ หน้าที่ในการทำงานกัน ในระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับเขต กันทุกเดือน เพื่อรับมอบภารกิจนโยบายมากำหนดกิจกรรมร่วมกัน เช่น การรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เร่งจัดฝึกอบรมเพิ่มจำนวนประชากรลูกเสือ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ตอบสนองพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมราชินีนาถทุกอย่างด้วยความจงรักภักดี

“กิจกรรมเด่นที่ผ่านมา รณรงค์ยาเสพติด เช่นที่ชุมชนมุสลิม คลองตะเคียน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีลูกเสือมุสลิมกว่า 3 พันคนร่วมโครงการ”

พล.ต.ต. นิพนธิ์ กล่าวเสริมว่าโครงสร้างของหลักสูตรการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้าน ที่เน้นเนื้อหาสาระ 5 หมวดวิชาสำคัญ เช่น วิชาลูกเสือชาวบ้าน ความมั่นคง ความสามัคคี วิชาพัฒนาอาชีพ และวิชาทั่วไป เพื่อสร้างเกราะให้ประชาชนรวมตัวกัน ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ติดอาวุธทางความคิด สามารถทำอะไรได้เอง คิดเอง พัฒนาตนเอง ตามหลักประชาธิปไตย โดยมีระบบหมู่เป็นแกนหลักสร้างความสามัคคีขึ้นในกลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันหลากหลาย

“ ไม่ใช่เป็นการจัดตั้ง แต่เป็นเรื่อง 5 ร่วมที่สำคัญในการฝึกลูกเสือชาวบ้านคือ 1. ร่วมกิน 2. ร่วมอยู่ 3. รวมคิด 4. ร่วมทำงาน และ 5 ร่วมกันแก้ปัญหา”

สำหรับภารกิจที่ลูกเสือชาวบ้านนัดรวมพลครั้งใหญ่ในอาทิตย์นี้ คือ สร้างความสมานฉันท์ และสันติสุขให้เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมีหลักสูตรการฝึกอบรมใช้เวลา 5 วัน 4 คืน ซึ่งจะเริ่มในหมู่บ้านที่มีชาวไทยพุทธ-มุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนจะขยายไปสู่หมู่บ้านที่มีแต่เฉพาะชาวไทยมุสลิม อย่างไรก็ตามต้องปรับให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และเอกลักษณ์ทางศาสนาของคนในภาคใต้ โดยใช้สถานที่ฝึกอบรม เช่น โรงเรียน อำเภอ วัด หรือ สุเหร่า

พล.ต.ต. สุเทพ กล่าวถึงงบประมาณที่ลูกเสือได้รับการสนับสนุนที่ผ่านมาจากรัฐบาลปีละ 17 ล้านบาท เท่านั้น ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระหนักคือ ค่าฝึกอบรมในการจัดชุมนุมลูกเสือ ส่วนผ้าผูกคอ หน้าเสือ และว็อคเกิ้ล ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ให้แก่สมาชิก

"ในการฝึกอบรมรุ่นละ 150-200 คน ใช้เงิน 6-7 หมื่นบาท/รุ่น แต่ธรรมชาติของลูกเสือย่อมเป็นคนประหยัดอดออมอยู่แล้ว ในอดีตเราฝึกลูกเสือจะไม่ค่อยมีค่าใช้จ่าย เพราะต่างคนต่างพึ่งพิงตนเองช่วยเหลือกันแลกัน เช่น นำข้าว ปลาอาหารมาประกอบทำกินกันเอง พักแรมเรียบง่ายเท่านั้น"

แต่ก่อนจะมีการฝึกอบรมกันจริงๆ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทางศูนย์ฯ จะจัดกิจกรรมงานคืนสู่เหย้า ของเหล่าบรรดาลูกเสือชาวบ้านทั้งหมด จะเริ่มนำร่องในจังหวัดยะลา ก่อนเป็นแห่งแรก เฉพาะจังหวัดยะลามีลูกเสือชาวบ้าน 3,000 คน ที่จะมาทบทวนกระบวนการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านกันใหม่

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ ปัญหาอุปสรรคใหญ่ คือการเข้าไปประสานมวลชนเพื่อจัดตั้งลูกเสือชาวบ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจความวิตกกังวล หวาดระแวง และไม่กล้าแสดงตัว ที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกลูกเสือชาวบ้าน เพราะเกรงผลกระทบจากความไม่ปลอดภัยในชีวิต

“ความปลอดภัยหรือไม่อยู่ที่ว่า ความเป็นพี่เป็นน้องกันของคนในหมู่บ้านและชุมชน โดยหลักแล้วจะเกาะกลุ่มกัน ช่วยเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลซึ่งกันและกันในหมู่บ้าน ถ้าได้ผ่านการฝึกอบรม” พล.ต.ต. นิพนธิ์ กล่าว

ด้านพ.ต.อ. รัฐบวร บำรุงรส ผู้ช่วย หน.อก.สปก.ลส.ชบ. ผู้ประสานงานและวางแผนภาคปฏิบัติให้เกิดขึ้นในการฝึกลูกเสือชาวบ้าน กล่าวว่าภายหลังการฝึกอบรมให้มีอุดมการณ์เดียวกัน ในแต่ละรุ่น จะมีกิจกรรมต่อเนื่อง ในการจัดตั้งชมรม สร้างความเป็นรุ่นเกาะกลุ่มมวลชนในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนจะที่ได้รับพระราชทาน “ธงลูกเสือชาวบ้าน” จากสมเด็จพระบรมราชินีนาถต่อไป

“กิจกรรมบริหารรุ่น จะมีกิจกรรมต่อเนื่องตามที่ได้รับภารกิจ ที่เน้นระบบหมู่ให้เกิดเป็นการร่วมกลุ่มด้วย สโลแกนที่ว่า มีแต่เราไม่มีเขา ”

ภายหลังกิจกรรมงานโหมโรงในวันชุมนุมลูกเสือชาวบ้านใหญ่ที่ท้องสนามหลวง แผนทำงานประสานมวลชนลูกเสือชาวบ้านในระยะยาวต่อไป จะเริ่มเห็นชัดตั้งแต่เดือนธ.ค. 47 – มี.ค. 48 เริ่มที่กิจกรรม “คืนสู่เหย้า”ใน 3 จังหวัด จัดการฝึกอบรมลูกเสือชาวบ้านใหม่ มีสัมมนาเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ความเข้มแข็ง ด้วยกระบวนการลูกเสือชาวบ้าน ที่ทำงานร่วมกับ ตชด. ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้นำลูกเสือชาวบ้าน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ นำความสันติสุข สันติภาพ และความสามัคคีคืนสู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

การเคลื่อนไหวของพลังลูกเสือชาวบ้านในการเข้ามามีส่วนร่วมสร้างความสมานฉันท์ในเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังเป็นที่น่าสนใจของสังคมอย่างยิ่ง