xs
xsm
sm
md
lg

นายแบงก์เปิดโปงกลโกงลูกค้า นักบัญชีแฉสารพัดวิธีปั่นหุ้น

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ผู้จัดการรายวัน - เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดโปงกลโกงลูกค้าของแบงก์สุดเนียน ปลอมเอกสาร ตกแต่งเลขบัญชียักยอกเงินลูกค้า ยอมรับเอาผิดยาก ด้านสมาคมนักบัญชีฯ ชี้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แต่งบัญชี แจ้งข้อมูลเท็จ ปั่นราคาหุ้น แตกบริษัทลูกยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินเลี่ยงตรวจสอบ ถือเป็นทุจริตคอร์รัปชั่นทางเศรษฐกิจที่รุนแรงสุด

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงกลวิธีการคอร์รัปชั่นในแวดวงธนาคารในงานสัมมนาประจำปีของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 มิ.ย. ที่ร.ร.แอมบาสซาเดอร์ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี ว่า มีด้วยกันหลายแบบและยากในการเอาผิดและตรวจสอบ

เขายกตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ธนาคารจะเสี้ยมสอนให้ลูกค้าธนาคารตกแต่งโครงการขอกู้ยืมเงิน ให้ดูดีเกินจริง แต่ในความเป็นจริงเป็นโครงการที่ทำไม่ได้ หากปล่อยกู้ไปทางธนาคารจะไม่สามารถเก็บหนี้คืนได้ หรือทางเจ้าหน้าที่ธนาคารบางคนจะใช้วิธียักยอกเงินของลูกค้า โดยแอบตกแต่งตัวเลขบัญชีในเครื่องคอมพิวเตอร์หรือปลอกเอกสาร กรณีนี้มักเกิดในธนาคารระดับสาขาย่อย

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงในธนาคารเองจะเป็นผู้กระทำเสียเอง เช่น บังคับให้เจ้าหน้าที่ระดับล่าง ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารระดับสูงบังคับให้ลูกน้องในฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อ อนุมัติสัญญากู้ยืมเงินจากธนาคารให้แก่เครือญาติของตนเอง พอตรวจสอบภายหลังว่าเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ทางธนาคารดำเนินการเอาผิด ทางวินัยและอาญาได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับล่างๆ เท่านั้น

อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันมากคือ การทำธุรกรรมกันภายนอกธนาคารนอกเวลาและสถานที่กันอย่างลับๆไม่มีผู้ใดในธนาคารรับรู้ ระหว่างเจ้าหน้าที่กับลูกค้าเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นมาก็ไม่มีผู้รับผิดชอบ

เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวต่อว่า ในการแก้ไขหรือป้องกันการคอร์รัปชั่นนั้น ทั้งลูกค้า และธนาคารต้องเปิดเผยและโปร่งใสซึ่งกันและกัน ในการทำสัญญามีการออกกฎห้ามผู้บริหารหรือเครือญาตกู้เงินในธนาคารตนเอง หรือมีคณะกรรมการตรวจสอบก่อนปล่อยสินเชื่อ ทางธนาคารใช้วิธีตรวจสอบแบบ surprise check คือ ออกคำสั่งให้พนักงานที่ต้องสงสัยให้ลาพักร้อนกระทันหัน เพื่อให้คนใหม่เข้ามาทำงานแทน เมื่อคนใหม่เข้ามาหากพบอะไรผิดปกติก็จะรายงานแก่ธนาคารทันที

“แต่ในระบบเครือข่ายสาขาธนาคารมีการทำความผิดกันแบบฮั้วกันหลายๆ สาขานั้น ยอมรับเป็นเรื่องยากในการตรวจสอบเอาผิด” นายธวัชชัย กล่าว

สำหรับมาตรการตรวจสอบที่สามารถทำได้คือ การตรวจสอบภายใน หรือจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาตรวจสอบ และใช้ระบบ คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยตรวจสอบการโอนเงิน ทำการบันทึกการทำธุรกรรมต่างๆ ของธนาคารทั้งหมด เพื่อความรัดกุมรอบคอบมากขึ้น และหากมีการทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น ต้องรีบไปร้องเรียนต่อธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เข้าไปตรวจสอบทันที

“ ระบบกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา ในการกระจายอำนาจในการทำงานปราบปรามคอร์รัปชั่น เช่น การจับกุมลงโทษและพิพากษาตัดสินคดีความมีปัญหา ไม่มีหลักฐานเพียงพอ และไม่มีผู้เข้ามารับผิดชอบหรือเยียวยาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นลูกค้าธนาคารที่ถูกโกง ขณะที่ ปปง. ก็ขาดอำนาจเด็ดขาดในการจับกุมผู้กระทำผิดมาลงโทษ” เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าว

แฉวิธีตกแต่งบัญชีปั่นราคาหุ้น

นายสุพจน์ สิงห์เสน่ห์ กรรมการสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลกระทบจากการทุจริตคอร์รัปชั่นที่รุนแรงที่สุดต่อเศรษฐกิจ เกิดจากการตกแต่งบัญชี และสถานะทางการเงินในบริษัท จำกัดมหาชน ที่มีทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และมีเครือข่ายการลงทุนและทำธุรกิจในต่างประเทศ

"กลวิธีการคอร์รัปชั่นของกลุ่มนี้มีวัตถุประสงค์ให้ราคาหุ้นของบริษัทตัวเองดูดีดึงดูดผู้ซื้อ แต่แท้จริงแล้วสถานะทางการเงินของบริษัทไม่เป็นจริงตามรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ เมื่อทางรัฐจับได้บริษัทจำกัดมหาชนเหล่านี้มักแก้ตัวว่า คู่แข่งทางธุรกิจประพฤติปฏิบัติแบบนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่ทำก็จะเสียเปรียบคู่แข่ง จำเป็นต้องทำบ้าง

“บริษัทพวกนี้ยอมจ่ายภาษีสูงๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ให้ดูดี บวกกับปัจจัยที่เอื้ออำนวยทั้งภายในและนอกให้คอร์รัปชั่น เช่น ประธานบอร์ด และซีอีโอบริษัท มักเป็นคนคนเดียวกัน การตัดสินใจจึงถูกผูกขาด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีระบบการรายงานเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น ผู้บริหารยอมซื้อที่ดินไม่มีราคาในราคาที่สูงกว่าปกติ เพื่อแลกกับให้คนเล่นหุ้นซื้อหุ้นของบริษัทของตนเอง หรือการแตกบริษัทลูกเยอะแยะมากมายเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ และยักย้ายถ่ายโอนสินทรัพย์ของตนเอง” กรรมการสมาคมนักบัญชีฯแห่งประเทศไทย กล่าว

นายสุพจน์ กล่าวต่อว่าสิ่งนักตรวจสอบบัญชีต้องเน้นคือ1. การรับรู้ข้อมูล 2. การวัดค่าข้อมูล และ3. การนำเสนอข้อมูล ต้องถูกต้องโปร่งใส เพราะการทำธุรกรรมในปัจจุบันมีความสับซ้อนมากขึ้น รูปแบบการทำทุจริตทางบัญชีมีกลโกงมากมาย เช่นการฟอกเงิน การปิดบังข้อเท็จจริงในรูปแบบอื่นๆ เช่น จ่ายในรูป commission หรือจ่ายผ่านตัวแทน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดในกิจการบริษัทส่วนบุคคลอาจไม่กระทบต่อสังคมมากนัก แต่หากเป็นบริษัทจำกัดมหาชนที่รัฐบาลมีหุ้นส่วนจะเกิดผลกระทบต่อสังคมและประชาชนผู้เสียภาษีอากรให้รัฐมากมายมหาศาล

สำหรับการระดมความเห็นกลุ่มย่อยเรื่อง “ปัญหาและแนวทางแก้ไขการคอร์รัปชั่นในธุรกิจเอกชน” ซึ่งเลขาธิการสมาคมธนาคารฯ เป็นผู้นำระดมความเห็นในงานสัมมนาครั้งนี้สรุปว่า การทุจริตในแวดวงธนาคารและเอกชน ซึ่งตรวจสอบยาก และมีช่องโหว่จากการกฎหมายและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ แนวทางแก้ไขคือ ควรมีคณะกรรมการจรรยาบรรณทางธุรกิจภาคประชาชนและจัดให้มีองค์กรควบคุมกำกับภาคเอกชน