xs
xsm
sm
md
lg

“โอ๋ เกรียงไกร” เร่งเครื่องโค้งแรกเปิดตัวทีมบริหาร ดึง “บิ๊กจ้อย–อดีตรองประธานวุฒิสภา” เสริมทัพที่ปรึกษา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - “โอ๋ เกรียงไกร” เร่งเครื่องโค้งแรก เปิดทีมบริหาร 10 คน ดึง “บิ๊กจ้อย–อดีตรองประธานวุฒิสภา” เสริมทัพที่ปรึกษา ชูคนรุ่นใหม่ผนึกกำลังคนมีประสบการณ์ร่วมกันพัฒนาเมืองสงขลา

บรรยากาศการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลาเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงโค้งแรก ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 29 พ.ย.2569 โดย นายเกรียงไกร คมขำ ผู้สมัครหมายเลข 4 ในนามทีมนครสงขลาก้าวหน้า เดินเกมหาเสียงต่อเนื่อง เปิดตัว 34 นโยบายผ่านป้ายหาเสียงทั่วเมือง พร้อมเปิดตัวทีมบริหารครบ 10 คนเป็นทีมแรก หวังแสดงความพร้อมและนำเสนอแนวทางการบริหารเมืองให้ประชาชนได้พิจารณา

ไฮไลต์สำคัญคือการดึง พล.อ.สุรเทพ หนูเทพ หรือ “บิ๊กจ้อย” อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และนายพิเชษฐ พัฒนโชติ อดีตรองประธานวุฒิสภา เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษา โดย พล.อ.สุรเทพเปิดเผยเหตุผลที่ตัดสินใจสนับสนุนนายเกรียงไกรว่า ทั้งสองมีแนวคิดบางอย่างตรงกัน โดยเฉพาะความชื่นชมและยึดถือ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หรือ “ป๋าเปรม” เป็นแบบอย่าง หลังมีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ทำให้เห็นว่านายเกรียงไกรเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดและความตั้งใจที่จะยกระดับเมืองสงขลา


พล.อ.สุรเทพ กล่าวด้วยว่า แม้ตนจะเป็นนายทหารยศพลเอกและผ่านประสบการณ์การทำงานมามาก แต่เมื่อเกษียณอายุราชการแล้วก็เป็นประชาชนคนหนึ่งที่สามารถนำประสบการณ์มาช่วยเหลือสังคมได้ พร้อมมองว่าโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีและองค์ความรู้ คนรุ่นใหม่มีศักยภาพและมีสิ่งดี ๆ ที่สามารถนำมาพัฒนาบ้านเมืองได้ หากคนรุ่นใหม่ยังให้ความเคารพและเห็นคุณค่าของผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างที่ดี คนรุ่นเก่าก็ควรเปิดโอกาสและสนับสนุนเช่นกัน โดยย้ำว่า “ถ้าผมทำเองได้ ผมก็จะลงสมัครเอง แต่นี่ทำได้ก็คือเราส่งเสริมคนรุ่นใหม่” พร้อมระบุว่า การสนับสนุนคนดีให้เข้ามาปกครองบ้านเมือง คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ตนเข้ามารับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้

ด้าน นายเกรียงไกร ระบุว่า การคัดเลือกทีมบริหารยึดหลัก 3 ประการ ได้แก่ ต้องเป็นคนดี มีสัมมาอาชีวะ ไม่มีอาชีพทุจริตหรือเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ประการที่สองต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ด้านการบริหาร และประการสุดท้ายต้องมีจิตสาธารณะ พร้อมย้ำว่าการเมืองท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกวัยที่ควรได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเมือง


ส่วนกระแสตอบรับ นายเกรียงไกรยอมรับว่าค่อนข้างดี แต่สิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบและอาจเป็นจุดอ่อนของทีมคือเรื่องเงินทุน โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเงินทุนมากมาย พร้อมตั้งคำถามเชิงท้าทายว่า หากการเมืองต้องใช้เงินซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะไปหาเงินจากที่ไหน โดยมองว่าการไม่ต้องใช้เวลาไปกับการซื้อเสียง ทำให้ทีมมีเวลาคิดและนำเสนอสิ่งดี ๆ ให้ประชาชน ผ่าน 34 นโยบายที่เปิดเผยให้ตรวจสอบได้

การเปิดตัวทีมบริหารครบ 10 คน พร้อมดึงบุคคลที่มีประสบการณ์จากแวดวงทหารและการเมืองเข้ามาเป็นที่ปรึกษา สะท้อนแนวทางของทีมนครสงขลาก้าวหน้าที่ต้องการผสานพลังคนต่างวัยเข้าด้วยกัน อย่างไรก็ตาม การนำเสนอทีมและนโยบายจะตอบโจทย์ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามในการหาเสียงช่วงเวลาที่เหลือ ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 29 พฤศจิกายนนี้