ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ป่าไม้ภูเก็ต โร่เข้าแจ้งความ ผู้บุกรุกแผ้วถาง ขุดดิน ในป่าเทือกเขากมลา สร้างสนามวิ่งเทรล - สนามยิงปืน เบื้องต้นเสียหาย กว่า 3 ไร่ ชี้เป็นเรื่องยากที่ ภ.บ.ท.จะมีพื้นที่มากถึง 290 ล้าน พบบุกรุกเพิ่มอีก 15 ราย
วันนี้ ( 5 พ.ย.) นายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติม กับผู้ที่นำรถแบ็คโฮ เข้าไปปรับพื้นที่ ขุดไถ และ แผ้วถางป่า เพื่อก่อสร้างสนามวิ่งเทรล และสนามยิงปืน ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังมีการเข้าไปตรวจสอบและจับพิกัดพื้นที่ที่หมดแล้ว
โดยนายพรสรร กล่าวว่า การเดินทางเข้าแจ้งความในครั้งนี้สืบเนื่องจาก กรณีที่มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ป่าไม้ได้มอบให้เทศเมืองเมืองกะทู้ดูแล หลังทราบเรื่องก็ได้เข้าตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ที่มีการบุกรุกแผ้วถางอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา วันนี้จึงได้เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับผู้กระทำความผิด ตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมดูแลรักษาป่า โดยวันนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด 2 ราย คือชาวต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถแบ็คโฮ ซึ่งตามข้อมูลเดิม ซึ่งทราบจากพนักงานสอบสวนที่เคยทำคดีนี้ พบว่ามีนายช่างคนหนึ่งเข้ามาพบพนักงานสอบสวนและรับว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้รถแบ็คโฮเข้าไปปรับปรุงพื้นที่
สำหรับพื้นที่ที่มีการบุกรุกแผ้วถาง พบว่ามีการแผ้วถางเป็นทางวิ่งเทรล ซึ่งมีความยาวหลายกิโลเมตร เพราะข้ามป่าไปอีกฝั่ง แต่รวมพื้นที่ความเสียหายประมาณ 3 ไร่ ซึ่งแยกเป็นพื้นที่สำหรับวิ่งเทรลที่แผวถางลักาณะทำถนน และพื้นที่ที่ปรับเป็นพื้นราบ ซึ่งคาดว่าปรับเป็นสนามยิงปืน
นายพรสรร ยังได้กล่าวต่อไปว่า กรณีในส่วนของผู้ว่าจ้างนั้นจะสาวไปถึงหรือไม่ เป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน ที่จะสอบสวนขยายผล ถ้าสอบสวนขยายผลไปถึงก็จะต้องเป็นผู้รับผิดในฐานะเป็นตัวการตามประมวลกฏหมายอาญา
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา ที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลเมืองกะทู้ มีการบุกรุกอีก 15 คดี ซึ่งเพิ่มได้รับทราบข้อมูลมาเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่แล้ว โดยขณะนี้ได้แจ้งไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เพื่อออกคำสั่งตามมาตรา 25 ให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ หรือให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2527 ซึ่งทั้ง 15 ราย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีของการสร้างทางวิ่งเทรลและสนามยิงปืน
นายพรสรร ยังได้กล่าวต่อไปถึง กรณีที่มีการนำ เอกสาร ภ.บ.ท.5 มาแสดงนั้น ตนยังไม่เห็น ซึ่ง ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงหลักฐานการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดิน ซึ่งตัว ภ.บ.ท.5 จะเป็นเอกสารที่บอกถึงจำนวนเนื้อที่ บอกพื้นที่หมู่ ตำบล แต่ไม่บอกพิกัด จึงไม่สามารถตรวจพิกัดของ ภ.บ.ท.5 ได้ การที่นำ ภ.บ.ท.5 มาแสดง ทางเจ้าหน้าที่ก็จะต้องดูว่ามีการครอบครองต่อเนื่อง หรือมีการเปลี่ยนมือหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปประชาชนก็จะทราบอยู่แล้วว่า ภ.บ.ท.5ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ และใบที่นำมาแสดงพบว่ามีพื้นที่มากถึง 290 ไร่ เป็นเรื่องที่หาได้ยากมากสำหรับใบ ภ.บ.ท. 5 ที่จะมีพื้นที่ได้มากขนาดนี้ โดยเฉพาะที่ภูเก็ต นับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก


