xs
xsm
sm
md
lg

ตร.สาคู รวบยกแก๊ง 8 ราย พนักบริษัทขนส่งสินค้า และพวก ฉก โทรศัพท์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยึดของกลางกว่า 3 ล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตร.สาคู รวบยกแก๊ง 8 ราย พนักบริษัทขนส่งสินค้า และพวก ร่วมฉกสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ ระหว่างการขนถ่ายสินค้า ที่สนามบินภูเก็ต ยึดโทรศัพท์ – อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ จยย.รวมมูลค่าของกลางกว่า 3 ล. ทำมาแล้ว 8 ครั้ง


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรสาคู ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.ดร.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.สลาน สันติศาสนกุล ผู้กำกับการ สภ.สาคู นายนุชา จีระดิษฐ์ นายด่านศุลกากรท่าอากาศยานภูเก็ต และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.สาคู ชุดจับกุม ร่วมแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ภายในตู้คอนเทนเนอร์ ที่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ซึ่งส่งมาจากประเทศจีน และเตรียมส่งต่อไปยังประเทศรัสเซีย ที่บริเวณอาคารคลังสินค้า ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต โดยมีผู้ต้อง 5 จำนวนมาก 8 ราย โดยยึดของกลางประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้องและรุ่นต่างๆ รวมทั้ง แท็บเล็ต สมาร์ท watch หูฟังไร้สาย ลำโพงบลูทูธ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แว่นตา smart glasses เครื่องเล่นเกม รถยนต์กระบะ ที่ใช้ในการกระทำความผิด รถยนต์เก๋ง รถ จยย. รวมมูลค่าของกลาง กว่า 3 ล้านบาท


พล.ต.ต.ดร.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจาก ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจซึ่งประจำด่านตรวจ ที่บริเวณจุดตรวจ จุดสกัดหน้าบ้านกำนันหมู่ที่ 3 ตำบลสาคู อำเภอถลาง พบพฤติกรรมผิดสังเกตของกลุ่มบุคคลจำนวน 3 คน ที่ขับรถผ่านด่านตรวจ ในเวลาประมาณ 07:20 น. จึงได้มีการเรียกตรวจ พบว่าในกระเป๋ามีโทรศัพท์ยี่ห้อต่างๆจำนวนมาก บางชิ้นมีการห่อหุ้ม บางห่อมีการแกะ จากการสอบถามบอกว่าจะเปาไปฝากญาติ จึงได้โทรแจ้งทาง ผกก.สภ.สาคู และชุดสืบสวน เพื่อให้ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้


หลังทราบเรื่องทาง ผกก. และ เจ้าหน้าที่จึงสืบจึงได้มีการสอบสวนขยายผล จนพบว่า เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 00.20 น. ผู้ต้องหา 2 คน ขับรถกระบะอีซูซุสีดำ เข้ามาจอดบริเวณหน้าอาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานภูเก็ต ก่อนที่จะร่วมกับผู้ต้องหาอีก 5 คน ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีหน้าที่รับผิดชอบขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าท่าอากาศยานภูเก็ตไปยังปลายทางประเทศรัสเซีย ได้อาศัยจังหวะระหว่างการขนถ่ายสินค้า เปิดตู้คอนเทนเนอร์ และนำโทรศัพท์มือถือ รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการออกจากตู้สินค้า นำไปใส่รถกระบะที่เตรียมไว้ ก่อนนำไปซุกซ่อนและส่งต่อให้เครือข่ายรับซื้อ จึงได้มีการขยายผล ไปตรวจค้นยังบ้านพักของผู้ต้องหา จำนวน 3 หลัง จนสามารถ ยึดของกลางได้เพิ่มเติม และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ทั้งที่เป็นพนักงานบริษัท ผู้เกี่ยวของ และบุคคลที่รับซื้อสินค้าดังกล่าวเพื อเอาไปขาย รวมทั้งหมด 8 คน


เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไปในท่าอากาศยาน และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้พ้นจากการจับกุม รวมถึงรับของโจร ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลถึงเส้นทางการจำหน่ายและผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น


พล.ต.ต.สุรชัย กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า สินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง ผ่านพิธีการศุลกากรตามกฎหมาย ไม่ใช่สินค้าผิดกฎหมายหรือสินค้าลักลอบนำเข้า แต่เกิดจากพฤติกรรมของผู้กระทำผิดที่อาศัยโอกาสและความโลภ โดยเริ่มจากการพบกล่องสินค้าชำรุดหรือเปียกน้ำ จึงหยิบสินค้าออกไป ก่อนจะพบว่าสามารถนำออกไปได้โดยไม่มีใครตรวจพบ จึงเริ่มลักสินค้าครั้งละหนึ่งถึงสองกล่อง แล้วนำไปโพสต์ขายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อมีผู้สนใจรับซื้อและขายได้ จึงกระทำต่อเนื่องและมีจำนวนเพิ่มขึ้น


ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตกล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนพบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง มากกว่า 8 ครั้ง และมีผู้รับซื้อสินค้าเป็นเครือข่าย โดยสินค้าบางรายการถูกนำไปขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าจริงประมาณหนึ่งในสี่ ถึงหนึ่งในสาม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบและขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป


พล.ต.ต.สุรชัย ยังฝากเตือนไปถึงผู้ที่รับซื้อสินค้าว่า ขอให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้องของสินค้าอย่างละเอียด โดยเฉพาะสินค้าที่นำมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดผิดปกติ เพราะอาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ผู้รับซื้อที่ทราบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าได้มาจากการลักทรัพย์ แต่ยังรับซื้อไว้ ก็อาจมีความผิดฐานรับของโจรได้เช่นกัน


พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำความผิดว่า อย่าฉวยโอกาสหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว เพราะความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมูลค่าสินค้ากว่า 3 ล้านบาท แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยด้วย เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ลูกค้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศรัสเซีย สั่งซื้อจากจีนหรือฮ่องกง ก่อนผ่านกระบวนการศุลกากรและส่งต่อผ่านภูเก็ตไปยังปลายทาง หากสินค้าไปไม่ถึงผู้รับ ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบขนส่งและชื่อเสียงของประเทศ


"การจับกุมครั้งนี้เกิดจากความช่างสังเกตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สาคู ในการตั้งจุดตรวจตามนโยบายพิทักษ์ 1-4 เมื่อพบสิ่งผิดปกติจึงตรวจสอบและประสานฝ่ายสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเพียงประมาณหนึ่งวัน จนสามารถติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ถึง 8 คน หากเจ้าหน้าที่ไม่ตรวจพบและเร่งขยายผล ความเสียหายอาจเพิ่มขึ้นอีก ยืนยันว่าตำรวจจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และจะไม่ปล่อยให้ผู้ที่ฉวยโอกาสกระทำความผิดลักษณะนี้ลอยนวล" พล.ต.ต.สุรชัย กล่าว


ทั้งนี้ ตำรวจจะเร่งสืบสวนขยายผลตรวจสอบผู้รับซื้อ เส้นทางการจำหน่าย และผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยยืนยันว่าการดำเนินการจะครอบคลุมผู้ร่วมกระทำความผิดทุกส่วน ไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ลงมือลักทรัพย์เท่านั้น