ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ธปท.สำนักงานภาคใต้ เผยเศรษฐกิจไตรมาส 3 ปี 69 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน รับอานิสงส์มาตรการรัฐ รายได้เกษตรและท่องเที่ยว แต่ในปี 70 มีแนวโน้มชะลอลงจากเอลนีโญและสงครามตะวันออกกลาง แม้ท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัว
วันนี้ (3 พ.ย.) ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) จัดงานแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ไตรมาส 3 ปี 2569 ณ ห้องสราญรมย์ โรงแรมนิวซีซันสแควร์ หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นางณิชนาฏ กูลสนอง ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เป็นผู้แถลงข่าวในครั้งนี้
นางณิชนาฏ กูลสนอง ผู้อำนวยการธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของปี 69 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวโดยเฉพาะช่วงต้นไตรมาส จากผลดีของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐ ประกอบกับรายได้เกษตรขยายตัวตามราคายางพาราและปาล์มน้ำมัน รายได้จากการท่องเที่ยวขยายตัวเช่นกัน ตามค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงการผลิตและส่งออกขยายตัวเล็กน้อยตามการผลิตน้ำมันปาล์มและไม้ไฟเบอร์บอร์ด อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจใต้ปี 69 ขยายตัวชะลอลง โดยส่งผลให้รายได้ภาคท่องเที่ยว และภาคผลิตอุตสาหกรรมหดตัว
สำหรับเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 70 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จากสถานการณ์เอลนีโญ หรือสภาพอากาศร้อนแล้งกว่าปกติที่ส่งให้ผลผลิตเกษตรลดลงได้ ประกอบกับกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ อีกทั้งยังมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวและภาคผลิตอุตสาหกรรมมีแนวโน้มปรับดีขึ้น ตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเศรษฐกิจคู่ค้าที่ฟื้นตัว
ทั้งนี้ ในช่วงท้าย นางณิชนาฏ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์กำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อ Buy Now, Pay Later (BNPL) เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการและติดตามหนี้ครัวเรือน โดยกำหนดคุณสมบัติผู้ใช้บริการต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป วงเงินรวมไม่เกิน 20,000 บาท และคิดดอกเบี้ยรวมค่าปรับและค่าธรรมเนียมไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 15 พ.ย. 2569 ผ่านเว็บไซต์แบงก์ชาติ https://www.bot.or.th/th/laws-and-rules/public-hearing/public-hearing-20261016-BNPL.html
นอกจากนี้ ยังได้ขยายหลักเกณฑ์กำกับธุรกรรมเงินสดผ่านสาขาธนาคารตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปต่อวัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2569 โดยกำหนดให้แสดงตัวตนและแจ้งวัตถุประสงค์หรือแหล่งที่มาของเงินตามประเภทธุรกรรม เพื่อป้องกันการใช้ระบบธนาคารเป็นช่องทางสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายและธุรกรรมเงินเทา


