ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ยังไม่จบวิบากกรรม เทศบาลเมืองกะทู้ เผยแจ้งความบุกรุกป่าเทือกเขากมลา ทำสนามวิ่งเทรล แล้ว 15 ราย มีการขุดหน้าดิน ฑ์เหมืองแร่ พร้อมระบุพื้นที่อยู่ในเขต ป่าสงวนฯ ที่ป่าไม้มอบให้ดูแล กว่า 300 ไร่
ยังไม่จบ เมื่อกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขากมลา ต.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อทำสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน กลายเป็นประเด็นที่มีการขุดคุ้ยและเชื่อมโยงกับกรณีความขัดแย้งเรื่องเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี หลัง ช่างเอ๋ ให้ข้อมูล อ้างว่า มีการว่าจ้าง ให้ เข้าไปปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างเป็นสนามวิ่งเทรล ในพื้นที่จังหวัดภุเก็ต จนถูกดำเนินคดีข้อบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา
เกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการตรวจสอบพบว่า สนามวิ่งเทรล ดังกล่าวผุดขึ้นกลางป่าเขากมลา มีการเปิดเส้นทางกว้าง 3-6 เมตร จุดเริ่มต้นอยู่ ใกล้พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต สองข้างทางยังคงมีธรรมชาติและทิวทัศน์ของพื้นที่ภูเขาให้เห็นอย่างสวยงาม โดยปัจจุบันการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวถูกสั่งระงับแล้ว แม้สภาพพื้นที่จะมีการขุดเจาะ ปรับแต่ง และทำเส้นทางไว้จนเกือบสมบูรณ์ สามารถใช้เป็นเส้นทางวิ่งขึ้นลงได้ และมีนักวิ่งหลายคนเข้าไปใช้เส้นทางดังกล่าวในการวิ่งแล้วก้ตาม
โดยเส้นทางดังกล่าวเริ่มดำเนินการก่อสร้าง ตั้งแต่ช่วงประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เทศบาลเมือง และระหว่างการก่อสร้าง ทางเทศบาลเมืองกะทู้ ได้มีการตรวจพบว่ามีการนำรถแบ็คโฮขึ้นไปเปิดหน้าดิน ปรับพื้นที่ จึงได้มีการเข้าไปจับกุม และแจ้งความดำเนินคดี และมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมชาย ผลกล่ำ นิติกรชำนาญการพิเศษ เทศบาลเมืองกะทู้ ชี้แจงว่าพื้นที่ที่มีการดำเนินการปรับพื้นที่เพื่อทำสนามวิ่งเทรล ตามที่เป็นข่าวนั้น เป็น พื้นที่ที่อยู่ในป่าเทือกเขากมลา ซึ่งเป็น เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ เทศบาลเมืองกะทู้ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว จำนวนกว่า 300 ไร่ เป็นระยะเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2585 เพื่อจัดทำพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวประจำท้องถิ่น โดยการอนุญาตดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมถึงการก่อสร้างสิ่งอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ ที่ได้รับอนุญาต รวมถึงที่พักอาศัยของประชาชน
นายสมชาย ยังกล่าวต่อไปว่า ก่อนที่จะมีการจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าไปปรับปรุงพื้นที่เพื่อทำสนามวิ่งเทรล ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่กะทู้ และเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเทศบาล ซึ่งประจำอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เพื่อให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว ได้ยินเสียงเครื่องจักรทำงานอยู่บนเทือกเขากมลา จึงแจ้งเข้ามาที่เทศบาล และได้แจ้งต่อไปนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้ ทราบ ก่อนที่นายกเทศมนตรี จะมอบหมายให้ตนลงพื้นที่ตรวจสอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะทู้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ นิติกรเทศบาลเมืองกะทู้และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เทือกเขากมลา จากการตรวจสอบ พบร่องรอยการนำรถแบคโฮ 2 คัน เข้าไปขุดไถดิน ถางป่าเปิดเส้นทางกว้างประมาณ 3-4 เมตร และขุดโค่นต้นยางพาราออกไปเพื่อปรับพื้นที่ทำเส้นทาง เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมคนงานขับรถแบคโฮในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ
ระหว่างการตรวจสอบ พบว่า นายอภิชาติ แซ่ลู หรือ “เอ๋” เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของที่ดินและเป็นผู้ว่าจ้างคนงานให้เข้ามาขุดเจาะปรับพื้นที่ พร้อมนำเอกสาร ภ.บ.ท.5 หรือ ใบชำระภาษีบำรุงท้องที่ มาแสดง โดยอ้างว่าเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมดำเนินคดี ด้วย
นายสมชาย ยังได้กล่าวอีกว่า การมีเอกสาร ภ.บ.ท.5 ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเครื่องจักรเข้าปรับพื้นที่หรือก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตป่าสงวนแห่งชาติได้โดยอัตโนมัติ จึงเป็นเหตุให้ตนในฐานะผู้แทนเทศบาลเข้าแจ้งความกล่าวโทษ โดยอ้างอิงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พระราชบัญญัติป่าไม้ และพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน
ส่วนการดำเนินการกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา ที่อยู่ในการดุแลของเทศบาลเมืองกะทู้ นายสมชาย ระบุว่า ขณะนี้มีการแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแล้วรวม 15 ราย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้ ยังไม่ปรากฏชื่อดารานักแสดงหรือบุคคลที่กำลังตกเป็นกระแสข่าวอยู่ในรายชื่อผู้ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติตามที่กล่าวถึง
ทั้งนี้ นายสมชายยืนยันว่า พื้นที่เทือกเขากมลาเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ การใช้ประโยชน์หรือดำเนินการใด ๆ ในพื้นที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถเข้าไปก่อสร้างหรือปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ได้ตามอำเภอใจ


