ศูนย์ข่าวภูเก็ต – “คุณสนธิ” ขึ้นเวที ที่ภูเก็ต เสนอให้วีซ่าแค่ 15 วันแก้ยิวกร่าง พร้อมพลิกโฉมเศรษฐกิจสามจังหวัดอันดามันด้วยพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ปลอดภาษี ศูนย์การการศึกษาระดับนานาชาติ
วันนี้ (31 ต.ค.69) นายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวที รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ณ ปลายแหลมสะพานหิน จ.ภูเก็ต ว่า เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตอนนั้นตนอายุ 59 ปี ได้มาเปิดเวทีปราศรัย ที่สะพานหิน จ.ภูเก็ต ตอนนั้นผมถามพี่น้องคนใต้ว่าคำว่า หัว “ด” แปลว่าอะไร ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ คือ รัฐบาลหัว “ด”
การกลับมาภูเก็ตวันนี้จะพูดใน 3 เรื่องหลัก ทั้งเรื่องยิวหรืออิสราเอล ความข่มขื่น ความเจ็บซ้ำน้ำใจของพี่น้องที่เดือดร้อนจากภัยเศรษฐกิจที่เดือดร้อนกันถ้วนหน้า
นายสนธิ กล่าวถึงปัญหาชาวยิวและอิสราเอล ว่า ปัญหาชาวยิวตนเป็นคนแรกที่เตือนเรื่องความระยำของคนยิวเลวๆ ที่อำเภอปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีคนไทยอาศัยอยู่ 3 หมื่นกว่คน แต่มีคนยิวถึง 4 หมื่นคน มากก่าคนท้องถิ่นอีก ผมไม่ขัดข้องที่คนต่างชาติมาเที่ยวเมืองไทย และมีความสุขกับการต้อนรับของคนไทย ซึ่งไม่มีที่ไหนเหนือกว่า 3 อันดามัน คือ ภูเก็ต พังงา และกระบี่ เราคนภูเก็ตมีอาชีพอยู่กับการท่องเที่ยว ที่มาใช้เงินที่บ้านเรา ไม่กดขี่ข่มกดขี่ แต่ตอนนี้เรากำลังถูกคนอีกชนชาติ คดโกง ทำระยำตำบอล จนชาวยุโรปที่ดีๆ เริ่มหายไป จากความจัญไรของชาวยิวหลายๆคนที่เข้ามาในบ้านเรา แต่ทูตอิสราเอลกลับบอกว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ถามว่ามีคนไทยคนไหนบ้างที่ค้าขายกับยิวแล้วมีความสุขบ้าง มีแต่ถูกคดโกง
“ภูเก็ตต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพ ที่มาพักระยะยาว มาใช้เงินในบ้านเรา มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่เอาชาวยิวแย่ๆ เข้ามา มาใช้บริการที่เป็นของตัวเอง เงินไม่กระจายถึงคนไทย และไม่เข้าใจว่าทำไม่รัฐบาลจะต้องไปเอาใจคนยิวด้วย เราต้องต้อนรับและเอื้ออาทรนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ดีๆ ทำไม่ต้องไปเอาใจคนยิว เข้ามาบ้านเรา เคยกินอาหารของเราไม่ ไม่เคย กินแต่ร้านเครือข่ายยิว ขนาดตัดผมยังโกงเงิน 100 บาทเลย
แนะรัฐให้วีซ่ายิวแค่ 15 วันและแค่รอบเดียว แก้ยิวกร่าง ไม่เคารพกฏหมายและวัฒนธรรมไทย
นายสนธิ กล่าวต่อว่า รัฐบาลก็รู้ว่าคนยิวที่เข้ามาแล้วสร้างปัญหา จะต้องไม่ให้อิสราเอลเข้าประเทศไทย เหมือนประเทศมาเลเซียไม่ต้อนรับคนที่ถือพาสปอร์ตอิสราเอล รวมถึงเกาะหลายแห่งในประเทศฟิลิปินส์ที่รวมตัวขับไล่คนอิสราเอลออกจากเกาะ
“ถามว่ายิวที่เข้ามาภูเก็ต ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภูเก็ตอย่างไรบ้าง เท่าที่ทราบมีแต่เข้ามาแล้วเหยีดยามดูถูกคนไทย รัฐบาลคิดไม่เป็นหรือไง ทำงานไม่เป็น เพราะเป็นรัฐบาลหัว “ด” ถ้าทำงานเป็นจะต้องแก้ปัญหายิวได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยาก รัฐมนตรีต่างประเทศต้องเรียกทูตมาพูดคุยให้วีซ่าคนอิสราเอลที่จะมาเที่ยวเพียง 15 วัน และให้แค่รอบเดียวเท่านั้น จากนั้นก็ไม่ต้องให้เข้ามาอีก เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวอิสราเอลเข้ามามีแต่ก่อปัญหามากๆ ทำให้นักท่องเที่ยวยุโรปที่มีกำลังซื้อสูงและพักนานหายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งภูเก็ตนั้นมีดูอยู่แล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องพึงพานักท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ปัญหาอิสราเอลไม่ได้รับการแก้ไข เพราะรัฐบาลชุดนี้ ทำงานไม่เป็นหรือไม่ก็มีวาระซ่อนเร้น ไปตกลงอะไรกับทางอิสราเอล
เสนอแนวคิดพลิกโฉมเศรษฐกิจ 3 จังหวัดอันดามัน รวมพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมกัน
นายสนธิ ยังเสนอแนวคิดพลิกโฉมเศรษฐกิจ 3 จังหวัดอันดามัน ภูเก็ต พังงา และ กระบี่ โดยให้ทั้งสามจังหวัดรวมกันพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในลักษณะมณฑลเดียวกัน พร้อมเสนอให้มีสิทธิประโยชน์ด้านภาษี เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับพื้นที่สู่ศูนย์กลางนานาชาติ เพราะทั้ง 3 จังหวัดไม่สามารถพัฒนาแบบต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป แต่ต้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และการลงทุนเข้าด้วยกัน พร้อมเสนอแนวคิดให้เป็นเขตปลอดภาษี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาประเทศ
หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือการผลักดันให้ภูเก็ตเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยนานาชาติระดับโลก โดยยกตัวอย่างมหาวิทยาลัยชั้นนำจากจีนและสหรัฐฯ รวมถึงมหาวิทยาลัยชิงหัว มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ หรือ MIT เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาระดับโลกโดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
นายสนธิยังมองว่า ลูกหลานชาวภูเก็ต กระบี่ และพังงา ควรได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและภาษาจีนอย่างจริงจัง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจนานาชาติ ไม่ใช่เป็นเพียงแรงงานรองรับนักท่องเที่ยว แต่ต้องสามารถเติบโตเป็นบุคลากรและผู้ประกอบการที่แข่งขันได้ในระดับโลก
ประกาศมอบเงิน 100,000 บาท หนุน “กำนันมะโน” เข้ากรุง บุกทำเนียบ
ในการปราศรัยช่วงหนึ่ง นายสนธิ ได้ประกาศสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าน้ำมันจำนวน 100,000 บาท ให้แก่กองคาราวานของกำนันมะโน กำนันตำบลกระบี่น้อย จ.กระบี่ ที่เตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อแสดงพลังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่ประกาศระดมรถยนต์และยานพาหนะจากประชาชน ตั้งเป้ารวมพล 1,000 คัน เพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังปัญหาปากท้องและค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ยังเป็นภาระหนักของประชาชนและผู้ประกอบการขนส่ง และพร้อมที่จะประชาชนสัมพันธ์เชิญชวนในพี่น้องทั่วทั้งประเทศร่วมขบวนรถยนต์เดินทางเข้ากรุงเทพฯกับกำนันมะโนด้วย
“สนธิน้ำตาซึม” ประทับใจคุณยาย ที่ 20 ปีที่แล้วนั่งรถไฟคนเดียวให้กำลังใจพันธมิตรที่ กทม.
บรรยากาศสุดซาบซึ้งบนเวที เมื่อนายสนธิ กล่าวถึงคุณยายวัย 89 ปี ที่เคยเดินทางด้วยรถไฟเพียงลำพังจากภาคใต้เข้ากรุงเทพมหานคร เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เพื่อร่วมให้กำลังใจการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนทำให้คุณสนธิถึงกับน้ำตาซึมด้วยความประทับใจ
คุณสนธิเล่าย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีตว่า ขณะนั้นคุณยายตัดสินใจขึ้นรถไฟเดินทางคนเดียว เพื่อไปให้กำลังใจผู้ร่วมชุมนุมพันธมิตรฯ ทั้งที่ต้องใช้เวลาเดินทางไกลและเผชิญความเหน็ดเหนื่อย แต่ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมแสดงพลังปกป้องบ้านเมือง จึงไม่ยอมให้อายุหรือระยะทางเป็นอุปสรรค
เวลาผ่านไปประมาณ 20 ปี วันนี้คุณยายมีอายุ 89 ปีแล้ว เรื่องราวความมุ่งมั่นและการเสียสละในวันนั้นยังคงอยู่ในความทรงจำของคุณสนธิ ซึ่งหยิบยกขึ้นมากล่าวบนเวทีภูเก็ตด้วยความซาบซึ้งใจ
สุดประทับใจ! ภาพทะเลดาว ปิดท้ายเวทีอย่างสวยงาม และเต็มไปด้วยพลัง
ก่อนเปิดเวที นายสนธิ พร้อมแกนนำภาคประชาชนร่วมยืนรับพลังจากมวลชน ท่ามกลางเสียงปรบมือและธงชาติไทยที่โบกสะบัด โดยประชาชนจากภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาร่วมแสดงจุดยืน เรียกร้องให้แก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ ทุนเทา และการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือที่ส่องสว่างพร้อมกันจึงกลายเป็นภาพสัญลักษณ์ของการรวมพลังประชาชน นับเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจของเวทีสะพานหิน ที่สะท้อนว่าผู้เข้าร่วมชุมนุมยังคงมีความมุ่งมั่นและพร้อมส่งเสียงเรียกร้องอนาคตของประเทศไทยร่วมกัน


