ศูนย์ข่าวภูเก็ต – ตั้ม คปท.แฉ คนไทยที่ ปาย ภูเก็ต อาจจะกลายเป็นประชากรแฝงในประเทศของตนเองได้ ด้วยฝีมือของไทยเทา ที่เป็นนอมินีให้ต่างชาติ
นายพิชิต ไชยมงคล หรือ “ตั้ม คปท.” ขึ้นเวที “รวมพลังแผ่นดิน เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ที่ปลายแหลมสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต วันนี้ ( 31 ตุลาคม 2569) ปราศรัยเปิดประเด็นร้อนเกี่ยวกับอิทธิพลทุนต่างชาติในเมืองท่องเที่ยวของไทย ทั้งอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน และพื้นที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่า สถานการณ์กำลังน่ากังวลถึงขั้นที่คนไทยกลายเป็นเสมือน “ประชากรแฝง” บนแผ่นดินของตัวเอง
ตั้มตั้งข้อสังเกตว่า ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญเหล่านี้ มีกลุ่มชาวต่างชาติที่สร้างเครือข่ายรองรับคนในชุมชนของตนเอง ทั้งศูนย์ชาบัด สถานบริการด้านสุขภาพ สถานศึกษา และธุรกิจหลากหลายประเภท จนเกิดคำถามว่า คนไทยซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่กำลังถูกลดบทบาททางเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพลงหรือไม่
ประเด็นที่ตั้มหยิบยกขึ้นมา ไม่ได้มีเพียงการเข้ามาพำนักของชาวต่างชาติ แต่รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจที่รองรับลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะกิจการที่อาจใช้คนไทยถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า “นอมินี” ซึ่งหากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ต้องตรวจสอบถึงผู้ลงทุนที่แท้จริง รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีส่วนช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์
ตั้มยังวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มที่เรียกว่า “ไทยเทา” โดยมองว่าการปล่อยให้ทุนต่างชาติบางกลุ่มขยายอิทธิพลจนกระทบผู้ประกอบการท้องถิ่น ไม่อาจเกิดขึ้นได้ง่าย หากไม่มีคนไทยบางส่วนเปิดทางหรือร่วมแสวงหาผลประโยชน์
ก่อนขึ้นเวทีใหญ่ ตั้มและเครือข่าย คปท. ได้ลงพื้นที่บริเวณหน้าศูนย์ชาบัด ป่าตอง เพื่อแสดงจุดยืนเรียกร้องให้ตรวจสอบการดำเนินกิจการและปัญหาทุนต่างชาติที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การมีศูนย์ศาสนา สถานศึกษา สถานพยาบาล หรือธุรกิจบริการสำหรับชาวต่างชาติ ไม่ได้เป็นความผิดในตัวเอง และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายยังต้องอาศัยหลักฐานพิสูจน์เป็นรายกรณี โดยก่อนหน้านี้หน่วยงานรัฐได้ตรวจสอบกิจการต้องสงสัยนอมินีในภูเก็ต รวมถึงตรวจสอบใบอนุญาตและโครงสร้างผู้ถือหุ้นของกิจการที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ชาบัดป่าตอง
สาระสำคัญของคำปราศรัยจึงอยู่ที่คำถามว่า เหตุใดประชาชนไทยในบางพื้นที่จึงรู้สึกว่าตนเองกำลังสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในบ้านเกิด ขณะที่กลุ่มทุนต่างชาติบางกลุ่มกลับขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง และหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลได้ตรวจสอบอย่างจริงจังเพียงใด
เวทีภูเก็ตครั้งนี้จึงเป็นการส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาทุนเทา นอมินี และข้าราชการไทยเทาที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้คนไทยต้องกลายเป็นเพียงผู้ยืนดูผลประโยชน์บนแผ่นดินของตัวเองตกอยู่ในมือเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย


