xs
xsm
sm
md
lg

ชาวบ้านร้องนายทุนถมที่สูงทำเส้นทางน้ำเปลี่ยนไหลทะลักเข้าบ้าน-สวน-บ่อปลา เสียหายหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชาวบ้านสะเดาร้องนายทุนถมที่สูง 8 เมตรบนเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ทำให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไหลทะลักเข้าบ้าน-สวน และบ่อปลา สร้างความเสียหายมานานเกือบครึ่งปี วอนหน่วยงานเร่งตรวจสอบแก้ไข

วันนี้ (30 ต.ค.) ชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านไร่ออก ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ออกมาร้องเรีนถึงความเดือดร้อนที่ได้รับจากการถมดินของนายทุนบนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ โดยถมสูงจากระดับถนนประมาณ 8 เมตร ส่งผลให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนทิศทาง เมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำไหลทะลักเข้าบ้านเรือน สวนยางพารา และบ่อเลี้ยงปลา สร้างความเสียหายต่อเนื่องนานเกือบครึ่งปี เคยแจ้งปัญหาและพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบพื้นที่ที่มีการถมดินอยู่ในหมู่ที่ 2 บ้านไร่ออก ต.สำนักขาม อ.สะเดา มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ โดยมีการถมดินสูงขึ้นจากระดับถนนด้านหน้าประมาณ 8 เมตร ส่วนด้านหลังติดกับสวนยางพาราและสวนผลไม้ของชาวบ้าน จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณแนวติดถนนมีการปักเสาแท่งปูนขนาดใหญ่และก่อผนังคอนกรีตเพื่อป้องกันดินไหลลงสู่ถนน แต่บริเวณด้านหลังและด้านข้างอีกสองแนวยังไม่พบสิ่งกีดกั้นหรือมาตรการป้องกันดินและน้ำไหลออกสู่พื้นที่ข้างเคียงอย่างชัดเจน


นายมานิต ประดิษฐ์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลสำนักขาม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบ เปิดเผยว่า หลังจากมีการถมดินในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วประมาณ 6-8 เดือน ปัญหาน้ำท่วมก็เริ่มเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก ทั้งที่ก่อนหน้านี้แม้ฝนจะตกหนักเพียงใดก็ไม่เคยมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านหรือบ่อเลี้ยงปลา แต่ปัจจุบันน้ำกลับเปลี่ยนทิศทางไหลเข้าสู่พื้นที่ของชาวบ้าน ทั้งสวน บริเวณหน้าบ้าน และบางส่วนไหลเข้าไปถึงตัวบ้าน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างน้อย 3 ครัวเรือน

นายมานิต กล่าวว่า ความเสียหายที่เห็นได้ชัดคือบ่อเลี้ยงปลาของตนเอง ซึ่งเลี้ยงปลาหลากหลายชนิดมานานหลายปี ทั้งปลาแรด ปลาสวาย ปลาดุก ปลาบ้า และปลาตะเพียน โดยหลังจากมีการถมดิน น้ำได้ไหลทะลักเข้าบ่อจนเอ่อล้นออกไปแล้วประมาณ 3-4 ครั้ง ทำให้ปลาที่เลี้ยงไว้หลุดออกไปกับกระแสน้ำเป็นจำนวนมาก จนแทบไม่เหลือปลาอยู่ในบ่อ อีกทั้งยังต้องคอยดักทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่บ้านโดยตรง เพราะหากไม่มีการป้องกัน น้ำอาจไหลทะลักเข้าท่วมบ้านได้รับความเสียหายมากกว่านี้


นอกจากนี้ พื้นที่สวนยางพาราที่อยู่ติดกับบริเวณถมดินก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเมื่อฝนตกน้ำจะไหลเข้าไปท่วมขังในสวน จนไม่สามารถเข้าไปกรีดยางได้ตามปกติ ขณะที่ชาวบ้านอีกราย คือ นายดุสิต (สงวนนามสกุล) ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า ก่อนหน้านี้น้ำไม่เคยไหลผ่านบ้าน แต่หลังจากมีการถมดิน น้ำกลับเปลี่ยนทิศทางและไหลผ่านบริเวณบ้านของตนเอง ทำให้ต้องเฝ้าระวังทุกครั้งที่มีฝนตกหนัก

นายมานิต ยังเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาเคยพูดคุยกับเจ้าของพื้นที่เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้รับการบอกกล่าวว่าจะดำเนินการขุดคูหรือวางท่อระบายน้ำ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นการดำเนินการใด ๆ เช่นเดียวกับการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นเพียงการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเข้ามาดูแลตรวจสอบ แต่เรื่องยังเงียบและไม่มีความคืบหน้า


สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ชาวบ้านมองว่าควรมีการขุดคูระบายน้ำเชื่อมต่อไปยังลำคลองที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร พร้อมตรวจสอบว่าจำเป็นต้องปรับระดับพื้นที่หรือนำดินบางส่วนออก เพื่อไม่ให้กีดขวางทางน้ำตามธรรมชาติ โดยนายมานิตระบุว่า เท่าที่ทราบพื้นที่ดังกล่าวมีแผนจะใช้เป็นลานจอดรถสินค้าหรือศูนย์ขนถ่ายสินค้า แต่ชาวบ้านไม่ได้รับแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการล่วงหน้า

ขณะที่บรรยากาศระหว่างลงพื้นที่พบว่ายังคงมีคนงานประมาณ 4-5 คน ทำงานอยู่บริเวณพื้นที่ถมดิน และมีรถแบคโฮขนาดใหญ่จอดอยู่ในพื้นที่

ทั้งนี้ ชาวบ้านไม่ได้คัดค้านการพัฒนาหรือการใช้ประโยชน์ในที่ดินของเอกชน แต่ต้องการให้เจ้าของพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระบบระบายน้ำและผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้การพัฒนาพื้นที่แห่งหนึ่งกลายเป็นต้นเหตุสร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนโดยรอบ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง